ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2563.

เรียกหนุ่มชุดสีกากีโดดถีบรถคู่กรณีสอบ

3.0K 14

ตร.เรียกหนุ่มชุดสีกากีคนดัง กระโดดถีบรถแจ๊ซพร้อมคู่กรณีสอบ พบเป็นทหารแต่ยังไม่รู้สังกัดอ้างคู่กรณีขับแช่เลน บีบแตรไล่ ถูกทุบรถก่อนจึงทุบกลับคืน เจ้าตัววิ่งหนีสื่อมวลชนไม่ตอบคำถาม เปลี่ยนชุดข้าราชการเป็นชุดลำลอง ตร.แจงต้องสอบปากคำทั้งสองฝ่ายละเอียดก่อนสรุปสาเหตุ

จากกรณีเรื่องราวดุเดือดบนท้องถนน เมื่อเก๋งคู่หนึ่งไล่ขับกันมาและบีบแตรดังลั่นถนน ก่อนที่คนในเก๋งคันที่บีบแตรลงมาจากรถ โดยที่สวมชุดคล้ายข้าราชการ วิ่งเข้าไปกระโดดถีบรถเก๋งคันหน้า จากนั้นกลับมาที่รถและพยายามขับหนีออกไป โดยมีสาวคนขับเก๋งที่โดนถีบ วิ่งมาที่รถและพยายามเรียกให้ลงมาคุยกันพร้อมกับทุบไปที่รถ จากนั้น ชายอีกคนที่อยู่ในรถที่ถูกถีบได้ลงมาจากรถด้านคนนั่ง และเดินตรงเข้าไปที่เก๋ง ซึ่งไม่สามารถไปต่อได้เนื่องจากรถติด แต่คนขับวีออสก็พยายามถอยหลัง เดินหน้าโดยไม่ยอมตกเป็นเป้า แต่ก็โดนทุบจนกระจกแตก จากนั้น มีการเปิดประตูออก และพยายามเข้าไปทำร้ายชายที่อยู่ในรถ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายคู่กรณี ซึ่งยังไม่ทราบว่า สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากสาเหตุ และเรื่องอะไร


นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่คลิปอีกมุมจากกล้องหน้ารถ ซึ่งพบว่า รถเก๋งของผู้ที่ใส่ชุดสีกากีได้พยายามไล่ตามจี้ท้ายรถ โดยทั้งสองคันขับด้วยความเร็วสูง ก่อนที่จะเกิดเหตุลงมาถีบรถ และกลายเป็นการทะเลาะวิวาทกัน

ล่าสุดที่สน.ศาลาแดง วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ต.อ.กฤตินาท ตุลยลักษณ์ ผกก.สน.ศาลาแดง ได้นัดหมายหนุ่มชุดข้าราชการ และฝ่ายคู่กรณี ให้มาเจรจากัน เนื่องจากคลิปดังกล่าวสร้างฮือฮาในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก โดยพ.ต.อ.กฤตินาท เปิดเผยว่า เบื้องต้นชายสวมชุดข้าราชการ เป็นทหาร ซึ่งยังไม่ทราบว่าอยู่สังกัดใด จะต้องมีการสอบปากคำอีกครั้ง ล่าสุดชายสวมชุดข้าราชการ อ้างว่ารถของคู่กรณีขับอยู่เลนซ้าย แต่ไม่ยอมเลี้ยวซ้าย จึงบีบแตรไล่กันมาก่อนหน้านี้ โดยฝ่ายคู่กรณีมีการลงมาทุบรถก่อน จึงมีการทุบกลับไป ซึ่งจะสอบปากคำทั้งคู่อย่างละเอียดอีกครั้งว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากนายทหารได้เดินมาถึงสน.ศาลาแดง แล้ว ได้เปลี่ยนชุดจากชุดข้าราชการ เป็นชุดลำลองและวิ่งหนีสื่อมวลชนพร้อมกับไม่ตอบคำถามใดๆ

ต่อมา น.ส.สุนาวรี อินดิบ วัย 32 ปี อาชีพช่างเสริมสวย หญิงสาวคู่กรณี ได้เดินทางโดยเดินทางมาพร้อมกับรถยนต์ ฮอนด้า รุ่น แจ๊ส สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 ก็5331 กรุงเทพมหานครได้เข้าพบตำรวจสน.ศาลาแดง พร้อมยืนยันกับว่า ไม่ได้ขับรถปาดหน้ากับคู่กรณีตามที่ถูกกล่าวอ้าง แต่ขณะเกิดเหตุชายที่เป็นทหารพยายามขับจี้ท้ายรถ และบีบแตรตลอดทาง ก่อนที่ทหารคนดังกล่าวจะตะโกนต่อว่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคาย พาดพิงไปถึงบุพการี พร้อมระบุว่า ทำไมนำสติกเกอร์ปิดป้ายทะเบียนรถ ตนพยายามไม่สนใจ เนื่องจากที่ต้องปิดสติกเกอร์ทับเลขเดิม เพราะถูกโฉลกกับเลข 1 และ 5 ก่อนที่จะขับหนี แต่ชายคนดังกล่าวยังไม่ยอม บีบแตรไล่หลัง และยังตะโกนด่าทอกันระหว่างรถไปมา กระทั่งติดไฟแดง ชายคนดังกล่าวลงจากรถพร้อมกระโดดถีบท้ายรถของตน และพยายามจะขับรถหลบหนี ตนจึงวิ่งเข้าไปก่อนพยายามเรียกให้ลงมาคุยกัน แต่ชายคนดังกล่าวขับหนี จึงวิ่งตามพร้อมใช้ข้อศอกกระแทกกระจกคู่กรณีแตก โดยพบว่าทหารคนดังกล่าวย้ายไปนั่งเบาะข้างคนขับ และได้ตะโกนกลับมาใส่ร้ายว่าตนเมายา พยายามจะฆ่า และข่มขู่ว่าจะเอาเรื่องตนให้ถึงที่สุด อ้างรู้จักอัยการและผู้ใหญ่หลายคน

เบื้องต้น พ.ต.อ.กฤตินาท อยู่ระหว่างสอบปากคำ ทั้ง 2 ฝ่าย โดยยังไม่แจ้งข้อหาฝ่ายใด ยืนยันให้ความเป็นธรรมทั้งคู่

เรื่องโดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช | ภาพโดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend