ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

แชร์คลิปหัวร้อนตีกันกลางถนน จนทำรถเมล์เสียหาย

2.6K 30

สมุทรสาคร - สาวโพสต์คลิป คนหัวร้อนตีกันกลางถนน จนทำให้รถโดยสารที่อยู่ใกล้เคียงเสียหาย วอนออกมารับผิดชอบความเสียหาย พบเป็นคนขับแท็กซี่ที่มีปากเสียงกับผู้โดยสาร เพราะแท็กซี่ขอบวกเงินค่ารถเพิ่ม 40 บาท ขณะที่พลเมืองดีเปิดใจขอให้ทุกฝ่ายใจเย็นลง

จากเหตุการณ์ที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อว่า "มู๋กวาง ก๋วยเตี๋ยวเงินล้าน" ได้โพสต์ภาพคนทะเลาะวิวาทกันบนถนนเศรษฐกิจ 1 หน้าวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร ใกล้สี่แยกไฟแดงสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร และมีนักเรียนของวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาครเข้าไปช่วยห้ามปราม


โดยมีการระบุข้อความตามคลิปภาพว่า แท็กซี่เดือด ต่อยกันไปโดนรถโดยสารบุบ แล้วขับรถไปเลย มอไซด้วย กลับมารับผิดชอบรถพี่โดยสารสีเหลืองก่อน เราเพิ่งเห็นว่ารถพี่โดยสารเขาบุบมาก ยังไงฝากช่วยแชร์ช่วยพี่เขาด้วยนะค่ะเหตุเกิดเซเว่นหน้าเทคนิค เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.เศษ ของวันที่ 04 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมานั้น

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพบกับ นางสาวโสพิศ ชัยรัตนวัฒน์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1300/183 ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ผู้ที่ถ่ายคลิปเหตุการณ์ ได้เล่าให้ฟัง ว่า ตอนนั้นตนกำลังไปส่งลูกสาวเห็นเขายืนคุยกันอยู่พักหนึ่ง แล้วเริ่มมีการเถียงกันดังขึ้น เห็นท่าไม่ดีเลยเข้าไปใกล้ๆกะว่าจะเรียกให้คนช่วย แต่ไม่ทันไรก็เกิดการต่อยกันรุนแรงขึ้นและมีการใช้อาวุธด้วย เลยถ่ายคลิปไว้ เพราะเกรงว่าจะเกิดการฆ่ากันตาย อีกทั้งยังได้ตะโกนให้คนมาช่วยห้าม แล้วก็ได้น้องเทคนิคที่อยู่ฝั่งตรงข้ามวิ่งเข้ามาช่วยแยกทั้ง 2 คน ออกจากกัน

นางสาวโสพิศ บอกอีกว่า แม้จะอยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร แต่เท่าที่ฟังจากคลิปหลังที่ไม่ได้โพสต์นั้น น่าจะเป็นเรื่องค่าโดยสาร และมีการใช้คำหยาบคายโต้เถียงด่าทอกันไปมา จนนำไปสู่การลงไม้ลงมือ แล้วก็ทำให้เกิดความเสียหายต่อรถโดยสารประจำทางสีเหลืองคันดังกล่าว ซึ่งเป็นรอยบุบจากการกระแทกของทั้ง 2 ฝ่าย

ทั้งนี้ตนก็ได้ให้คลิปกับทางคนขับรถโดยสารเอาไว้เป็นหลักฐานในการแจ้งความดำเนินคดีหาผู้รับผิดชอบค่าเสียหายแล้ว ซึ่งในส่วนตัวมองว่า เหตุการณ์เช่นนี้ไม่น่าเกิดขึ้นบนท้องถนนเลย ขณะที่ในส่วนของน้องเทคนิคนั้นก็ต้องชื่นชมในน้ำใจและความกล้าที่เข้ามาช่วยห้ามปราม ไม่เช่นนั้นก็อาจจะมีเหตุการณ์บานปลายและรุนแรงมากขึ้นกว่านี้.

.

ด้านนายปรัชญา อมรเวชยกุล อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55/311 ม.6 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร คนขับรถโดยสารประจำทางสายสมุทรสาคร-โลตัสพระราม2 สีเหลืองหมายเลขทะเบียน 10-2379สมุทรสาคร บอกว่า เหตุการณ์เมื่อวานตอนแรกตนเห็นทั้งสองคนยืนคุยกันก็นึกว่ารู้จักกัน ไปๆมาๆสักพักหนึ่งเขาก็ต่อยกัน พอต่อเสร็จแล้วก็ล้มมาโดนที่รถของตนในช่วงที่รถกำลังติดไฟแดงอยู่ ซึ่งตนเองก็ลงไปเพื่อที่จะไปดูรถและจะบอกว่าให้ถอยห่างออกไปสักหน่อย แล้วสักพักเดียวก็มีคนมาช่วยห้ามเต็มไปหมด

โดยหลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นตนก็ถามว่ารถบุบใครจะซ่อม แต่ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไป ตนจึงไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน โดยในส่วนตัวนั้น มองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มันเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆไม่น่าจะมีปัญหากันถ้าทุกคนใจเย็นลงอีกสักนิด ขณะที่ในด้านของเด็กเทคนิคที่เข้ามาช่วยห้าม ก็ต้องชื่นชมว่าเป็นการกระทำที่ดี

นายปรัชญา เล่าอีกว่า จากการที่ตนได้พูดคุยกับแท็กซี่ ซึ่งเจอกันตอนไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร ก็พอจะทราบสาเหตุว่า มีผู้โดยสารคนหนึ่งเรียกให้ไปส่งที่บ้านแพ้ว แต่แท็กซี่บอกไปว่า ถ้าไปที่บ้านแพ้วขอบวกเพิ่ม 40 บาท เพราะว่าต้องตีรถเปล่ากลับมา ไม่เหมือนไปส่งคนที่กรุงเทพฯ ทางผู้โดยสารคนนั้นก็บอกว่า ไม่ไปและไปเรียกรถคันอื่นแทน แต่ปรากฏว่าเพื่อนของผู้โดยสารที่ขับรถจักรยานยนต์มาส่งได้ขับมอเตอร์ไซค์ตามมา แล้วถามว่าทำไมต้องบวกเพิ่ม ทางแท็กซี่ก็ตอบกลับไปว่าต้องบวกเพิ่มเพราะต้องตีรถเปล่ากลับมา หลังจากนั้นทั้งคู่ก็มีปากเสียงแล้วก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันกลางถนนตามที่เห็นในคลิป.

ด้านกลุ่มนักเรียนวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาครที่ได้เข้าช่วยห้ามปรามไม่ให้ทั้งสองฝ่ายก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันนั้น ก็เปิดใจว่า ตอนนั้นเป็นเวลาเย็นประมาณ 5 โมงเศษ มีมอเตอร์ไซค์ขับรถมาจอดข้างๆแท็กซี่ แล้วก็คุยกันบนรถก่อน สักพักมอเตอร์ไซค์บอกให้แท็กซี่ลงมาจากรถเพื่อเคลียร์กัน แท็กซี่ก็ด่ามอเตอร์ไซค์ด่ากันไปด่ากันมาแท็กซี่หยิบคมแฝกไปตีคนขับมอเตอร์ไซค์ จนมีการลงไม้ลงมือตีกันไปตีกันมา พอดีมีพี่ฝั่งตรงข้ามถนนวิ่งมาช่วยห้ามก่อน พวกตนก็เลยเข้าไปช่วยด้วย เหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเจอมาก่อน รู้สึกดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันรักษาความสงบของสังคม และรู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือสังคม ถึงไม่ได้อยู่ในโรงเรียนเดียวกันแต่อยู่ในสังคมเดียวกัน ก็ควรช่วยเหลือกัน

ขณะที่นายไพโรจน์ วอทอง อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/73 ม.6 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร คนขับรถแท็กซี่ สีส้มหมายเลขทะเบียน ทฬ 2552 กทม. ได้เปิดเผยรายละเอียดทางโทรศัพท์ว่า คู่กรณีขับรถจักรยานยนต์มาส่งผู้โดยสาร และจะเรียกตนให้ไปส่งที่อำเภอบ้านแพ้ว ซึ่งตนก็บอกไปว่า ตนกดมิเตอร์ขอบวกเพิ่ม 40 บาท เพราะขากลับตนต้องตีรถเปล่ากลับมาไม่มีผู้โดยสาร ไม่เหมือนไปส่งลูกค้าในกรุงเทพฯ จากนั้นคนที่จะโดยสารก็ไม่ได้ว่าอะไร แล้วเขาก็ไปเรียกรถคันใหม่แทนซึ่งก็จบกันไป

แต่ที่มีปัญหาคือคนที่ขับรถจักรยานยนต์มาส่ง ได้ขับรถมาตรงประตูที่ตนนั่งพร้อมถามทำไมมึงถึงไม่ไป ตนบอก ไปครับแต่ขอบวกเพิ่ม 40 บาท เพราะขากลับไม่มีคน ออกไปชานเมือง จากนั้นเขาก็ให้ของลับแก่ตน และถามอีกว่า ทำไมถึงต้องบวกด้วย แล้วก็เรียกตนให้ลงจากรถ ซึ่งตนก็ลงไป เขาก็ด่าอีก ตนก็ด่าตอบ จนกลายเป็นการทะเลาะวิวาทกัน ซึ่งตนก็ได้ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร ส่วนเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถโดยสารประจำทางนั้น ก็คงต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเรียกคู่กรณีมาสอบปากคำด้วย

นอกจากนี้ทาง ร.ต.อ.เลิศชาย ขำพิทักษ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เจ้าของคดีบอกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการติดตามเจ้าของรถจักรยานยนต์มาสอบปากคำหาข้อมูลให้ชัดเจน และพิสูจน์ทราบว่าวันเกิดเหตุใครเป็นคนใช้รถจักรยานยนต์ เพื่อนำไปสู่การหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนที่จะมีการแจ้งความดำเนินการตามกฎหมายต่อไป....

เรื่องโดย ณัฏฐนันท์ ศิริสันติวรกุล | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์