ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2562

"แย่งเมือง"

1.2K 13

"แย่งเมือง" กีฬาพื้นเมืองที่ยมเล่นกันมากในจังหวัดสงขลา และเห็นการละเล่นกันโดยทั่วไปตามจังหวัดต่างๆ ของภาคอื่นๆ ตอนนี้การละเล่นมักไม่ค่อยเห็นในหมู่เด็กๆ แล้ว แต่ในห้วงเวลานี้ "แย่งเมือง" กำลังเป็นที่นิยมละเล่นในหมู่นักการเมือง

จากหลักฐานพบว่าน่าจะเล่นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ก่อน พ.ศ.2480 สันนิษฐานว่า เลียนแบบการรบโบราณ จะมีหัวหน้าออกรบเมื่อหัวหน้าแพ้ ถือว่าแพ้ทั้งกองทัพ ครั้นยามบ้านเมืองสงบ ห่างการศึก จึงมีผู้คิดกีฬา "แย่งเมือง" ขึ้น เพื่อฝึกจิตใจ และปลุกใจให้คนรุ่นหลังมีนิสัยเป็นนักต่อสู้ เห็นความสำคัญของการเป็นหัวหน้า ปัจจุบัน การละเล่นแบบนี้ค่อยๆ เลือนหายไปจากบ้านเมืองของเรา ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เพื่อนเล่นของเด็กๆ อยู่ในมือถือจำได้ว่าเมื่อ 40-50 ปีก่อน ผมกับเพื่อนๆ เล่นกันได้ทุกโอกาสที่ว่าง นิยมเล่นกันเป็นการรื่นเริงของพวกเราเล่นได้ทั้งชายและหญิง ไม่ต้องใช้อุปกรณ์การเล่น แค่มีสนามหญ้าโรงเรียน หรือลานวัด แบ่งทีมคละกันทั้งชายหญิง ขีดเส้นยาวๆ 1 เส้น "แบ่งแดน" ทั้ง 2 ฝ่ายยืนอยู่คนละด้าน แต่ละฝ่ายเลือก"หัวเมือง"ของตัวเอง ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆ ยืนต่อท้ายหัวเมืองเป็นแถวตอนเรียงหนึ่ง มือจับเอวต่อกันให้มั่นเมื่อกรรมการให้สัญญาณ "หัวเมือง" ทั้ง 2 ฝ่าย ใช้ไหวพริบและโอกาสจับมือซึ่งกันและกัน ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆ นอกจากดึงหัวเมืองของตนเองไว้ ก็ต้องออกแรงเพื่อดึงหัวเมือง ของอีกฝ่ายให้เข้ามาในแดนของตน ฝ่ายใดดึงหัวเมืองของอีกฝ่ายเข้ามาในเขตของตัวเองได้ ถือว่าชนะมีกติกา คือ การดึงหัวเมืองของฝ่ายตรงข้าม ต้องดึงให้เข้ามาทั้งตัว เมื่อล้ำเข้ามาเขตในของอีกฝ่ายที่ดึงได้ จึงจะถือว่าข้ามเขตแดนแล้ว เมื่อเสียเมือง อนุญาตให้มีการเปลี่ยน "หัวเมือง" ได้เมื่อจบการแข่งขันแต่ละครั้งนึกๆ ดูแล้ว ผ่านมา 50 ปี "แย่งเมือง" ผมเพิ่งเข้าใจว่าเกมนี้ไม่ได้สูญหายไปจากเมืองไทย เพราะผมเห็นนักการเมืองกำลังแบ่งฝ่ายขีดเส้นกลางสนาม เล่นเกม "แย่งเมือง" กันให้คึกอยู่ในเวลานี้

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย สุทธิรักษ์ อุฒมนตรี | ภาพโดย Nation TV