ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2562

Nation Documentary | เคมีเกษตร อันตรายแต่จำเป็น?

1.6K 3
Nation Documentary | เคมีเกษตร อันตรายแต่จำเป็น?

มีข้อเรียกร้องให้แบนสารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด เนื่องจากพบสารตกค้างในพืชผักและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเกษตรกร แต่จนถึงวันนี้สารเคมีดังกล่าวก็ยังไม่ถูกแบน ในขณะเดียวกันก็มีข้อถกเถียงหลายด้านรวมถึงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องใช้สารเคมีต่อไป ที่สุดแล้วการแบน 3 สารเคมีจะเป็นไปได้หรือไม่ ?

ตลอดช่วงชีวิตของการเป็นเกษตรกรไร่ข้าวโพดเลี้ยง 14 ปี ยอด จันทร์แป้น เพิ่งพบกับภัยคุกคามใหม่ ที่ทำให้ต้องใช้สารเคมีมากกว่าเดิม

นี่คือหนอนกระทู้ ที่กำลังระบาดหนักในพื้นที่บ้านนายาง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตดิตถ์ และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีต้นตอที่ประเทศอินเดียวก่อนระบาดเข้าสู่ประเทศไทยทางชายแดนจังหวัดตาก

หนอนกระทู้จะกัดกินยอดของต้นข้าวโพดอ่อนจนได้รับความเสีย เกษตรกรบอกว่ามีชาวบ้านที่ต้องไถ่ข้าวโพดทิ้งทั้งไร่ เพราะการระบาดของหนอนชนิดนี้

ไม่มีทางเลือกสำหรับ ชายวัย 60 ปี เจ้าของไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จำนวน 40 ไร่ ที่ต้องอาศัยสารเคมีฆ่าแมลงชนิดเข้มข้นอีกเช่นเคย

การระบาดของแมลงชนิดใหม่ๆ ทำให้เกษตรกรมีความกังวลไม่น้อยหากจะมีการควบคุมการใช้สารเคมีทางการเกษตร ที่แม้จะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสียหายของผลผลิต ที่ได้ลงทุนไปแล้วตั้งแต่ต้น

แต่ในฐานะเจ้าของไร่ ยอด จันทร์แป้น ไม่ฉีดยาฆ่าแมลงด้วยตัวเอง เพราะรู้ดีว่าไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ แต่มีกลุ่มชาวบ้านอีกกลุ่มที่หารายได้เสริมจากความเสี่ยงนี้

สารเคมี 2 ชนิดถูกผสมลงไปในถัง 200 ลิตร ชาวบ้านบางคนใช้มือเปล่าในการผสมสารเคมี เพราะทำจนเคยชินและไม่คิดว่าจะเป็นอันตรายจนเกินไป

น้ำยาที่ผสมเข้ากันแล้ว ถูกเทใส่ลงในเครื่องฉีดพ้น ชาวบ้านตั้งแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่ง เดินฉีดจนทั่ว

ช่วงเวลานี้นับเป็นเวลาทำเงินสำหรับอาชีพรับจ้างฉีดสารเคมี เพราะต้นฤดูฝนแบบนี้เป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุดในการฉีดยาฆ่าแมลง และยากำจัดศัตรูพืชถ้ามีทางเลือก พวกเขาคงไม่อยากมีรายได้บนความเสี่ยงเหล่านี้

"วิโรจน์" ผู้ป่วยรายล่าสุด

ที่ตึกอายุกรรม โรงพยาบาลพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก วิโรจน์ รุ่งเจ็ก ไม่โชคดีเหมือนกับเกษตรกรคนอื่นๆ หลังจากผสมสารเร่งลำไยเขามีอาการพุพองตามผิวหนัง

วิโรจน์ ในวัย 51 ปี เป็นเกษตรกรที่รับจ้างฉีดสารเคมีในพื้นที่ตำบลวังนกแอ่น อำวังทอง จังหวัดพิษณุโลก มาเกือบ 5 ปีแล้ว งานที่ทำเป็นประจำทำให้เขามีอาการทางผิวหนังมาโดยตลอด จนกระทั้งล่าสุดที่มีอาการโคม่า เขาเชื่อว่าโรคที่เป็นส่วนหนึ่งมาจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่สะสมมานาน

ภรรยาของนายวิโรจน์ เล่าให้ฟังว่าแพทย์ยังไม่วินิจฉัยว่าสามีป่วยจากการใช้สารเคมีหรือไม่ เพราะโรคที่เป็นอาจมีหลายสาเหตุ ส่วนตัวจึงยังไม่กล้าฟังธงว่าเกิดจากอะไร แต่ถ้าสามีหายป่วยแล้ว ก็คงให้เลิกทำอาชีพรับจ้างฉีดสารเคมี ไปตลอดชีวิต

ข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าในปี 2561 มีรายงานผู้ป่วยจากพิษสารกำจัดศัตรูพืชทุกชนิดทั้งหมด 6,079 คน คิดเป็นอัตราป่วย 12.95 ต่อแสนประชากร นอกจากนี้ยังพบผู้ป่วยจากพิษสารกำจัดแมลง 2,956 คน คิดเป็น อัตราป่วย 6.3 ต่อแสนประชากร

เราเดินทางกลับไปที่ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก บ้านของนายวิโรจน์ ที่ป่วยหลังใช้สารเคมี ถังบรรจุสารเคมี ขวดยา และเครื่องมือต่างๆ ยังหลงเหลือให้เห็น ที่นี่เรากับผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ซึ่งเจ้าของพื้นที่ บอกว่าหมู่บ้านแห่งนี้ทำเกษตรกรรมแปลงใหญ่ปลูกไม้ผล เช่นมะม่วง ลำไย และไร่ยางพารา

เมื่อมีการปลูกพืช ก็มีการใช้สารเคมีเป็นเรื่องปกติ ทุกคนในหมู่บ้านเชื่อว่า นายวิโรจน์ป่วยหนัก เพราะอาจใช้สารเคมีอย่างไม่ป้องกันมิดชิด ครั้งสุดท้ายก่อนจะเข้าโรงพยาบาล เขาผสมสารเร่งลำไยด้วยมือเปล่า

แบนสารเคมีทำต้นทุนเกษตรเพิ่ม?

แม้สารเร่งพืชผลจะไม่ใช่ 1 ใน 3 สารเคมีเกษตรที่กำลังจะได้รับการควบคุม แต่ก็อันตรายพอๆกัน ในพื้นที่ยังพบเห็นการใช้สารพาราควอต ยาฆ่าหญ้าชนิดเผาไหม้ ไกรโฟลเซทยาฆ่าหญ้าชนิดดูดซึม และควอไพรลิฟอส ยาฆ่าแมลง เป็นวิถีชีวิตประจำวัน

น้องชายของผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ก็มีอาชีพรับจ้างฉีดสารเคมีเกษตรเหมือนกัน แม้ โรม แก้วสว่าง จะรู้ว่าคนในหมู่บ้านเดียวกัน อาจล้มป่วยด้วยการใช้สารเคมี แต่ก็ยังคงต้องเดินหน้าทำอาชีพนี้ต่อไป เมื่อยังมีคนว่าจ้างให้ทำ

ถ้าวันหนึ่งสารเคมีเกษตรถูกยกเลิกการใช้ เขาจะผันตัวเองไปทำอาชีพรับจ้างดายหญ้า และเมื่อการดายหญ้าต้องใช้เวลา และใช้แรงมากกว่าการฉีกยาฆ่าหญ้า เขาคิดคำนวนค่าจ้างล่วงหน้าว่าจะคิดเป็นงาน งานละ 400 บาท ถ้าดายหญ้า 1 ไร่ ก็คิดเป็นค่าจ้าง 1600 บาท ขณะที่ทุกวันนี้เขารับจ้างฉีดยา 250 บาทต่อไร

กษ.สั่งจำกัดการใช้ ลงทะเบียนเกษตรกร

ความพยายามในการแบนสารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิดในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมาดูเหมือนจะมีความคืบหน้าสลับกับไร้ความคืบหน้า เพราะว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายยังคงไม่แบนสารเคมีดังกล่าว

ขณะที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แสดงความพยายามในการที่จะยกเลิกการใช้สารเคมีตามความเห็นของ กระทรวงสาธารณสุข ด้วยการจำกัดการใช้และควบคุมการนำเข้า แต่ก็ยังพบว่ามีการลักลอบนำเข้าสารเคมีอย่างเนื่อง

ส่วนการจำกัดการใช้ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ตำบลวังนกแอ่น กำลังรอเอกสารแบบฟรอมจากส่วนกลาง เพื่อแจกให้ลูกบ้านที่ที่ดิน ทำการเกษตรและต้องใช้สารเคมี ลงทะเบียน และอบรม จึงสามารถซื้อสารเคมีทางการเกษตรได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคมนี้

เกษตรอินทรีย์ไม่ตอบโจทย์

ไร่มะม่วงน้ำดอกไม้ จำนวน 40 ไร่ ของ บุญยัง บุญดี เกษตรกรวัย 52 ปี ตำบลวังนกแอ่น กำลังติดดอก จึงต้องเร่งราดสารกระตุ้นให้ผลผลิตออกมาจำนวนมาก

มะม่วงของลุงบุญยัง จะมีผลไม่สวยและไม่เป็นที่ต้องการของตลาดเพื่อการส่งออกได้เลย ถ้าไม่ใช้สารเคมี ประคับประคอง ตลอดช่วงฤดูการผลิต จนผลมะม่วงมีสีเหลืองทอง สวยงาม

สารเคมีจะถูกใช้ตั้งแต่ขั้นตอนของการกำจัดหญ้าในไร่ และเมื่อออกดอก เขาจะฉีดยาฆ่าแมลงทับ เมื่อออกเป็นผล จะต้องฉีดยาฆ่าแมลงซ้ำไปอีกรอบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงไม่ให้ผลผลิตเสียหาย

สำหรับบุญยัง การลงทุนซื้อสารเคมีถือเป็นต้นทุนทางการเกษตรที่คุ้มค่า เขาเป็นเกษตรกรคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการแบนสารเคมี ไม่ต้องพูดถึงทางเลือกเกษตรอินทรีย์ ที่รู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์ สำหรับการทำเกษตรแปลงใหญ่

"ชาวปงสนุก" เคมีตกค้างในเลือดทั้งหมู่บ้าน

แต่การใช้สารเคมีเกษตรต่อเนื่องยาวนาน ก็เป็นความเสี่ยงที่จะได้รับสารปนเปื้อน ที่ตำบลปงสนุก อำเภอเวียงสา จังหวัดน่านชาวบ้านที่นี่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดกันทั้งหมู่บ้าน

เราเดินทางมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ หลังจากพบงานวิจัยของโรงพยาบาลเวียงสา ย้อนเมื่อปี 2558 เรื่องการใช้สารเคมีพาราควอต พบว่าชาวบ้านเป็นโรคผิวหนัง และมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งสูงขึ้น

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอในขณะนั้น พบว่า สถานการณ์โรคที่พบไม่ใช่เรื่องปกติ จึงพยายามหาสาเหตุ และเชื่อว่ามาจากการใช้สารเคมีทางการเกษตร เพราะชาวบ้านกว่า 80% เป็นเกษตรกรไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และปลูกข้าวที่ต้องใช้สารเคมีเป็นจำนวนมาก

4 ปีผ่านไปทุกอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ผลการตรวจเลือดของ ชาวบ้านปงสนุก จำนวนเกือบ 300 คนเมื่อปี 2561 มีเพียง 5 คนเท่านี้ ที่ไม่พบสารเคมี ส่วนที่เหลือทั้งหมดพบสารเคมีตกค้างในเลือด จำนวนนี้ 22 คนอยู่ในเกณฑ์ไม่ปลอดภัย

ช่วงบ่ายของวันที่อากาศครึ้มๆ คำดี คำชื่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปงสนุก พึ่งกลับมาจากงานศพของคนในหมู่บ้านเดียวกันซึ่งเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นอันดับโรคที่คนในหมู่บ้าน เสียชีวิตกันมากสุดสลับกับไตวาย

เรานัดพบเธอที่สถานีอนามัย คำดี รู้ดีว่าการใช้สารเคมีเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับชาวบ้านที่นี่ และในฐานะเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มีหน้าที่ดูแลสุขภาพของประชาชน ทำได้เพียง 'รณรงค์ให้ชาวบ้านปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเองโดยไม่ใช้สารเคมี' อย่างน้อยก็น่าจะช่วยลดการปนเปื้อนสารพิษในเลือดของชาวบ้านได้บ้าง

หมู่บ้านปงสนุก เป็นหมู่บ้านที่ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติที่สงบเงียบ ซึ่งมีให้เห็นอยู่ทั่วไปในจังหวัดน่าน ไม่มีใครรู้ว่าผู้คนที่นี่จะใช้ชีวิตท่ามกลางความเสี่ยง

ของที่ปลูกเอาไว้กินเอง ใช้วิธีการแบบเกษตรอินทรีย์ พื้นที่หน้าบ้านและหลังบ้านถูกใช้สอย่างคุ้มค่า เต็มไปด้วยพืชผักสวนครัวที่ไม่ใช้สารพิษ

นาแปลงนี้ชาวบ้านตั้งใจปลูกข้าวเหนียวไว้กินเอง ก็เป็นนาอินทรีย์ที่ไร้สารเคมี แต่สำหรับพืชที่ปลูกในแปลงใหญ่พวกเขายังคงจำเป็นต้องใช้'สารเคมี'ต่อไป เพราะรายได้ ก็จำเป็นสำหรับการมีชีวิตอยู่ต่อไป เช่นเดียวกัน

จำกัดการใช้ไม่กระทบยอดขาย

ที่ร้านค้าเล็กๆ กลางหมู่บ้าน มุมหนึ่งของร้านถูกจัดไว้เพื่อขายสารเคมีทางการเกษตรโดยเฉพาะ นี่เป็นร้านที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เจ้าของร้านบอกกับเราว่า ความต้องการซื้อสารเคมีของชาวบ้านยังมีอยู่ก็ต้องขายต่อไป และถึงแม้จะมีมาตรการจำกัดการใช้ ด้วยการอบรม และ ลงทะเบียนเกษตร ก็จะไม่กระทบยอดขาย

นี่อาจเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้บริโภคที่อยู่ปลายทางตกใจ และอาจตั้งคำถามว่า 'ผู้ผลิต' ซึ่งเป็นเกษตรกรที่อยู่ต้นทาง ไม่มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคมากพอ

แต่ ปฏิเสธไม่ได้ว่า เกษตรกรเองก็ถูกบีบรัดจากภาวะหนี้สิน ทำให้ไม่มีทางเลือกเมื่อทางนี้เป็นทางที่ได้เงินก้อนง่ายและสะดวกที่สุด ก็จำเป็นต้องทำแม้จะเสี่ยงทั้งคนที่อยู่ต้นทางและปลายทางก็ตาม

เกษตรกรหวัง สารทดแทน "สารเคมี"

ที่สวนมะม่วงน้ำดอกไม้ของบุญยืน บุญดี จังหวัดพิษณุโลก ก็ยังคงต้องการใช้สารเคมีต่อไป เช่นเดียวกับ ไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ แต่ที่นี่ต่างออกไป เพราะเจ้าของไร่ ยอด จันทร์แป้น บอกว่า ไม่อยากใช้สารเคมีต่อไปอีกแล้ว หากจะมีใครสักคนสามารถ คิดค้นสารที่ใช้ทดแทนสารเคมีได้สำเร็จ

ในเมื่อเกษตรกรไม่มีทางหลีกเลี่ยงสารเคมีได้ เราจึงได้เห็นการปลูกผักปลอดสารพิษ ปลูกข้าวไว้กินเอง ได้เห็นเกษตรกรที่ผิวหนังผุพองห่อผ้าทั้งตัว และไม่ใช้ไม่นาน คนในหมู่บ้านปงสนุกก็อาจเสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็งอีกคนแล้วคนเล่า แม้จะรู้ว่าเสี่ยงแต่เกษตรกรที่ได้คุย ก็ยังนึกภาพไม่ออกว่า ถ้าวันหนึ่งหยุดนำเข้าสารเคมีขึ้นมากจริง พวกเขาจะทำเกษตรต่อไปอย่างไร .

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
แชร์