ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"รองวิษณุ" ยืนยัน ต้องสอบคุณสมบัติ ส.ว.ถือหุ้นสื่อ ก่อนแต่งตั้ง

1.52K 1
รองวิษณุ ยืนยัน ต้องสอบคุณสมบัติ ส.ว.ถือหุ้นสื่อ ก่อนแต่งตั้ง

นายวิษณุ เครืองาม เปิดเผยว่าขณะนี้นายกรัฐมนตรีกำลังตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีอยู่ พร้อมยืนยันว่ายังไม่ถูกทาบทามให้นั่งรัฐมนตรีตำแหน่งใด ส่วนประเด็นการตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ว. ยอมรับว่าตรวจพบคุณสมบัติ ส.ว.ถือหุ้นสื่อ ก่อนการแต่งตั้ง แต่คณะกรรมการสรรหาไม่สามารถชี้มูลความผิดได้ ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความผิด

นายวิษณุเครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณียื่นตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ว. ถือหุ้นสื่อ ว่าเหมือนกับกรณี ส.ส. ที่มีการยื่นตรวจสอบกันไปมาอยู่ เช่นกรณี 41 ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล กับฝ่ายหนึ่งหนึ่งยื่นตรวจสอบพรรคฝ่ายค้าน หากมีข้อสงสัย ก็สามารถยื่นตรวจสอบได้ ที่ประธานรัฐสภา ก่อนจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาซึ่งจะกระทบกับการทำงานหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ การวินิจฉัยของศาล ว่าจะให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เพราะมันมีเกณฑ์การพิจารณาอยู่แล้ว ไม่สามารถตอบแทนศาลได้

โดยหากมีข้อสงสัย ก็มีขั้นตอนการร้องเรียน คือ

1.ยื่นให้ตรวจสอบ

2.ยื่นผ่านประธานรัฐสภา

3.ประธานรัฐสภาจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา

4.ศาลวินิจฉัย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ถูกต้อง

โดยส่วนตัวไม่ขอวิจารณ์เรื่องนี้ ส่วนแสดงความกังวล หลังจากมีการยื่นตรวจสอบ คุณสมบัติข้อนี้ ซึ่งมีจำนวนสมาชิกทั้ง ส.ส. และส.ว. เข้าข่ายถือหุ้นสื่อ เกือบครึ่งสภานั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของศาล เช่นเดียวกับกรณีของศาลปกครอง จะคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่อยู่ในหลักเกณฑ์เดียวกัน หากสมาชิกในสภาหาย 100 คน ตามกฎหมายแล้วสามารถทำงานต่อในสภาได้ แม้จำนวนสมาชิก จะลดลง หลังถูกวินิจฉัยในเรื่องนี้ ส่วนตัวมองว่าไม่กระทบกับองค์ประชุมในการพิจารณาเรื่องต่างๆ

นายวิษณุ เครืองาม ยังชี้แจงถึงความบกพร่องในขั้นตอนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา หรือส.ว. โดยยอมรับว่า คณะกรรมการ ตรวจพบรายชื่อบุคคล ที่ เข้าข่าย ถือหุ้นสื่อ อยู่แล้วแต่ศาลยังไม่ได้วินิจฉัย ว่าถือในลักษณะใด หรือตามกฎหมายเอง ก็ไม่ได้ระบุ ว่าถือ ในลักษณะไหน ยังดำเนินกิจการอยู่หรือไม่ แต่ยืนยันว่า หากตรวจสอบ พบว่าเป็นบุคคล ที่ถือหุ้นสื่อ อย่างเช่น ประกอบกิจการธุรกิจสื่อ หนังสือพิมพ์ ที่จัดจำหน่ายรายวัน รายสัปดาห์ โดยมีราคาซื้อขาย ก็เข้าขาดคุณสมบัติต้องห้าม แต่เบื้องต้น ก็มีรายชื่อ สวสำรองไว้รองรับอยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรจึงได้แต่งตั้ง เพราะมองว่า มีคุณสมบัติต้องห้ามอย่างอื่นที่พึงระวังมากกว่านี้ พร้อมยืนยันว่า คุณสมบัติ การถือ หุ้นสื่อของ ส.ว. มีลักษณะเดียวกับ ส.ส.แต่ กกต .กฌไม่กล้าวินิจฉัย ยังไม่ชี้รือระบุว่ามีความผิด เพียงรอ ให้มีผู้ร้องเรียน และให้ศาลได้วินิจฉัยเรื่องดังกล่าวก่อน แต่ส่วนตัวไม่ทราบว่า คำจำกัดความ คุณสมบัติต้องห้ามการหุ้นสื่อของ ส.ว. หมายถึงอะไร หรือ ครอบคลุมถึงไหน โดยยืนยันถึงความบริสุทธิ์ผุดผ่องในกานแต่งตั้ง

ส่วนคำวินิจฉัยของศาลฎีกา เพิกถอนสิทธิ์ผู้สมัคร ส.ส.เนื่องจากถือหุ้นสื่อบางรายก่อนหน้านี้ ว่าไม่ได้เป็นบรรทัดฐานให้กับบุคคลอื่น เพราะต้อง ตรวจสอบ รายบุคคลอีกครั้ง ไม่เหมือนกับ การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่ามีผลผูกมัดกับบุคคลนั้น โดยนายวิษณุ ยังพูดทิ้งท้ายว่า อีกไม่กี่วัน ก็จะทราบแล้วว่า เรื่องนี้ เป็นหมู่หรือจ่า

รองนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีคำสั่ง คสช. ว่า หากคสช. สิ้นสุดการปฎิบัติหน้าที่ผู้ที่ถูกดำเนินคดีตามคำสั่งคสช. จะนับว่าคดีสิ้นสุดลงด้วยหรือไม่ ว่า หากพิจารณาแล้วไม่มีความผิดก็สามารถ กลับไปดำรงตำแหน่งเดิมได้ เพราะมีกลไกรองรับอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้ตรวจสอบทีละรายชื่อแล้วพบว่ามีข้าราชการจำนวนมากที่สามารถปลดออกจากคำสั่ง คสช.ซึ่งแปลว่าจะสามารถกลับปฏิบัติหน้าที่เดิมได้ ขณะที่บางส่วนคดียังค้างอยู่ที่ ป.ป.ช. ทั้งนี้เมื่อคสช. สิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ลง จะไม่สามารถออกคำสั่งเพิ่มเติมได้ แต่คำสั่งคสช. เดิมจะยังคงมีผลอยู่ เว้นแต่จะมีการยกเลิกหรือเพิกถอนโดย คสช.ไปก่อนหน้านี้เอง หรือมีการออกกฏหมายยกเลิก เพิกถอนโดยรัฐสภาเพิ่มเติมในภายหลัง

นายวิษณุ เครืองาม กล่าวถึงความคืบหน้า ในการจัดทำรายชื่อคณะรัฐมนตรี ว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้กำชับในเรื่องใด โดยเฉพาะคุณสมบัติของรัฐมนตรีแต่ละคน หากจะกำชับก็คาดว่าจะต้องดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และตนทราบมาว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ได้เริ่มมีการตรวจสอบคุณสมบัติไปบ้างแล้ว และมีแบบฟอร์มให้กรอกประวัติ พร้อมยอมรับว่า จะต้องมีการเข้มงวดในการตรวจสอบคุณสมบัติให้มากขึ้น ไม่ใช่การถือหุ้นสื่อเท่านั้น ซึ่งการตรวจสอบคุณสมบัติ ถูกแบ่งออกเป็นสองประเภท คือการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามกฏหมาย และไม่ใช่คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามกฏหมายแต่เป็นความเหมาะสม ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดตั้งรัฐบาลในการพิจารณา ซึ่งผู้ตรวจสอบคุณสมบัติจะต้องทำบัญชี 2 บัญชีดังกล่าวขึ้นไปให้กับนายกรัฐมนตรีพิจารณา พร้อมกันนี้ นายวิษณุยังไม่ทราบว่าการตรวจสอบคุณสมบัติ มีการกรอกรายละเอียดถึงประวัติการทำงานย้อนหลัง แต่ในแบบฟอร์มจะมีรายละเอียดในการกรอกประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน แต่ไม่ได้เจาะลึกในรายละเอียดมากหนัก เพราะเป็นแบบฟอร์มที่ใช้มากกว่า 20 ปีแล้ว เนื่องจากมีความเกี่ยวพันกับกระทรวงที่จะรับผิดชอบ และไม่ทราบอีกว่าการตรวจสอบคุณสมบัติ ผ่านทุกคนหรือไม่

นายวิษณุ ยังยืนยันว่า ตรวจสอบคุณสมบัติ ไม่ต้องผ่านถึงมือตน เพราะตามขั้นตอนแล้วจะต้องไปที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณา แต่หากมีประเด็นทางกฎหมายอาจจะมาสอบถามตนก็ได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการประสานมา

ส่วนผลสำรวจโพลที่ออกมาระบุว่า ตนเองนั้น เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนให้กลับมาทำหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้รู้สึกอะไร และขณะนี้ยังไม่มีการทาบทามต้นมา แต่หากมีการทาบทามจริงก็จะบอกให้ผู้สื่อข่าวทราบ พร้อมยอมรับว่า ขณะนี้ตนเองอยากจะพักผ่อน และยังไม่สามารถตอบอะไรได้


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์