ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ใครโกหกเรื่องอิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมันของอังกฤษ?

4.3K 41
ใครโกหกเรื่องอิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมันของอังกฤษ?

ไออาร์จีซีออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมา ว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง และในเวลาที่ทางด้านสถานีโทรทัศน์ซีเอ็น เอ็น ได้รายงานข่าวนั้นไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันหรือหรือบรรทุกสินค้าของประเทศใด รวมถึงของอังกฤษ เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า หากไออาร์จีซีต้องการยึดเรือของอังกฤษจริง ภารกิจจะเกิดขึ้นทันทีด้วยความรวดเร็วและประสบความสำเร็จ

เป็นข่าวใหญ่พอสมควร เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา หลังจากทางด้านสถานีโทรทัศน์ของซีเอ็นเอ็น ได้รายงานข่าว ว่ามีแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลของสหรัฐฯ ได้ให้ข่าวกับทางสถานี ว่า เรือลาดตระเวนของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน หรือ ไออาร์จีซี อย่างน้อย 5 ลำ พร้อมด้วยอาวุธครบมือ เข้าทำการสกัดเรือบรรทุกน้ำมันบริติช เฮอริเทจ ของอังกฤษ ซึ่งกำลังเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และสั่งให้เรือลำดังกล่าวนั้นได้เปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือ เพื่อไปยังน่านน้ำของอิหร่าน แต่ทว่าเหตุการณ์คลี่คลายเมื่อเรือตรวจการณ์เอชเอ็มเอส มอนต์โรส ของกองทัพเรืออังกฤษ ที่ติดตามเรือบรรทุกน้ำมันลำนี้มาไม่ห่างนัก ส่งสัญญาณเตือนเรือของไออาร์จีซีซึ่งถอยห่างออกไปในที่สุด ส่วนเรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวก็ได้เดินทางต่อไปตามเส้นทางเดิม โดยมีการกล่าวอ้างว่าเหตุการณ์ทั้งหมดถูกเครื่องบินของสหรัฐฯ ได้บันทึกภาพเอาไว้

โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นานหลังจากทางด้านประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน ได้ออกมาบอกว่า อังกฤษ จะต้องได้รับบทเรียน จากการยึดเรือบรรทุกน้ำมันเกรซ วัน ของอิหร่าน ที่น่านน้ำนอกชายฝั่งดินแดนยิบรอลตาร์ เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า โดยการให้เหตุผลว่าเรือเกรซ วัน ต้องสงสัยบรรทุกน้ำมันดิบประมาณ 2 ล้านบาร์เรลไปยังซีเรีย ซึ่งถือเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป หรือว่าอียู แต่เรื่องดังกล่าวนั้นก็ถูกเปิดเผยในภายหลังว่าทางด้านอังกฤษนั้นทำตามคำสั่งของสหรัฐฯ ในการสั่งการให้จัดการกับเรือของอิหร่าน ซึ่งสหรัฐฯ กำลังมีความขัดแย้งอย่างหนักกับอิหร่านในขณะนี้

จากเหตุการณ์ที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวนั้น ปรากฎว่าหลังจากนั้นทางด้าน กระทรวงคมนาคม ของอังกฤษ ได้ออกแถลงการณ์ เรื่องการยกระดับคำเตือนภัยแก่เรือทุกประเภทของอังกฤษ ในการใช้เส้นทางเดินเรือบริเวณอ่าวเปอร์เซียโดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซเป็นระดับสูงสุด เนื่องจาก มีความเสี่ยงในระดับสูง ที่เรือของอังกฤษจะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีหรือการก่อวินาศกรรม

แต่ก็มีสิ่งที่น่าสนใจว่า หลังจากนั้นไม่นาน ทางด้านอิหร่าน ก็ออกมาตอบโต้เรื่องดังกล่าวทันที ไออาร์จีซีออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมา ว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง และในเวลาที่ทางด้านสถานีโทรทัศน์ซีเอ็น เอ็น ได้รายงานข่าวนั้นไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันหรือหรือบรรทุกสินค้าของประเทศใด รวมถึงของอังกฤษ เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า หากไออาร์จีซีต้องการยึดเรือของอังกฤษจริง ภารกิจจะเกิดขึ้นทันทีด้วยความรวดเร็วและประสบความสำเร็จ

ดังนั้นเรื่องดังกล่าวเวลานี้ จึงกลายเป็นคำถามว่าใครโกหกกันแน่? ระหว่าง

1. สถานีโทรทัศน์ ซี เอ็น เอ็น ที่กล่าวอ้างถึงแหล่งข่าวจากสหรัฐฯ

2. รัฐบาลอังกฤษ ต้นสังกัดของเรือบริติช เฮอริเทจ และเรือตรวจการณ์เอชเอ็มเอส มอนต์โรส

3. รัฐบาลอิหร่าน และ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน หรือ ไออาร์จีซี

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ยังไม่มีใครรู้ว่าความจริงคืออะไร ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกหลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านประทุขึ้น ในช่วงเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา เริ่มจากเหตุการณ์ แรก จากกรณีที่มีเรือบรรทุกน้ำมัน อย่างน้อย 2 ลำ ถูกวินาศกรรม ซึ่งขณะนั้นทางด้านกองทัพเรือสหรัฐฯ ก็อ้างว่าเป็นการกระทำขององกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน หรือ ไออาร์จีซี และพยายามจะนำภาพข่าวออกมาเป็นหลักฐานแต่ถูกจับผิดหลายอย่างว่า เป็นการสร้างภาพขึ้นมา จนกระทั่งปัจจุบันนี้ เราก็ยังไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร และเรื่องดังกล่าว ก็ถูกกลบด้วยข่าวใหม่ นั่นก็คือ เรือบรรทุกน้ำมันถูกกระทำอีกครั้ง เหตุการณ์คล้าย ๆ กับครั้งแรก และตามด้วย เหตุการณ์ โดรนสอดแนมของกองทัพเรือสหรัฐฯ ถูกกองทัพอากาศอิหร่าน ยิงตก ซึ่งทั้งสองต่างก็อ้างความชอบทำ สหรัฐฯ อ้างว่าโดรนปฎิบัติการอยู่ในน่านฟ้าสากล ไม่ได้ล้ำเข้าไปยังอาณาเขตของอิหร่าน แต่ทางด้านอิหร่านก็บอกว่าโดรนถูกยิงตกในพื้นที่ของอิหร่าน จึงเกิดคำถามตามมาเช่นกันว่า ถ้าโดรนสหรัฐฯ ไม่ล้ำเข้าไปยังอิหร่าน ทำไมจึงถูกยิงตกในพื้นที่ของอิหร่าน จนแล้วจนรอดเรื่องดังกล่าวก็ไม่ได้รับคำตอบจากสหรัฐฯ และ เรื่องนี้ก็เงียบไปในที่สุด

จนกระทั่งสัปดาห์ที่ผ่านมาอิหร่าน ได้ออกข่าวมาบ้างว่าเรือบรรทุกน้ำมันเกรซ วันถูกจับโดยนาวิโยธินของอังกฤษ ข่าวนี้หลายคนก็ตั้งคำถามเช่นกันว่าจริงหรือไม่ อังกฤษทำจริงไหม ท้ายที่สุดถูกยืนยันจากรัฐบาลสเปน ว่าเรื่องนี้จริง เพราะปัจจุบันเรือยังจอดอยู่ที่ยิบรอลตาร์ และ ลูกเรือยังถูกจับกุม ยังเปิดเผยเพิ่มว่าสหรัฐฯ สั่งให้ยึดเรือลำดังกล่าว

จนกระทั่งล่าสุดเหตุการณ์ ยึดเรือน้ำมันของอังกฤษ เกิดขึ้นมา แต่เมื่อทางอิหร่านออกมาปฏิเสธ หลักฐานจากอังกฤษ และ สหรัฐฯ นั้นก็ยังไม่มีออกมาให้ชาวโลกประจักษ์ มีเพียงรายงานข่าวของสื่อมวลชน ที่กล่าวอ้างแหล่งข่าวจากสหรัฐฯ

คำถามทั้งหมดจึงเกิดขึ้นมาและต้องถามกลับว่าทั้งหมดทั้งมวลแล้วใครได้ประโยชน์ จากความขัดแย้งเหล่านี้??

สถาพร เกื้อสกุล 12-07-2562

ติดตามอ่านข่าวอื่น ๆ ที่นี่ http://www.nationtv.tv/main/columnist/59/

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย สถาพร เกื้อสกุล | ภาพโดย EPA / AFP