ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2562

ผู้ประกาศสาวโร่แจ้งความตำรวจ หลังลืมโทรศัพท์บนรถแท็กซี่ ก่อนโดนโชเฟอร์เชิด

6.3K 76
ผู้ประกาศสาวโร่แจ้งความตำรวจ หลังลืมโทรศัพท์บนรถแท็กซี่ ก่อนโดนโชเฟอร์เชิด

สน.บางนา - เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2562 น.ส.กรรณิการ์ รุ่งกิจเจริญกุล ผู้ประกาศข่าวเนชั่นทีวี ได้เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับ พนักงานสอบสวนสน.บางนา กรณีทำโทรศัพท์หล่นไว้บนรถแท็กซี่ เผยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามให้ไกล่เกลี่ย

โดย น.ส.กรรณิการ์ เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.40 น. วันที่ 7 มิถุนายน ได้นั่งรถแท็กซี่สีชมพู จากหน้าอาคารอินเตอร์ลิ้งค์ ทาวเวอร์ (อาคารเนชั่น) ไปลงที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส.อุดุมสุข เพื่อจะต้องไปทำธุระต่อ และเมื่อจ่ายเงินให้กับคนขับรถแท็กซี่ และลงมาจากรถแล้ว เวลาประมาณ 09.40 น ได้คาดว่าทำโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหัวเว่ยราคาประมาณ 27,000 บาท หล่นในรถแท็กซี่คันดังกล่าว จึงรีบโทรเข้าเครื่องโทรศัพท์ที่สูญหายหลายครั้ง ซึ่งยังคงมีสัญญาณติดต่อได้ แต่ไม่มีคนรับสาย จนถึงเวลาประมาณ11 นาฬิกา ปรากฏว่า โทรศัพท์ได้ถูกปิดจนไม่มีสัญญาณตอบรับ จึงได้แจ้งขอความช่วยเหลือไปยังคลื่นวิทยุ สวพ.91 เพื่อให้ช่วยประกาศติดตามโทรศัพท์คืน พร้อมเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางนา เมื่อเวลา 17.23 น. วันเดียวกัน

หลังแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.บางนา นำโดย ร.ต.อ.กฤตวัฒน์ เจริญชัย ,ร.ต.อ.พิทักษ์ มีจิตร์, ด.ต.เทวินทร์ ปานศรีแก้ว,ด.ต.พัฒนไชย ทุ่งเย็น,ด.ต.จิรวุฒิ ประสิทธิ์,ด.ต.ณัฐพงศ์ สิทธิเมธารักษ์ ,ด.ต.รุ่งเรือง ไศลบาท ,ส.ต.ท.ยุทธศิลป์ สิงห์จำเริญ ,ส.ต.ท.ศรายุทธ จิตรเพชรและ ส.ต.ต สรรเพชร จันร์เหลือง ได้ทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนกระทั่งทราบว่า แท็กซี่คันดังกล่าวเป็นรถแท็กซี่สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทส.-1728 กรุงเทพมหานคร สังกัด สหกรณ์สหมิตรแท็กซี่ จำกัด โดยมีนายสม (นามสมมติ) อายุ 61 ปี เป็นผู้ขับขี่ จนกระทั่งเวลา 18.00 น. ของวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้รับการประสานจาก ตำรวจ สน.บางนา ว่า สามารถติดตามโทรศัพท์คืนมาได้แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบโทรศัพท์เครื่องดังกล่าว ภายในห้องพัก 83/103 บริเวณชั้น 4 อาคารแห่งหนึ่ง ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ

น.ส.กรรณิการ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้ว ไม่คิดว่าคนขับจะเอาโทรศัพท์ไป ครั้งแรกยังนึกว่าอาจมีผู้โดยสารคนอื่นจะเก็บได้ และตนก็อยากได้โทรศัพท์คืน เนื่องจากมีข้อมูลสำคัญอยู่ในโทรศัพท์เป็นจำนวนมาก ทั้งเบอร์โทรแหล่งข่าว ข้อมูลเขียนข่าว ฯลฯ ส่วนเรื่องคดีก็ขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตัวโชว์เฟอร์รถแท็กซี่คันดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และอ้างว่า โทรศัพท์แบตหมด ไม่สามารรถติดต่อเจ้าของเครื่องได้

แต่จากการตรวจสอบ หลังผู้เสียหายได้โทรศัพท์คืนมาพบว่า ยังคงมีแบตโทรศัพท์เหลือกว่า 60% แม้ผ่านมาแล้ว5วัน และขณะรอสอบปากคำเพิ่มเติมทางญาติผู้เสียหายบางคน พยายามต่อว่าเจ้าของโทรศัพท์เพื่อไม่ให้ดำเนินคดีตามกฏหมาย "ว่าไม่เห็นใจ และย้ำว่าไม่ได้ทำให้โทรศัพท์เสียหาย"

นอกจากนี้ผู้เสียหายนี้ ยังเล่าด้วยว่า ขณะที่รอยืนยันตัวบุคคลคือผู้ต้องหาที่ขับขี่รถยนต์แท็กซี่และเอาโทรศัพท์ไป เพื่อดำเนินคดี ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง พยายามนำญาติทางฝั่งผู้ก่อเหตุ เข้ามาเจรจาเกลี้ยกล่อมเพื่อไม่ให้แจ้งความเอาผิดกับคนขับขี่แท็กซี่รายนี้ ทั้งที่อาจเข้าข่ายการไกล่เกลี่ยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นความผิดตามมาตรา 157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นอาญาแผ่นดินในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ พร้อมนำตัวผู้ก่อเหตุฝากขังที่ศาลจังหวัดพระโขนง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV