ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

TDRI ประเมินผลงาน 5 ปีรัฐบาลประยุทธ์ มีข้อดีและมีการทุจริตไม่โปร่งใส

1.3K 32

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ประเมินผลงาน 5 ปีรัฐบาลประยุทธ 1 ชี้ผลงานที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือ EEC การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ที่เป็นปัญหาคือการตรวจสอบความโปร่งใสของคนในรัฐบาล การเอื้อผลประโยชน์กลุ่มทุน และ พ.ร.บ.ไซเบอร์ ที่ขวางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอล

ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ นำทีมนักวิจัยแถลงข่าว ประเมินผลงานรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา? (1) ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ที่ได้บริหารประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์มุ่งสร้างความมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน โดยดำเนินมาตรการต่างๆ มากมายจากการใช้อำนาจเต็มที่ในด้านการบริหาร และนิติบัญญัติ เนื่องจากไม่มีภาพฝ่ายค้านในสภาและสามารถออกคำสั่งตามมาตรา 44 ได้


ดร.สมเกียรติ บอกว่าในด้านหนึ่งการใช้อำนาจของรัฐบาลโดยมีกลไกตรวจสอบถ่วงดุลน้อยกว่ารัฐบาลปกติ ทำให้รัฐบาลสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ออกมาได้มาก เช่น ผ่านกฎหมายออกมามากกว่า 400 ฉบับ ปลดล็อคด้านกฎระเบียบต่างๆ และลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ได้จำนวนมากแต่อีกด้านหนึ่งการใช้อำนาจดังกล่าวของรัฐบาล ก็มีผลในการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและก่อให้เกิดผลเสียในหลายๆครั้ง

เมื่อถามว่า ทีดีอาร์ไอให้คะแนนรัฐบาลประยุทธ์ (1) เท่าไหร่ ดร.สมเกียรติ บอกว่า การออกมาประเมินผลงานรัฐบาลครั้งนี้ อยู่มันอยู่ท่ามกลางบรรยากาศความขัดแย้ง จึงอยากออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ ทั้งข้อดีและข้อเสียโดยละเอียด โดยจะไม่ขอให้คะแนน หรือ บอกว่าสอบตกหรือสอบผ่าน ในการประเมินครั้งนี้

สำหรับ 3 ผลงานเด่นๆ ในรัฐบาลประยุทธ์ (1) ที่ ทีดีอาร์ไอ มองว่าเป็นรูปธรรม มากที่สุดคือโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ EEC โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆและการปลดล็อค ICAO และ IUU รวมถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในขณะที่อีกด้านหนึ่งก็ได้เห็นการทุจริตในรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งความไม่โปร่งใสในการตรวจสอบคนในรัฐบาลเอง เช่นกรณี นาฬิกายืมเพื่อน ของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ และมีข้อสังเกตถึงการเอื้อประโยชน์กับทุนใหญ่ในโครงการต่างๆ รวมถึงการออกพระราชบัญญัติรักษาความปลอดภัยมั่นคงไซเบอร์ พ.ศ.2562 ซึ่งขัดขวางการเดินหน้าเศรษฐกิจดิจิตอล

ถ้ามองต่อไปว่าในรัฐบาลประยุทธ์ (2) จะเป็นอย่างไร ดร.สมเกียตริ บอกว่า บรรยากาศก็จะต่างกับรัฐบาลประยุทธ์ (1) ที่มีตัวช่วยเป็นม.44 แต่ก็ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมา ม.44 ก็กลับกลายการแก้ปัญหา แล้วเกิดปัญหาใหม่ จนต้องออกคำสั่งมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น จาก ม.44 เพราะฉะนั้นการบริหารงานในรัฐบาลชุดใหม่ จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาโดยอาศัยการทำความเข้าใจกับสังคม แก้ปัญหาด้วยการปรึกษาหารือ และใช้ฉันทามติสังคม แทนการออกคำสั่งตามมาตรา 44

สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลประยุทธ์ (2) ควรทำก็คือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจซึ่งเป็นเรื่องที่คนในพรรคร่วมรัฐบาลรู้ดีอยู่แล้ว แต่ก็อยากจะเตือนว่าไม่อยากให้มองการแก้ปัญหาเพียงระยะสั้น แต่อยากให้มองไปถึงการแก้ปัญหาระยะยาว เช่นในเรื่องของการศึกษา สาธารณสุข เพราะหลายเรื่องหากไม่แก้ปัญหาแบบระยะยาว ก็จะกลายเป็นปัญหาเร่งด่วนในที่สุด

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend