ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

แกะรอย!....เส้นทาง "ขยะพิษ" จากระยองสู่สระแก้ว

579 1

เส้นทางขยะอุตสาหกรรมกว่า 300 ตัน จากพื้นที่ต้นทางนิคมอุตสาหกรรมเหมราช ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี แทนที่จะถูกส่งไปยังโรงงานที่ว่าจ้างในจังหวัดระยอง กลับถูกลักลอบส่งไปในพื้นที่ป่า เขาซับพลู-เขาภูหีบ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว สะท้อนปัญหาการตรวจสอบที่หละหลวมของหน่วยงานรัฐ ติดตามได้จากรายงานคุณธนภัท กิจจาโกศล

ชาวบ้านในพื้นที่ที่หวาดกลัวว่า จะเกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและมลพิษกับชุมชน จึงเป็นผู้ร้องเรียนและจุดประกายปัญหา ขยะพิษถูกขนถ่ายมาโดยรถบรรทุกพ่วงทุกวัน วันละ 1 เที่ยว แต่หน่วยงานกลับไม่รู้หรือรายงานปัญหาให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบ จนชาวบ้านปักใจว่า มีเจ้าหน้าที่เกี่ยวพันกับขบวนการและมีผลประโยชน์ร่วมกัน และบริเวณที่มีการลักลอบนำขยะมารวมไว้ เป็นพื้นที่เขตป่าที่ไม่สามารถออกบ้านเลขที่และทำกิจการต่าง ๆ เหล่านี้ได้ เหตุใดผู้ประกอบการกลับยืนยันว่า ตัวเองได้รับอนุญาตแล้ว

นายบุญยืน น้อยเจริญ รับเป็นเจ้าของพื้นที่จุดลักลอบนำขยะอุตสาหกรรมฯ มากองไว้ โดยเริ่มขนย้ายขยะทั้งหมดรวมกว่า 300 ตัน เข้ามาในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว วันละ 1 รถบรรทุกพ่วง โดยอ้างว่าโรงงานอาริสา รีไซเคิล จำกัด ที่ตั้งอยู่ในอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ที่รับกำจัดและรีไซเคิลขยะ มีพื้นที่รองรับขยะได้ไม่เพียงพอ หลังต้องรับขยะจากต้นทาง คือโรงงานซันเทค เมททัล จำกัด จากจังหวัดชลบุรี ทุกวัน

ด้วยเหตุนี้เองทำให้ขยะจากระยองถูกขนย้ายต่อไปยังจังหวัดสระแก้ว เพื่อคัดแยกส่งขายอีกทอดหนึ่ง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตป่ามีภูเขา และบ่อลูกรังเก่าที่นายทุนซื้อต่อมาจากเจ้าของรายเดิม ใช้เป็นจุดคัดขยะ ก่อนส่งขายให้ร้านรับซื้อของเก่า ในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว และจังหวัดสระบุรี

นายสมศักดิ์ กรึงไกร หัวหน้าส่วนโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว หลังลงพื้นที่ตรวจยืนยันว่า การขยย้ายขยะลักษณะดังมีความผิดชัดเจน เพราะขยะที่ออกจากโรงงานต้นทางในจังหวัดชลบุรี ต้องส่งไปยังโรงงานอริสา รีไซเคิลฯ จังหวัดระยองเท่านั้น ไม่สามารถขนไปไว้ที่อื่นได้เลย

ส่วนโรงงานในจังหวัดสระแก้ว ถูกแจ้งข้อหาจัดตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกปรับกรณีนำสิ่งปฏิกูลที่ไม่ใช้ออกนอกโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก 2 แสนบาทสำหรับการเอาผิดตัวบุคคลขณะนี้มีเพียงแค่ นายบุญยืน น้อยเจริญ ที่รับเป็นเจ้าของกิจการ และนายสาธิต ธูปทอง ผู้รับเป็นเจ้าของพื้นที่ ถูกดำเนินคดี 2 ข้อหาคือการนำแรงงานกัมพูชา 41 คน เข้ามาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่า

ขยะทั้งหมดกว่า 300 ตัน พนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ได้อายัดไว้ตรวจสอบ โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบล ได้นำผ้าใบมาปิดคลุมไว้ เพื่อป้องกันฝนตกลงมาชะล้าง หากขยะดังกล่าวมีสารพิษตกค้าง น้ำดังกล่าวจะไหลลงสู่แม่น้ำลำคลอง เป็นอันตรายกับคนและสัตว์ที่นำน้ำดังกล่าวมาบริโภคจากนี้ต้องจับตาดูว่า เจ้าของโรงงานขยะที่สระแก้ว จะขนย้ายขยะกว่า 300 ต้น กลับไปที่ต้นทางในจังหวัดระยองได้ทันตามเวลา 15 วัน ตามที่ "ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว" สั่งการหรือไม่และกระบวนการตรวจสอบสารพิษและวัตถุอันตรายตกค้างในพื้นที่จากกรมควบคุมมลพิษจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางเสียงเรียกร้องของชาวบ้านในพื้นที่ ที่ต้องการให้นำขยะออกนอกพื้นที่โดยเร็ว

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV