ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

พี่เลี้ยง "แจ๊ส ชวนชื่น" เล่านาทีระทึก! เหตุสลดคนงานบ้านแม่ยาย

3.8K 17
พี่เลี้ยง แจ๊ส ชวนชื่น เล่านาทีระทึก! เหตุสลดคนงานบ้านแม่ยาย

เมื่อเวลา 01.00น. วันที่ 14 ก.ค. ร.ต.ท.กอบโชค พันธ์แก้ว รองสว.(สอบสวน) สน.มีนบุรีรับแจ้งเหตุผู้ถูกกระถางต้นไม้ทุบหน้าใกล้กับบ้านของแจ๊ส ชวนชื่น จึงประสานแพทย์เวร รพ.ตำรวจ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป่อเต็กตึ๊งร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่หน้าบ้านของแจ๊ส ชวนชื่น ตลกชื่อดัง ผู้ตายชื่อพรชัย ดีเสือ อายุ 35 ปี เป็นคนงานแม่ยายของแจ๊ส ชวนชื่น ซึ่งทำงานล้างเครื่องจักรทำงานในบ้านตลกชื่อดังสภาพศพสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงสีครีม ไม่สวมรองเท้า นอนตายอยู่ข้างล้อรถฮุนไดสีดำ ซึ่งเป็นรถของตลกชื่อดัง แจ๊ส ชวนชื่น โดยรถมีรอยกระจกร้าวที่ด้านหน้าฝั่งคนขับ ทั้งนี้ที่หน้าบ้าน หลังติดกันกับบ้านของแจ๊ส พบร่องรอยทะเลาะวิวาท กระถางต้นไม้แตก มีกองเลือด รองเท้าแตะกระเด็นกระจุยกระจาย พบปืนบีบีกันดัดแปลงตกอยู่ในจุดเกิดเหต

โดยความคืบหน้คดีทะเลาะวิวาท นายพรชัย ดีเสือ อายุ 35 ปี คนงานล้างเครื่องจักร บ้านแม่ยาย "แจ๊ส ชวนชื่น" ดาราตลกชื่อดัง ถูกนายเสฎฐวุฒิ จิรัฐยารังษี อายุ 36 ปีเพื่อนบ้านของ"แจ๊ส ชวนชื่น" ขับรถชนรถยนต์เพื่อนชายของผู้ตายแล้วหนี จึงตามเข้ามาเคลียร์กันภายในบ้านที่เกิดเหตุ จนนายเศรษฐวุฒิ จึงใช้ปืนบีบีกันยิง และใช้กระถางต้นไม้ทุบหัวจนเสียชีวิต หน้าบ้านบ้านเลขที่ 41/39 ซอยนิมิตรใหม่14 แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ

โดยก่อน"แจ๊ส ชวนชื่นได้โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมด้วยถ้อยคำโกรธแค้นนายเสฎฐวุฒิและขอให้โลกออนไลน์โดยแจ๊ส ชวนชื่น จะเดินทางไปพบตำรวจ สน.มีนบุรีเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดีด้วย ทั้งนี้นายเสฎฐวุฒิมีปัญหากันมานาน ก่อนหน้านี้ได้ทุบรถยนต์ฮุนได สีดำ ทะเบียน ฮร 474 กรุงเทพมหานครของลูกแจ๊ส ชวนชื่นระบายอารมณ์อีกด้วย


นางปุณณาสา พรหมยศ ภรรยาแจ๊ส ชวนชื่น ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ก Jangjit Promyos เล่าถึงความโหดร้ายของเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิเค้าพยายามเต็มที่เพื่อยื้อชีวิตแต่ยื้อไม่ได้ และเสียชีวิตหน้าบ้าน ฝาก สน.มีนบุรี ด้วยนะคะ ขนาดรถน้องกำลังขับเข้ามายังวิ่งเข้ามาอาละวาด จนต้องรีบถอยรถอออกก่อน เป็นห่วงคนที่บ้านมาก ยังจับคนร้ายไม่ได้ ครอบครัวจะอยู่กันอย่างไรข้างบ้านเป็นแบบนี้มาหลายรอบแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงขนาดนี้ ทำร้ายร่างกายลูกน้องไม่พอยังเอากระถางต้นไม้ทุบหัว หน้าจนเสียชีวิต ทำไมใจร้ายขนาดนี้ รถที่จอดหน้าบ้านเป็นรถของลูก แต่วันนี้โชคดีให้ลูกนอนคอนโดฯ

ล่าสุด นาย ผดุง ทรงแสง หรือ แจ๊ส ชวนชื่น นางสาว ปุณณสา พรหมยศ ภรรรยา พร้อมด้วย ทนายสิธา เบี้ยงบังเกิด ทนายความชื่อดัง เดินทางมาที่สน.มีนบุรี เพื่อให้ข้อมูลกับตำรวจ โดย เเจ็ส กล่าวหลังเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจ ยอมรับว่า เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน กับเพื่อนบ้านคนนี้มานาน ทะเลาะกันบ่อย ชอบตะโกนด่า ยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เชื่อว่ามีการเตรียมการก่อเหตุไว้มีทั้ง ระเบิดขวด ต้องการให้ตำรวจจับให้ได้ ลูกของผู้ตายก็ยังเล็ก ส่วนกล้องวงจรปิด3ตัวหน้าบ้าน ถูกหนูกัด จึงไม่สามารถนำมาเป็นพบานหลักฐานได้ กังวลว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัย กับคนในบ้าน จึงต้องการเร่งจับคนร้่ายให้ได้

ด้านทนาย ศิธา บอกว่า คนร้ายเคลื่อนยายศพมาที่หน้่าบ้่านแจ๊ส และมีความพยามที่จะเผารถยนต์ ข้อหาเจตตนา และ พยายามเผารถ ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นปืนไทยประดิษฐ์ พร้อมขอกำลังตหรวจไปคุ้มครอง

พ.ต.อ. คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผู้กำกับ สน.มีนบุรี เปิดเผยว่า ตอนนี้กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานให้แน่นหนา เพื่อติดตามจับกุมนายเสฏฐวุฒิ ซึ่งตอนนค้อยู่ระหว่าหลบหนี แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าหลบนี้อยู่ที่ใด ทางตำรวจได้ประสานทางญาติ และญาติรับปากว่า จะประสานให้เข้ามามอบตัว ส่วนมูลเหตุในเบื้องต้น เกิดจากรถยนต์ของเพื่อนผู้ตาย ถูกเฉี่ยวชนจึงมีปัญหา

ก่อนหน้านี้ตำรวจพานาย ยศเฉลิม มณีคำ และ นายประสาน หงษ์ทอง เพื่อนของผู้ตายของผู้ตายที่ถูกขับรถชน เข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี

ต่อมาเมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่ สน.มีนบุรี นายยศเฉลิม มณีคำ อายุ 41 ปี และนายประสาน หงส์ทอง อายุ 26 ปี พยานเหตุการณ์ที่ถูกคู่กรณีขับรถเฉี่ยวชน ซึ่งเป็นเพื่อนคนงานของ นายเสฎฐวุฒิ จิรัฐยารังษี อายุ 36 ปี ผู้ตาย ได้เดินทางเข้าให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายยศเฉลิม กล่าวว่า ในคืนที่เกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังขับรถยนต์เก๋งฮอนด้าซิตี้ มาพร้อมกับนายประสาน มุ่งหน้าไปยังละแวกบ้านแจ๊สชวนชื่น ซึ่งระหว่างทางที่จะเลี้ยวเข้าซอยนิมิตรใหม่ 14 พบรถยนต์มิตซูบิชิ แลนเซอร์ของคู่กรณีขับตามมาแล้วเกิดหยุดชะงัก พร้อมกับขับรถแซงขึ้นมาจอดขวางรถตน ก่อนที่คู่กรณีทำทีจะเปิดทางให้ตนเลี้ยวรถเข้าไป เมื่อตนเลี้ยว คู่กรณีก็ขับชนเข้ามาที่ประตูรถแล้วหลบหนีมุ่งหน้าไปบริเวณบ้านแจ๊สชวนชื่น ตนจึงโทรศัพท์หาผู้ตายที่เป็นคนงานในบ้านแจ๊ส ให้ไปช่วยคุย เพราะบ้านดังกล่าวปลูกติดกับจุดที่คู่กรณีนำรถไปจอดไว้ และคาดว่าผู้ตายน่าจะรู้จักกันกับคู่กรณี แต่ไม่ทราบว่าเคยมีปัญหากันหรือไม่ อีกทั้งตนก็ไม่รู้จักกับผู้ก่อเหตุ

นายยศเฉลิม กล่าวด้วยว่า เมื่อตนมาถึงบ้าน "แจ๊ส ชวนชื่น" ก็เข้าไปโทรศัพท์คุยกับประกัน โดยที่ผู้ตายออกไปเคลียร์กับคู่กรณีประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นตนจึงออกมาหาแต่พบว่าผู้ตายอยู่ในสภาพจมกองเลือด จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ ทั้งนี้ ตนไม่เห็นเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น

ทางด้าน พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผกก.สน.มีนบุรี ระบุถึงความคืบหน้าทางคดีนี้ว่า พนักงานสอบสวนได้เร่งรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆให้แน่นหนา เพื่อออกหมายจับผู้ก่อเหตุให้ทันภายในวันนี้ เบื้องต้นได้ประสานไปยังญาติของผู้ก่อเหตุแล้ว โดยทางญาติก็ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่า ผู้ก่อเหตุยังอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครหรือไม่ จึงยังไม่ทราบข้อมูลที่แน่ชัด

ทั้งนี้มีรายงานข่าวจากคนสนิทของ "แจ๊ส ชวนชื่น" ระบุว่า จากการสอบถามข้อมูลจากผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นคนใช้และพี่เลี้ยงที่อยู่บนรถฮุนได้เล่าว่า ภายหลังจากที่ไปทำธุระส่วนตัวข้างนอก และกำลังเตรียมจอดรถที่ประจำซึ่งอยู่หน้าบ้านตรงจุดเกิดเหตุนั้น ระหว่างที่ทั้ง 2 คนขับมาจอดพบผู้ตายและผู้ก่อเหตุยืนมีปากเสียงกันก่อนมีการทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน บริเวณหน้าบ้านผู้ก่อเหตุห่างจากจุดที่พบศพ 3-4 เมตร จากนั้นฝ่ายผู้ก่อเหตุได้มีการชักอาวุธบีบีกันมายิงใส่คู่กรณีแต่ยิงไม่ออก และมีการยื้อแย่งอาวุธดังกล่าว กระทั่งผู้ตายล้มลง จากนั้นผู้ก่อเหตุได้หยิบไม้ที่อยู่ระแวกหน้าบ้านฟาดเข้าที่หัว จากนั้นได้หยิบกระถางต้นไม้มาทุ่มใส่ที่ศรีษะเข้าอย่างจังจนผู้ตายนอนแน่นิ่ง ก่อนเห็นผู้ก่อเหตุซึ่งมีรูปร่างใหญ่ลากผู้ตายมาขวางหน้ารถฮุนได เนื่องจากเห็นมีคนอยู่ในรถอีกทั้งพยายามจะเข้ามาทำร้ายร่างกาย จึงทำให้คนที่อยู่ในรถไม่กล้าเปิดรถลงไปดู และไม่กล้าขับรถหนีเพราะกลัวว่ารถจะทับร่างของผู้ตาย ทั้ง 2 จึงจึงตัดสินใจเปิดประตูสัมภาระด้านท้ายและพากันวิ่งหลบหนีไปทางหน้าปากซอย อย่างไรก็ตามปกติผู้ตายที่พักอยู่ซอยตรงข้ามนิมิตรใหม่ 14 จะเข้ามาที่บ้านหลังนี้ประจำ แต่ในวันเกิดเหตุไม่มีใครรู้ว่าผู้ตายเข้ามาที่บ้านได้อย่างไร

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend