ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2562

Nation Documentary | บัตรพลังงานลวงโลก

1.5K 23
Nation Documentary | บัตรพลังงานลวงโลก

ต้นเดือนมิถุนายนหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นเป็นข่าวดังไปทั่วหลังจากพบว่ามีการใช้บัตรพลังงานเพื่อรักษาโรค ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีกลุ่มคนเข้ามาหลอกขายสิ่งที่อ้างว่ารักษาโรคได้ ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไร

ชุมชนบ้านศาลาดิน ต.ศรีสำราญ อ.อุบลรัตน์ อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดขอนแก่นไปราว 50 กิโลเมตร มันเป็นความห่างใกล้ที่มากพอ ที่บัตรพลังงานรักษาโรคจะเข้ามาเป็นความหวังใหม่ ในการรักษาตัวของชาวบ้าน

ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย ส่วนใหญ่มีแต่ผู้สูงอายุ และเด็ก หมู่บ้านนี้เป็นที่แห่งแรกที่มีคนนำบัตรพสาติก ที่เรียกว่า บัตรพลังงานเข้ามา และมันคงจะเป็นเครื่องมือในการรักษาของคนเฒ่าคนแก่ต่อไป ถ้าไม่ตกเป็นข่าวเสียก่อน

ที่บ้านหลังนี้ เราได้พบกับหญิงชราวัย 68 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ซื้อบัตรพลังงานมาใช้เพื่อแก้อาการปวดเมื่อย ในราคา 1,100 บาท เราอยากรู้ว่า อะไรผลักดันให้เธอต้องพึ่งพาบัตรวิเศษใบนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บัตรพลังงาน เป็นข่าวดังต่อเนื่อง ไม่มีแพทย์ หรือนักวิทยาศาตร์คนไหน ยืนยันว่ามันใช้รักษาโรคได้ มากไปกว่านั้น มีการตรวจพบรังสีเกินค่ามาตรฐาน จนอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว แต่ข้อมูลนี้อาจไปไม่ถึงชาวบ้าน พวกเขายังคงเก็บบัตรพลังงานไว้อย่างหลบซ่อน จะเป็นไรไปจะเราจะขอยืมมาลองใช้ดู

เราแตะบัตรนี้ที่หลังนานอยู่ราว 5 นาที ถ้ามันใช้รักษาโรคได้จริง เราอาจใช้เวลากับมันน้อยเกินไป ต่างจากหญิงชราคนนี้ที่ใช้มันมาเกือบ 6 เดือนแล้ว เธอรู้สึกว่ามันทำให้เธอกลับมานั่งขัดสมาธิแบบนี้ในความรู้สึกของชาวบ้าน เราไม่ใช่ผู้ตัดสิน แต่ถ้าบัตรพลังงานใบนี้เป็นบัตรลวงโลก หลอกขายจริงๆ เราอยากรู้ว่าทำไมจึงแพร่หลายในหมู่บ้านแห่งนี้ เราจะค้นหาคำตอบกันต่อไป

หญิงวัยกลางคน ปีนี้เธอมาอายุ 55 ปี เธอเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นทำให้ไม่สามารถเดินได้คล่องแคล่ว มักจะมีอาการปวดบริเวณบั้นเอวไปจนถึงขา บางครั้งปวดจนไม่สามารถเดินได้แต่หลังจากที่นำบัตรใบนี้มาใช้ติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน อาการก็ค่อยๆดีขึ้น สามารถกลับมาเดินได้ทำงานบ้านไม่เพียงแต่เธอที่บัตรพลังงาน แต่สามีที่เพิ่งผ่าหัวเข่า ก็ใช้บัตรนี้ จนกลับมายกกระสอบข้าวสารที่มีน้ำหนักถึง 30 กิโลกรัมได้อีกครั้ง เธอเชื่อว่าถ้าไม่ได้ใช้บัตรใบนี้ สามีที่เพิ่งได้รับการผ่าหัวเข่าไม่น่าจะกลับมาเดินได้อีก

ย้อนไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว บัตรพลังงาน รักษาโรคเริ่มเข้ามาเร่ขายในพื้นที่ การเชิญชวนเริ่มต้นจากการบรรยาสรรพคุณ อย่างในคลิปนี้

เริ่มแรกมีชาวบ้านใช้บัตรเพียงไม่กี่คน แต่หลังจากการชวนเชิญ ประกอบกับมีตัวอย่างที่ใช้ แล้วได้ผลจริง จำนวนคนที่ใช้บัตรก็เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น สาเหตุหนึ่งคือไม่อยากไปหาหมอที่โรงพยาบาลช่วงบ่ายของวันที่อากาศร้อนจัด หลังออกจากบ้านไปแต่ชาวมืด หญิงวัย 60 ปีคนนี้เพิ่งกลับมาถึงบ้าน กลับมาพร้อมกับถุงยาพะลุงพะลัง เธอป่วยเป็นเบาหวานมาหลายปี และได้รับคำแนะนำว่าให้นำบัตรมาแช่ในน้ำ ดื่ม จะหายจากโรค

เธอบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องสนุกที่ ที่จะต้องไปโรงพยาบาลตั้งแต่เช้ามืด และกลับมาถึงบ้านในตอนบ่าย

วันนี้ลูกสาวของเธอทิ้งบัตรพลังงานนั้นไปแล้ว ความหวังในการรักษาจึงอยู่กับแพทย์ในโรงพยาบาลประจำอำเภออีกเช่นเคย

เรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้สังคมมองว่าชาวบ้านเป็นคนโง่ งมงาย แต่บางทีมันอาจจะเป็นที่พึ่งสุดท้าย หลังจากที่มีข้อพิสูจน์ออกมาว่าไม่สามารถรักษาโรคได้ หญิงคนนี้ อยากให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอให้ชาวบ้านได้กลับใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ไม่ต้องมีคนมาถามเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้

เจ้าหน้าที่ สธ. เผยคนไข้ไม่ลดลง

เราเดินทางไปที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือสถานีอนามัยที่อยู่ใกล้หมู่บ้านมามากที่สุด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศรีสำราญ เป็นสถานพยาบาลที่ชาวบ้านนิยมเดินทางมารับการรักษามากที่สุด เนื่องจากอยู่ใกล้กว่าเมื่อเทียบกับต้องไปที่โรงพยาบาลอุบลรัตน์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอ

นับตั้งแต่มีบัตรพลังงานเข้า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่นี่บอกว่า ไม่ได้มีจำนวนคนไข้ที่ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งยังมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น

ข้อมูลจากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ทำให้เราทราบว่า ตำบลศรีสำราญ มีทั้งหมด 10 หมู่บ้าน ชุมชนบ้านศาลาดิน เป็นหนึ่งในนั้น ทั้ง 10 หมู่บ้านมีประชากรรวมกันราว 5000 กว่าคนจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุ 600 กว่าคน อันดับโรค ที่เป็นมากที่สุดคือเบาหวานความดัน รองลงมาเป็นอาการปวดกล้ามเนื้อ และระบบทางเดินหายใจ ตามลำดับ

พิสูจน์บัตรพลังงาน

การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบัตรพลังงานมีออกไปอย่างกว้างขวาง รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ วงศ์ อาจารย์และนักวิชาการสาขาเคมีอินทรีย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทดสอบกระแสไฟฟ้า บัตรพลังงาน ไม่พบกระแสไฟฟ้าใดๆ แต่มีสิ่งที่น่ากังวลไปมากกว่านั้น คืออาจมีกัมมันตภาพรังสีเจือปน

ในที่สุดบัตรพลังงานก็เข้าสู่การตรวจสอบจากสำนักงานปรมรณูเพื่อสันติ และสถานบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบอย่างละเอียด พบภายในบัตรประกอบได้ด้วยแร่ยูเรเนียม และทอเรียม ซึ่งเป็นแผ่รังสีบีต้าออกมา

โดยในบัตรพลังงาน มีระดับรังสีประมาณ 40 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ที่ระยะห่างประมาณ 1 เซนติเมตร ระดับรังสีระดับนี้เทียบง่ายๆ คืออยู่กับมันสัก 2 ชั่วโมงครึ่ง เท่ากับถ่ายเอกซเรย์ปอด 1 ใบ การเอกซเรย์ปอดมีปริมาณรังสี = 0.1 มิลลิซีเวิร์ต แต่ในชีวิตจริงเราไม่ถ่ายเอกซเรย์เรื่อยๆ โดยไม่จำเป็นปริมาณรังสีที่ทดสอบนี้คือระยะห่างจากบัตร 1 เซนติเมตรใน 1 ชั่วโมง และตามความเป็นจริงระดับปริมาณรังสีระดับนี้ก็ไม่มากพอ ที่จะทำให้เป็นอันตรายในระยะสั้น ถ้าอยู่ห่างออกมาปริมาณรังสีก็ลดลง ถึงอยู่ใกล้บัตรแต่แค่ช่วงระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงหรือเป็นวัน ระดับรังสีเท่านี้ยังไม่ต้องกังวล

แต่ยิ่งอยู่ชิดกับบัตรนาน ก็ยิ่งได้รับรังสีเข้าไปเรื่อยๆควรรีบกำจัดอย่างถูกต้อง และให้ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมเป็นอันตรายต่อผู้อื่น รังสีที่แผ่ออกมาจากแร่ธาตุดังกล่าวมีค่าครึ่งชีวิตนับร้อยปีนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บัตรลักษณะนี้ปรากฎขึ้น ก่อนหน้านี้บัตรพลังงานในลักษณะเดียวกัน เคยอ้างว่าใช้แตะเครื่องยนต์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อประหยัดพลังงาน ทั้งที่ความจริงแล้วแร่ที่ผสมอยู่ในบัตร เพียงเป็นเชื้อเพลิงของพลังงานนิวเคลียร์ ที่ต้องผ่านกระบวนการความร้อน จึงจะให้พลังงานออกมา ไม่ส่งผลทั้งด้านประหยัดพลังงาน หรือการรักษาแต่อย่างใด

เมือบัตรพลังงาน เป็นเพียงบัตรลวงโลก รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นไม่อาจนิ่งเฉยให้มีการจำหน่ายบัตรเหล่านี้ต่อไปได้ นอกจากการแจ้งข้อกล่าวหาต่อตัวแทนจำหน่าย คือการทำความเข้าใจกับชาวบ้าน และทำลายบัตรทิ้ง

บัตรพลังงานแชร์ลูกโซ่

การจำหน่ายบัตรพลังงานโดยอ้างว่าเพื่อรักษาโรคอาจมีอะไรไปมากกว่ากำไรจากการซื้อบัตรที่มีต้นทุน 5 บาท 10 บาทเท่านั้น ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย เดินทางมาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ

เขาบอกว่า บริษัทดังกล่าว ได้มีการจดทะเบียนขายตรง มีสินค้าเป็นสบู่ แต่ไม่ได้แจ้งว่าจำหน่ายบัตรพลังงาน พฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ คือ มีคน 50 - 100 คน รวมกลุ่มประชุม ตั้งเป็นเครือข่าย ส่งคนไปหว่านล้อม โน้มน้าวชาวบ้าน เข้าร่วมเป็นสมาชิก และได้สิทธิ์ซื้อบัตรพลังงานในราคา 1100 บาท แล้วให้นำไปขายต่อ ในราคา 1500 - 3000 บาท เมื่อคำนวนผลตอบแทน จะได้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคาร

รองผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ บอกว่า บัตรพลังงานเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน และโฆษณาเกินจริง ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งคณะทำงาน โดยพุ่งเป้าไปที่เจ้าของบริษัท และตัวพิธีกรที่พูดโน้มน้าวรวมถึงผู้ที่จัดหาชาวบ้านฟัง

สะท้อนปัญหาสาธารณสุข

ไม่ว่าส่วนกลางจะพยามทำสิ่งใดกับบัตรพลังงาน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เป็นคนที่ต้องทำหน้าที่สื่อสาร และทยอยเก็บบัตรจากชาวบ้านอีกเช่นเคย

แต่จะมีชาวบ้านสักกี่คนที่คืนบัตร ท่ามกลางความหวังในการรักษาตัวของผู้สูงอายุในชนบท นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการหลอกขายยาหรืออะไรก็ตามแต่ที่อ้างว่ามีสรรพคุณในรักษา ตราบใดที่ทัศนคติ และโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขที่ต้องปล่อยให้คนไข้ต้องไปต่อคิวรอพบแพทย์เป็นเวลานาน การปราบปรามบัตรพลังงานลวงโลก อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นสู่ปัญหาสาธารณสุขในรูปแบบใหม่ เท่านั้นเอง

ไม่ว่าโลกใบนี้จะมีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไปมากแค่ไหน แต่การหลอกลวงก็ยังเกิดขึ้นในทุกยุค บัตรพลังงาน นับว่าเป็นการหลอกลวงในยุค 4.0 ที่แม้เทคโนโลยีจะก้าวไปไกลแล้ว แต่ในพื้นที่ห่างไกลก็ยังไม่มีความรู้เรื่องนี้ที่มากพอ ปัญหานี้อาจแก้ได้ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของระบบสาธารณสุขให้ดียิ่งขึ้น.

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
แชร์