ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

สตม.โชว์ศักยภาพไบโอเมทริกซ์ จับคนร้าย

1.3K 13

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่ปลอมพาสปอร์ต จำนวน 5 ราย โดยการจับกุมนั้นเป็นผลมาจากการใช้เทคโนโลยีBiometrics ทำให้ช่วยในการจับกุมคนร้ายได้ดีมากขึ้น

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 แถลงการจับกุมผู้ต้องหาในคดี ปลอมพาสปอร์ต จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย 1.Mr.Soe อายุ 47 ปี สัญชาติเมียนมาร์ , 2.Mr.Akouani อายุ 21 ปี สัญชาติโกตดิวัวร์ , 3.Miss Fofana อายุ 22 ปี สัญชาติโกตดิวัวร์ , 4.Mr.Amith อายุ 41 ปี , 5.เหลียง เจิม โบ อายุ 32 ปี ไม่ทราบสัญชาติ


การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้มีคำสั่งเร่งกวดขันปราบปรามกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย เพื่อเป็นการป้องกันชาวต่างชาติเข้ามา ก่อเหตุในราชอาณาจักร รวมทั้งหลบหนีคดีมาซ่อนตัวในราชอาณาจักรประกอบกับการนำเทคโนโลยีBiometrics มาใช้ในการทางาน ทำให้เกิดผลปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กองกากับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 จับกุม Mr.Soe อายุ 47 ปี สัญชาติเมียนมาร์ ขณะแสดงหนังสือเดินทางประเทศมาเลเซียปลอม ต่อฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อจะเดินทางไปเมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้สังเกตถึงความผิดปกติของลักษณะหนังสือเดินทาง และรอยตราประทับด่าน ตม.สะเดา ที่แตกต่างจากตราจริง ประกอบกับเมื่อนาหนังสือเดินทางตรวจสอบโดยระบบBiometrics พบว่าใบหน้าในระบบแตกต่างจาก Mr.Soe ซึ่งจากการสอบสวน ผู้ถูกจับกุมให้การรับสารภาพว่าตนเป็นชาวเมียนมาร์ต้องการเดินทางไปฟิลิปปินส์ และใช้หนังสือเดินทางปลอมมาเลเซียจริง แต่ไม่ได้ให้เหตุผลที่ใช้หนังสือเดินทางปลอมดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัว นาส่ง พงส. สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดาเนินคดีต่อไป

นอกจากนี้่ยังจับกุมตัว Mr.Akouani อายุ 21 ปี และ Miss Fofana อายุ 22 ปี ทั้งคู่สัญชาติโกตดิวัวร์ ขณะแสดงหนังสือเดินทางประเทศมอริเชียสเช็คอิน สายการบิน Lufthansa พบบุคคลต่างด้าวต้องสงสัยแสดงหนังสือเดินทางประเทศมอริเชียส เช็คอินเที่ยวบิน LH773 เส้นทาง กรุงเทพ เมืองแฟรงก์เฟิร์ต และเมื่อทาการตรวจสอบโดยระบบ Biometrics พบว่าระบบไม่สามารถอ่านไมโครชิพซึ่งฝังอยู่ในหนังสือเดินทางได้ ประกอบกับทั้ง 2 ราย ให้การสารภาพว่า ตนมิได้เป็นคนมอริเชียสแต่เป็นบุคคลสัญชาติโกตดิวัวร์ มีชายไม่ทราบชื่อสกุล สัญชาติโกตดิวัวร์ เป็นผู้จัดหาหนังสือเดินทางประเทศมอริเชียสปลอม โดยเสียค่าใช้จ่ายเล่มละ 200 ยูโร หรือประมาณ 7,000 บาท เพื่อใช้ในการเดินทางไปทางานที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เนื่องจากหนังสือเดินทางประเทศมอริเชียสสามารถใช้ในการเดินทางไปยุโรปโดยไม่ต้องขอวีซ่า เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัว นาส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดาเนินคดีต่อไป

ขณะเดียวกันยังจับกุมจับ Mr.Amith อายุ 41 ปี ชาวอินเดีย ขณะแสดงหนังสือเดินทางประเทศสิงคโปร์ เพื่อขอรับการตรวจออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งจะเดินทางโดยสายการAIR CHINA ไปเมืองเฉิงตู ประเทศจีน ผ่านเม็กซิโก ปลายทางประเทศแคนาดา และเมื่อทำการตรวจสอบโดยระบบ Biometrics พบว่าระบบไม่สามารถอ่านไมโครชิพ ซึ่งฝังอยู่ในหนังสือเดินทางได้ ทำให้ผู้ต้องหารับสารภาพว่า มีชายทราบชื่อ BABA ชาวเนปาล เป็นผู้จัดหาหนังสือเดินทางประเทศสิงคโปร์ปลอม โดยเสียค่าใช้จ่ายเล่มละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ บาท เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัว นาส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดาเนินคดีต่อไป

อีกทั้งยังจับกุม นาย เหลียง เจิม โบ อายุ 32 ปี ไม่ทราบสัญชาติ ขณะแสดงตนเข้ารับการขอตรวจลงตรา เพื่อเข้าสู่ราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่พบพิรุธ จึงเข้าทำการตรวจสอบ โดยใช้เครื่องตรวจสอบหนังสือเดินทาง VSC 6000 และ Verifier TD&B ตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล ตรวจสอบจากคุณลักษณะนิรภัยของหนังสือเดินทาง และตัวอย่าง Specimen หนังสือเดินทาง TAIWAN เปรียบเทียบ พบว่ามีการปลอมแปลงหน้าข้อมูลบุคคล หนังสือเดินทาง (Counterfeit Bio Data Page) จากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมให้การรับสารภาพว่า ได้จ่ายค่าดาเนินการจานวน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 600,000 บาท ให้แก่ ชายชาวไต้หวันไม่ทราบชื่อ เพื่อใช้เดินทางเข้าไทย เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัว นาส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดาเนินคดีต่อไป

อย่างไรก็ดียังสามารถจับกุมกุม MS.li สัญชาติจีน อายุ 40 ปี ขณะแสดงตนขอเดินทางออกราชอาณาจักรที่ ฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาออก ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบผ่านระบบ Biometrics ก็พบว่าระบบได้ทาการแจ้งเตือนว่าบุคคลดังกล่าว เป็นบุคคลที่ทาง สอท. สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทยและหัวหน้าผู้แทนกระทรวงสาธารณะความปลอดภัย (MPS) ของจีนประจำกรุงเทพฯ ได้ขอความร่วมมือให้จับกุม เนื่องจากเป็นบุคคลตามหมายจับ โดยถูกสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในคดี การฝากเงินของประชาชน โดยได้รับเงิน 100 ล้านหยวน อย่างผิดกฎหมายและเป็นบุคคลที่ทางการจีนต้องการตัว เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัว นำส่ง พงส.บก.สส.สตม. เพื่อดาเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทาผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือ 02 1340303 และ www.immigration.go.th

เรื่องโดย เจษฎา จันทรรักษ์ | ภาพโดย เจษฎา จันทรรักษ์
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend