ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2563.

กลลวงแก๊งค์ต้มตุ๋น สาวใหญ่ตระเวนหลอกลวง พร้อมเชิดเงินเสียหายหลายล้านบาท

8.3K 49
กลลวงแก๊งค์ต้มตุ๋น สาวใหญ่ตระเวนหลอกลวง พร้อมเชิดเงินเสียหายหลายล้านบาท

กลลวงแก๊งค์ต้มตุ๋น สาวใหญ่ตระเวนหลอกลวง พร้อมเชิดเงินเสียหายหลายล้านบาท โดยนางสาววรรณี จริงจิตร หรือ ป้านี อายุ 64 ปี อาชีพค้าขาย ได้เดินทางพร้อมญาติเดินทางเข้ามาร้องเรียนผ่านสื่อฯ ช่วยเปิดโปงขบวนการของกลุ่มมิจฉาชีพที่ได้หลอกลวงเงินป้าไป ความเสียหายเกือบห้าล้านบาท

โดยป้านี เล่าว่า กลุ่มมิจฉาชีพได้ทำมาซื้อไข่ของ ป้านี อายุ 64 ปี (เหยื่อ)เป็นประจำ จนเริ่มสนิทสนม และต่อมามิฉาชีพ มาขอยืมเงิน(เหยื่อ)   ซึ่งป้าบอกว่าไม่มี มิจฉาชีพก็พยายามตื๊อ จนป้านี(เหยื่อ)บอกว่า มีโฉนดอยู่ 2 ใบ ซึ่งมีคนมาจำนำไว้นานมากแล้ว  ลองเอาไปจำนำต่อดู ป้านี(เหยื่อ)ก็ให้ไป 


ในเวลาไม่กี่สัปดาห์ มิจฉาชีพ กลับมาบอกกับเหยื่อว่า เอาโฉนดไปเช็คกับที่ดินมาแล้ว  โฉนดฉบับดังกล่าวมีปัญหาอยู่กับแบงค์ ธกส.อยู่  เหยื่อต้องเอาเงินไปจ่ายให้กับแบงค์ ธกส. โดยถ้าจ่ายเงินสดไถ่ถอน จะได้โฉนดเพิ่มอีก 2 แปลง ซึ่งลูกหลานเจ้าของโฉนดที่มาจำนำไว้ จะยกให้โดยจ่ายเงินให้ลูกเขาประมาณหนึ่ง....  เหยื่อหลงเชื่อจนยอมให้โฉนดไป จากนั้นมิจฉาชีพ ก็พาเหยื่อไปเจอกับ พนง.ที่ดิน (คนแอบอ้าง) บอกว่า กำลังดำเนินการเรื่องที่ดินให้  โดยจะทำให้เป็นชื่อของเหยื่อทั้งหมด และขอค่าดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ด้วย

ระหว่างรอดำเนินการ  ก็มีนายทุนโทรมาทำทีขอติดต่อจะซื้อที่ดิน  ซึ่งให้ราคาสูงมาก  จากนั้นมิจฉาชีพได้เอาโฉนดมาให้เหยื่อ 1 ใบ ด้านหลังมีการแก้ไข เป็นชื่อของเหยื่อเรียบร้อย  แต่สะกดชื่อผิด และต้องมีการแก้ไขชื่อใหม่อีกและนี้ว่าต้องเสียค่าจัดทำทำเพิ่มอีก รวมไปถึงค่าถมดิน  ค่ากั้นลวดหนามในพื้นที่ของโฉนดดังกล่าว

ต่อจากนั้นผ่านไปประมาณ 1 อาทิตย์  มิจฉาชีพกลับมาบอกว่า ที่ดินมีปัญหาอีก มีการเกี่ยวพันกับการค้ำประกันในชั้นศาล โดยให้คนโทรมาแอบอ้างเป็นผู้พิพากษาเพื่อคุยกับเหยื่อให้หลงเชื่อ  และบอกว่าเหยื่อต้องไถ่ถอนโฉนดจากศาลก่อน ถึงจะขายที่ดินดังกล่าวได้ และในช่วงระหว่างการตัดสินใจของเหยื่อรายนี้  ก็มีนายทุนโทรติดต่อขอซื้อที่ดินอยู่เรื่อยๆ จนเหยื่อตายใจ ยอมที่จะจ่าย แต่เรื่องก็ไม่จบ มิจฉาชีพยังอ้างต่อว่า ทนายบอกว่ายังมี โฉนดแปลงอื่นๆอีก จำนวน  7 แปลง ซึ่งเหยื่อต้องทำการไถ่ถอนให้หมด โดยให้ไปยืมเงินมาให้ได้ พอไถ่ถอนแล้วขายได้ ก็ได้เงินกลับคืนทันที

ในระหว่างที่เหยื่อกำลังหายืมเงินอยู่นั้น  มิจฉาชีพก็แกล้งทำทีพาไปดูที่ดิน ที่ทางผู้พิพากษาอ้างว่าจะเป็นของเหยื่อ หลายแห่งด้วยกันโดยมีเจ้าพนักงานที่ดิน(แอบอ้าง) คอยให้ข้อมูลอยู่ด้วยทุกครั้งที่ลงพื้นที่ นอกจากนี้ก็ยังพาไปแบงค์ ธกส. เพื่อทำทีไปคุยติดต่อเรื่องที่ดิน  และยังให้บุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมายืนยันอีกด้วย  ทำให้เหยื่อหลงเชื่อยอมโอนเงิน  หรือแม้แต่ทางกลุ่มมิจฉาชีพอ้างขอเงินสด และจะต้องนัดจ่ายเงินในที่ลับตาคน หรือไม่ก็เป็นตามสถานที่ของหน่วยงานราชการเท่านั้น  จนญาติๆ ของเหยื่อเริ่มสงสัย ว่าเหยื่อพยามยามยืมเงินญาติพี่น้องทุกคนเป็นวงเงินจำนวนมากไปไหน  เลยได้มีโอกาสคุยกันกับเหยื่อ  และคิดว่าเหยื่อต้องถูกแก๊งค์มิจฉาชีพหลอกอย่างแน่นอน เลยรีบพาเหยื่อไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพัทลุง 

จากนั้นไม่นาน  มิจฉาชีพก็ออกมายอมรับกับเหยื่อว่าโกงเงินไปจริง  โดยขอนัดไกล่เกลี่ยเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยมีข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ร่วมเป็นพยานในการนัดคุยกัน ด้วย ยอดเงินที่มิจฉาชีพโกงเหยื่อไปทั้งหมด โดยประมาณ 4 ล้าน หกแสนบาท 

และมิจฉาชีพยังเรียกร้องขออย่าให้ดำเนินคดีใดๆ  และจะยอมเสียเงินตามเวลาที่กำหนดกันทุกบาททุกสตางค์  แต่พอถึงเวลาที่นัดตกลงกันไว้ กลุ่มมิจฉาชีพก็ไม่ได้ทำตามที่พูดตกลงไว้ก่อนหน้านี้  ประกอบกับทางเหยื่อเองไม่มีความรู้เรื่องกฎหมาย ไม่ค่อยรู้หนังสือ เลยยินยอม ด้วยความเครียด เพราะเงินที่หยิบยืมมา และต้องยอมรับภาระจ่ายดอกเบี้ยเองทั้งหมดจนถึงปัจจุบัน

และนอกจากป้านีแล้ว ยังทราบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ไปหลวกลวงต้มตุ๋นชาวบ้านในพื้นที่ จ.พัทลุง นครศรีธรรมราช และ จ.ตรังอีกหลายรายอีกด้วย

.

.

เรื่องโดย ธัญวีร์ จันทร์สุขศรี | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์