ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

เปิดวงจรปิด นาทีหนุ่มเคอรี่ถูกยิง

6.9K 16

สลด หนุ่มเคอรี่ถูกลูกหลงดับ หลัง 2 วินจยย.ตลาดอุดมสุขไล่ยิง-ตะลุมบอนกลางถนน แม่ผู้ตายเผยลูกเป็นคนขยันทำมาหากิน ซ้ำเมียตั้งท้อง 4 เดือน ตร.รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 มิถุนายน 2562 ร.ต.อ.เรืองศักดิ์ หุนตระณี รองสว.(สอบสวน) สน.บางนา ได้รับแจ้งเกิดเหตุกลุ่มวินรถจักรยานยนต์ทะเลาะวิวาท ซ.สุขุมวิท 103/1-2 แขวงบางนา เขตบางนา มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงกราด มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย และเสียชีวิต 1 ราย จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 พ.ต.อ.นคร ทองพาณิช ผกก.สน.บางนา ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์ นิติเวชจุฬา เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุ ภายในซอยสุขุมวิท 103/1-2 หน้าชุมชนซอยรุ่งเรือง 1 พบศพ นายวีรวัฒน์ พึ้งครุฑ อายุ 20 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ สภาพศพถูกยิงเหนือคิ้วขวาทะลุซ้าย สวมเสื้อสีส้ม กางเกงผ้าขาวยาวสีเทา นอนจมกองเลือด อยู่หน้าบริเวณชุมชนซอยรุ่งเรือง 1 ใกล้กันพบปอกกระสุนขนาด 9 มม. ตกอยู่

พล.ต.ต.มงคล กล่าวว่า ได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 3 ราย เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาล ส่วนแรงจูงใจในการก่อเหตุคาดว่ามาจากความขัดแย้งของวินทั้ง 2 กลุ่ม ระหว่างกลุ่มวินจักรยานยนต์ปากซอยสุขุมวิท 103/1-2 กับกลุ่มวินจักรยานยนต์ที่อยู่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน มีปัญหาในเรื่องการขยายพื้นที่วิ่งวินจักรยานยนต์ ตรวจสอบเบื้องต้นทั้ง 2 กลุ่มเป็นวินจักรยานยนต์ที่ไม่รับอนุญาตให้วิ่ง เป็นวินจักรยานยนต์ผิดกฎหมาย สำหรับผู้ก่อเหตุตำรวจมีข้อมูลทั้งหมดแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย หลังจากนี้จะตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเรียกหัวหน้าวินจักรยานยนต์ทั้งกลุ่มมาให้ปากคำต่อไป

ด้านนางแดง จิตกระแส มารดาผู้เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายกลับมาจากส่งของ ขณะนั้นอยู่ด้วยกันในบ้าน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนไล่ตีกัน วิ่งกรูกันมา 50-60 คน ระหว่างนั้นลูกชายก็ชะเง้อไปดูจึงถูกลูกหลงกระสูนยิงเข้าบริเวณศีรษะล้มลงกับพื้นจมกองเลือด ก่อนหน้านี้คู่อริทั้ง 2 กลุ่มมีเรื่องในซอยนี้ เคยไปตีกันหน้าวินมาก่อนหน้านี้แล้ว หลักจากนั้นก็เข้ามาในซอยเป็นร้อยคน ต่างคนต่างแรง มีความขัดแย้งกันมานาน ทั้งนี้ภรรยาของลูกชายเพิ่งตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน ลูกชายเป็นคนขยับทำมาหากิน ซึ่งทำงานเคอรี่มาได้ปีกว่าแล้ว ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายกับลูกของตน

นายนิกร แนมใส ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ วินหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันนี้วินหน้าธนาคาร คือวินกลุ่มตน และ วินหน้าซอย 103/1-2 คือวินคู่อริ ได้มีการทะเลาะวิวาทกัน จนเพื่อน ๆ ในวินตนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ตนวิ่งหนีเข้ามาในซอยกิจรุ่งเรือง 1 เพื่อที่จะมาหลบในบ้าน แต่ปรากฏว่าอีกฝ่ายได้ใช้อาวุธปืน ยิงกราดเข้ามาจำนวน 5-6 นัด จนกระทั่งนายวีรวัฒน์ ที่ไม่รู้เรื่องอะไรถูกลูกหลงเสียชีวิต จากนั้นชาวบ้านภายในซอยพยายามจะนำนายวีรวัฒน์ ออกไปส่งโรงพยาบาล แต่ทางคู่อริไม่ยอม หากใครทำออกไปจะทำร้ายร่างกาย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทางกลุ่มคู่อริจึงได้หลบหนีไป มารดาของผู้ตายนำร่างออกไปที่หน้าซอย แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายนิกร เปิดเผยต่อว่า วินของตนและของนายประมุข หัวหน้าวินซอย 1 หรือสุขุมวิท 103/1-2 มีปัญหามาเป็นเวลากว่า 2 ปี ซึ่งทั้ง 2 วินเป็นวินที่ไม่ได้จดทะเบียน แต่เป็นการจัดตั้งวินเพื่อทำมาหากินเท่านั้น แต่เนื่องจากวินของนายประมุข มีการเก็บค่าวินเดือนละ 3,500 บาท ทำให้คนในวินของนายประมุขย้ายมาอยู่วินตน แต่ทางวินคู่อริต้องการยึดวินจึงได้ก่อเหตุดังกล่าว

พยานในที่ขับขี่จักรยานยนต์ในวินหน้าธนาคารอีกราย กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าตนตั้งใจจะไปส่งคน แต่โดนดักจากวินนายประมุขกว่า 100 คน จากนั้นคนในกลุ่มวินนายประมุขได้บังคับให้ตนถอดเสื้อ ตนจึงมาบอกเพื่อนร่วมวิน และได้ยกพวกกันไปจนเกิดเหตุทะเลาะวิวาท กระทั่งอีกกลุ่มไล่ยิงมา โดยตนเห็นว่า คนขับขี่จักรยานยนต์ฝั่งตรงข้ามชื่อ เลส เป็นคนชักปืนยิง และผู้ใส่เสื้อวินหมายเลข 64 และ 65 ทั้งหมาย 3 คน ใช้อาวุธปืนยิงกราดเข้ามาภายในซอย

ขณะที่พยานผู้เห็นเหตุการณ์อีกรายเปิดเผยว่า ขณะกำลังจับจ่ายซื้อของในตลาด สังเกตุเห็นกลุ่มวินจยย.ทั้งสองฝ่ายเริ่มจะประจันหน้า โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์ 1 คัน สายตรวจรถจักรยานยนต์ 2 คัน ของสน.บางนาและยังมีสายตรวจ 191 อีก 1 คัน มาคอยสังเกตุการณ์ แต่เนื่องจากทั้งสองฝ่ายร่วม 100 คน จึงไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ โดยก่อนจะเกิดเหตุได้มีรถกระบะเข้ามาจอด ด้านท้ายมีทั้งมีด เหล็ก จากนั้นก็เกิดเหตุ ฝ่ายที่สู้ไม่ได้ วิ่งหนีเข้ามาภายในตลาด ทั้งแม่ค้า ประชาชนที่มาจับจ่ายต่างตกใจร้องกันลั่น

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับนายประมุขนั้นเป็นหัวหน้าวินและเป็นผู้มีอิทธิพลในย่านดังกล่าว และเป็นคนสั่งยิงกราดอีกด้วย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงแล้ว 1 ราย เป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งก็เป็นคนขับขี่จักรยานยนต์ของวินนายประมุข

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นไว้แล้ว สำหรับสาเหตุในครั้งนี้นั้น คาดว่าเกิดจากความขัดแย้งระหว่างวินรถจักรยานยนต์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมด อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานต่อศาลอนุมติหมายจับและติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พร้อมกันนี้ ฝากเตือนไปยังกลุ่มคนที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ขอให้ระลึกถึงความผิดชอบชั่วดี การเกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองเสียบ้าง อย่าประพฤติตัวก่อให้เกิดปัญหาแก่สังคม อีกทั้ง กองบัญชาการทุกภาคส่วนในการสร้างมาตรการในการป้องกันอาชญากรรมและรักษาความปลอดภัย ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก หรือหากเกิดเหตุต้องเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน

ต่อมาที่สน.บางนา เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 15 มิถุนายน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เดินทางมาประชุมความคืบหน้า คดีการทะเลาะวิวาทของกลุ่มวิน จยย. 2 วินยกพวกทะเลาะวิวาท จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยใช้เวลาประชุมกว่า 2 ช.ม. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นายวีรวัฒน์ พึ่งครุฑ อายุ 20 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และ นายวัชรรินทร์ งาเฉลา อายุ 33 ปี เสียชีวิตที่ รพ.ไทยนครินทร์ เบื้องต้นจะต้องดำเนินคดีขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ฝ่ายมากกว่า 10 คน รวม 4 ข้อหา "ร่วมกันฆ่าผู้อื่น" "ทำร้ายร่างกาย" "พกพาอาวุธปืน" และ "มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป"ซึ่งอาจจะมีการแจ้งข้อหา ทำให้เสียทรัพย์ ด้วยอยู่ระหว่างการพิจารณา

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ เปิดเผยต่อไปว่า ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน 2 ชนิด คือ ขนาด 9มม. และ 11 มม. ซึ่งเชื่อว่า มีผู้ใช้อาวุธปืนอย่างน้อย 2 กระบอก หลังจากนี้จะต้องสืบสวนเพิ่มเติม ส่วนที่ปรากฎภาพตำรวจอยู่ในจุดเกิดเหตุด้วย ขอชี้แจงว่า จากการพิจารณาแล้วเห็นว่ากำลังตำรวจตอนนั้นไม่เพียงพอ เพราะผู้ก่อเหตุมีจำนวนมาก ไม่สามารถระงับเหตุได้ หลังจากนี้สั่งการให้เพิ่มกำลังตำรวจลงพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันเหตุซ้ำซ้อน ไม่เคยมีการอนุญาตตั้งวินจยย.แต่อย่างใด

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ เปิดเผยอีกว่า สำหรับที่มีกลุ่มผู้มีอิทธิในพื้นที่อยู่เบื้องหลังคอยสั่งการหรือไม่นั้น ต้องตรวจสอบว่าเป็นตัวบุคคลจริงหรือกล่าวอ้าง แต่ปกติทุกวินจยย.จะมีหัวหน้าวินคอยดูแล ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลเพื่อตรวจสอบว่าหัวหน้าวิน 2 ฝ่าย มีส่วนร่วมหรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้หรือไม่ นอกจากการติดตามตัวผู้ก่อเหตุแล้ว หลังจากนี้จะพิจารณาดำเนินการถึงการจัดตั้งวินจยย.ทั้ง 2 ฝ่ายด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวม ไม้กระบอง และไม้คมแฝก กว่า 30 อัน ที่ถูกทิ้งไว้ตามทางบริเวณรอบพื้นที่เกิดเหตุ รวมทั้งยังเชิญตัวผู้ต้องสงสัย ทั้ง 2 ฝ่าย กว่า 10 คน โดยให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเก็บลายนิ้วมือแฝงต่อไป

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV