ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562.

"ธราวุธ นพจินดา" สิ้นใจกะทันหัน อาการเดียวกับพี่ชาย

30.2K 74
ธราวุธ นพจินดา  สิ้นใจกะทันหัน อาการเดียวกับพี่ชาย

"ธราวุธ นพจินดา" สิ้นใจกะทันหัน อาการเดียวกับพี่ชาย สังคมไทยต่างสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่าเหตุใด ถึงเกิดกับ 2 พี่น้องคนดัง ข่าวรายงานภายหลังว่า ทั้งคู่เสียชีวิตเพราะเป็นโรคหัวใจ

วันนี้มีเรื่องราวของ อดีตผู้ประกาศข่าวกีฬาขวัญใจมหาชนคนไทยอีกหนึ่งตำนานมาเล่าสู่กันฟัง

เขาคือ ธราวุธ นพจินดา หรือหนู อดีตผู้บรรยายการแข่งขันกีฬาทางโทรทัศน์, อดีตผู้ประกาศข่าวกีฬา ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 อ.ส.ม.ท., สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5

โดยวันนี้เมื่อ 7 ปีก่อน หรือคืนวันอังคารที่ 19 มิถุนายน 2555 เขาได้ถึงแก่กรรมอย่างกะทันหัน จากภาวะหัวใจวายขณะนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งเป็นอาการเดียวกับพี่ชาย เอกชัย นพจินดา อดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดังที่เราเรียกกันว่า ย.โย่ง ที่เสียชีวิตไปเมื่อ 6 มีนาคม 2540 หรือก่อนหน้านั้น 15 ปี!

ข่าวเศร้านี้ทำเอาคนไทยช้อคไปตามๆ กัน ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องราวร้ายๆ ที่ซ้ำซ้อนกันได้ทั้งสองคนพี่น้อง และที่จริง ไม่ควรเกิดขึ้นเลยแม้กับใครก็ตาม ทั้งนี้ 2 พี่น้องได้เสียชีวิตทั้งที่ยังหนุ่มแน่น โดยคนพี่ ย.โย่ง นั้นเสียชีวิตตอนอายุ 43 ปี ส่วน หนู ธราวุธนั้น เสียชีวิตตอนอายุ 56 ปี

เรื่องนี้ได้สร้างข้อกังขาแก่สังคมไทยเป็นอันมากว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่น้องคนดังคู่นี้

ย้อนกลับไปยังเรื่องราวของ ธราวุธ นพจินดา เขาเกิดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2499 ที่บ้านพักย่านถนนเฟื่องนคร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เป็นบุตรคนสุดท้องของ พันโท ไพฑูรย์ กับ พันโทหญิงอุไร นพจินดา และยังเป็นน้องชายร่วมบิดามารดากับ ย.โย่ง-เอกชัย นพจินดา ที่อายุมากกว่าเขา 3 ปี

น้องหนู จบการศึกษาชั้นมัธยมจากวชิราวุธวิทยาลัย และจบระดับปริญญาตรี จากวิทยาลัยกรุงเทพ (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยกรุงเทพ)

ธราวุธสมรสกับ "วัลยา นพจินดา" มีบุตรชายและบุตรสาวด้วยกันคือ ชยาพัฒน์ และ ธัญพิชา ตามลำดับ

ในเส้นทางสายสื่อมวลชน ธราวุธ เข้าสู่วงการสื่อมวลชนสายกีฬาที่สยามสปอร์ต ร่วมกับเอกชัยผู้เป็นพี่ชาย มาตั้งแต่ พ.ศ. 2525

โดยเมื่อเอกชัยเป็นหัวหน้าข่าวต่างประเทศหนังสือพิมพ์สยามกีฬารายวันและบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์สตาร์ซอคเก้อร์รายวัน ธราวุธก็เป็นรองหัวหน้า หรือผู้ช่วยดูแลงานในส่วนที่พี่ชายมอบหมาย

จากนั้น สยามสปอร์ตก็ส่งธราวุธไปทำข่าวการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ประเทศเม็กซิโกเมื่อปี พ.ศ. 2529 และเป็นผู้สื่อข่าวชาวไทยคนแรก ที่ไปรายงานข่าวการแข่งขันฟุตบอลอังกฤษกลับมายังประเทศไทย เมื่อปีพ.ศ. 2531

ต่อมาเมื่อเอกชัยขึ้นเป็นผู้ประกาศข่าวกีฬา และผู้บรรยายกีฬาทางช่อง 7 สี ธราวุธก็ไปเป็นผู้ประกาศข่าวกีฬา ทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท.

จนกระทั่งหลังจากพี่ชายเสียชีวิตลงอย่างกะทันกัน เขาก็ย้ายมาเข้าร่วมงานกับช่อง 7 สีแทน ก่อนจะลาออกไปขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นพักหนึ่ง

จากนั้นก็ได้กลับมาเป็นผู้ประกาศข่าวกีฬาทาง ททบ.5 พร้อมทั้งรับงานผู้ประกาศข่าวกับพิธีกรทางสตาร์ซอคเก้อร์ทีวี หรือพิธีกรกิจกรรมกีฬา และบรรยายการแข่งขันกีฬา (ส่วนมากทางทรูวิชันส์)

ที่สุด ช่วงค่ำของคืนวันอังคารที่ 19 มิุนายน 255ธราวุธถึงแก่กรรมอย่างกะทันหัน ด้วยภาวะหัวใจวายล้มเหลว ขณะนำส่งโรงพยาบาลทางแพทย์ระบุว่า เป็นอาการเดียวกับพี่ชายที่เสียชีวิตไปเมื่อ 15 ปีก่อน

คืนนั้นธราวุธเพิ่งเสร็จภารกิจเป็นพิธีกรการแข่งขันกอล์ฟที่สนามกอล์ฟเพรสิเดนต์ ย่านถนนสุวินทวงศ์

แต่ช่วงก่อนจะเดินทางกลับ เขาเกิดอาการจุกแน่นหน้าอกอย่างแรง ตาพร่ามัว ตัวเย็น หน้าซีด จนไม่สามารถขับรถได้

จึงต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่ไปด้วย เพื่อนำส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเสรีรักษ์เขตมีนบุรีซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด

เมื่ออาการเบื้องต้นดีขึ้นเล็กน้อย เขาจึงขอย้ายไปยังโรงพยาบาลวิภาวดี ซึ่งแพทย์ประจำตัวทำงานอยู่

แต่แล้วขณะเดินทางด้วยรถพยาบาล เกิดอาการจุกแน่นอย่างหนักขึ้นอีก จนกระทั่งหมดสติไป

เมื่อถึงโรงพยาบาลพบว่า สัญญาณชีพจรหยุดไประยะหนึ่งแล้ว เจ้าหน้าที่จึงพยายามเร่งช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่อาจยื้อชีวิตไว้ได้

เป็นอันจบตำนานผู้ประกาศข่าวคนดังไปอีกคนอย่างน่าเศร้าใจยิ่ง

แน่นอนเรื่องนี้ สังคมไทยต่างสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่าเหตุใด ถึงเกิดกับ 2 พี่น้องคนดัง ข่าวรายงานภายหลังว่าทั้งคู่เสียชีวิตเพราะเป็นโรคหัวใจ

โดยฝ่ายพี่ชายนั้น หรือ ย.โย่งเอกชัย นพจินดานั้น ก็ถึงแก่กรรมอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2540 ขณะนำส่งโรงพยาบาล ระหว่างการเล่นเทนนิสร่วมกับเพื่อนร่วมงานด้วยอาการหัวใจวาย

ย.โย่ง-กลาง / น้องหนู-ซ้าย (ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊กเอกชัย นพจินดา)

ส่วนฝ่ายน้องชายนั้นธราวุธเคยป่วยหนักขณะเดินทางไปบรรยายการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จ.นครราชสีมา ซึ่งมีอาการวูบหมดสติเนื่องจากเส้นเลือดหัวใจตีบ จนมีอาการตัวชาซึ่งใช้เวลารักษาอยู่หลายปีก่อนเป็นปกติก่อนจะมาเสียชีวิตด้วยวัย 56 ปี ตามพี่ชายไปในที่สุด

ขอร่วมรำลึกถึงสองพี่น้องคัมภีร์ลูกหนังมา ณ ที่นี้

เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend