ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

คลายปม!...ชวนสงสัย คดี "หุ้นสื่อ" เหตุใดมาตรฐานจึงต่างกัน?

2.96K 26

พรรคอนาคตใหม่และพรรคเพื่อไทย ยังคงแท็กทีมโจมตีประเด็นการตรวจสอบการถือครองหุ้นกิจการสื่อสารมวลชน ที่มีการยื่นตรวจสอบ ส.ส.รัฐบาล 41 คนผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่พรรคพลังประชารัฐเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวใน ส.ส.ทั้งหมดปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเหมือนกรณีหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

โฆษกพรรคเพื่อไทย นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ บอกว่า ความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐเป็นการเอาเปรียบ และขาดสปิริต ทั้งๆ ที่ควรมีความเป็นธรรมและยืนอยู่บนมาตรฐานเดียวกันกับนายธนาธร คือสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นพรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องให้สังคมติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ว่าการตรวจสอบการถือหุ้นสื่อ มีความยุติธรรมหรือสองมาตรฐาน

ก่อนหน้านี้ฝ่ายพรรคอนาคตใหม่ก็ออกมาแถลงข่าวในทำนองดักทางศาลรัฐธรรมนูญว่า รับคำร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ส.รัฐบาล 41 คนกรณีมีชื่อถือครองหุ้นกิจการสื่อมวลชนครบ 7 วันแล้ว เหตุใดจึงยังไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เหมือนกรณีของนายธนาธรตรวจสอบเพิ่มเติมพบการดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นเรื่อง "สองมาตรฐาน" เพราะคำร้องให้ตรวจสอบการถือครองหุ้นสื่อของนายธนาธร เป็นการยื่นเรื่องโดย กกต.เห็นว่าข้อกล่าวหามีมูล จึงส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัย และศาลได้สั่งให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ฉะน้น กกต.จึงทำหน้าที่เสมือนหนึ่งเป็น "พนักงานสอบสวน และอัยการ" สำนวนที่ถูกส่งถึงศาล ผ่านการตรวจสอบว่ามีมูล

ส่วนที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นเรื่องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ชวน หลีกภัย ตรวจสอบการถือหุ้นสื่อของ ส.ส.รัฐบาล 41 คนนั้น เป็นการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ส.ตาม รธน. มาตรา 82 ประธานสภาทำหน้าที่เหมือน "ไปรษณีย์" แค่ส่งผ่านคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ โดยคำร้องนั้นยังไม่มีการตรวจสอบเบื้องต้นว่ามีมูลหรือไม่ ฉะนั้นจะใช้มาตรฐานหรือกรอบเวลาเดียวกันไม่ได้

เช่นเดียวกับข้อกล่าวหาการถือครองหุ้นของนายธนาธร เป็นการถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อมวลชนจริงๆ หรือ บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ส่วน ส.ส.คนอื่นที่ถูกยื่นให้ตรวจสอบ ส่วนใหญ่เป็นการถือครองหุ้นในกิจการอื่น แต่แจ้งวัตถุประสงค์การประกอบกิจการแบบ "ครอบจักรวาล" ตามแบบเอกสารที่จัดทำโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ฉะนั้นการนำคดีหรือข้อกล่าวหา 2 กรณีนี้มาเปรียบเทียบกัน จึงอาจทำไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงแตกต่างกัน


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend