ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ถอนวีซ่าเจ้าของอาคารลอยน้ำ

7.3K 106
ถอนวีซ่าเจ้าของอาคารลอยน้ำ

ภูเก็ต - ตม.ภูเก็ตถอนวีซ่าชายชาวต่างชาติเจ้าของอาคารลอยน้ำแล้ว ตรวจสอบยังไม่ออกนอกประเทศ แต่ยังไม่พบตัว จังหวัดภูเก็ตตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามการดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ทัพเรือภาคที่ 3 โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต 3 (ศรชล. เขต 3 ) จัดเรือ ต.991 พร้อมชุดสหวิชาชีพ เข้าไปตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างลอยน้ำไม่ทราบสัญชาติ ซึ่งติดตั้งอยู่กลางทะเลห่างจากเกาะราชา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ไปประมาณ 12 ไมล์ทะเล หลังจากเวปไซค์ของโอเรียนบิลเดอร์ ได้รายงานความสำเร็จของChad Andrew ElwartowskiและNadia Summergirlในการสร้างที่พักตามแนวทางของกลุ่มSeasteadingซึ่งได้โฆษณาชักชวนให้ผู้ที่ชื่นชอบในแนวคิดดังกล่าว มาอาศัยอยู่เพื่อจัดตั้งชุมชน โดยมีเป้าหมายที่จะสถาปนาเป็นรัฐอิสระหรือเขตปกครองตนเองขึ้นในอนาคต แต่ไม่พบผู้อยู่อาศัยบนอาคารดังกล่าว แลทางนายทหารพระธรรมนูญ ทัพเรือภาคที่ 3 ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับบุคลที่มีการอ้างถึง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 กับพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต เรียบร้อยแล้ว

ความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีชาวต่างชาติและภรรยาชาวไทยได้สร้างบ้านลอยน้ำ (Seasteading)เป็นเขตปกครองตนเองเหนือน่านน้ำสากล บริเวณนอกชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 2/2562 โดยมีนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, อัยการ กอ.รมน.ภูเก็ต, ตัวแทนจากทัพเรือภาคที่ 3, ชุด ชป.สห.รส.ทภ.4,ชุดปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อย จ.ภูเก็ต กรมทหารราบที่ 25 , เจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต, ตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต, ประมง, โยธาธิการและผังเมือง, อุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม

นายภัคพงศ์ ทวิภัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังการประชุมฯ ว่า ครั้งนี้เป็นการประชุมติดตามผลการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรณีสร้างวัตถุลอยน้ำแล้วนำไปติดตั้งที่บริเวณนอกชายฝั่งใกล้กับจังหวัดภูเก็ต ระยะห่างจากเกาะราชาใหญ่ไปประมาณ2ไมล์ทะเลกว่า ห่างจากตัวจังหวัดภูเก็ต และแหลมพันวา ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ไปประมาณ39กิโลเมตร หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมร่วมกันมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งในการตรวจสอบนั้นมีการดำเนินการแยกเป็น 2 ส่วน คือ พื้นที่ทางทะเล เป็นอำนาจหน้าที่ของศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต3 (ศรชล. เขต3 )และทัพเรือภาคที่3กับ ความรับผิดชอบของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่บนฝั่ง เช่น การว่าจ้างให้ประกอบหรือสร้างวัตถุลอยน้ำ สถานที่ในการก่อสร้าง เป็นต้น ว่า มีการดำเนินการขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และ พ.ร.บ.โรงงาน หรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ทางจังหวัดภูเก็ตได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อมาติดตามเรื่องนี้โดยเฉพาะ

ด้าน พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง ผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต (ผกก.ตม.ภูเก็ต) กล่าวถึงการดำเนินการกับชายชาวต่างชาติหรือต่างด้าวที่เกี่ยวข้องกับอาคารลอยน้ำว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่า มีการเดินทางเข้ามาในลักษณะnon-immigration visa (ประเภทชั่วคราว) ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรประมาณ90วัน จากนั้นได้มีการต่อวีซ่ามาโดยตลอด และจนถึงวันที่เกิดเหตุต่างด้าวคนดังกล่าวยังมีสิทธิ์อยู่ภายในราชอาณาจักร กระทั่งได้รับการประสานจากทัพเรือภาคที่3ว่าบุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งตามมาตรา12ของพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ระบุไว้ว่าลักษณะของคนต่างด้าวที่เป็นบุคคลต้องห้าม ซึ่งมีพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมและความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของราชอาณาจักร ทางสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต จึงได้ทำการเสนอขออนุมัติเพิกถอนวีซ่าในการอยู่ในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวรายดังกล่าวไปแล้ว และได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันทางตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ตก็ลงบันทึกในบัญชีบุคคลต้องห้ามต่อไป

ในส่วนของที่อยู่อาศัยของต่างด้าวรายดังกล่าว พบว่ามีการแจ้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่จากการไปตรวจสอบ ปรากฏว่าไม่พบเจอตัวแต่ยืนยันว่าได้พักอาศัยจริง โดยชายคนดังกล่าวได้เข้ามาในราชอาณาจักรไทยเมื่อประมาณปลายปี2561และอยู่อาศัยกับหญิงไทยในจังหวัดภูเก็ต ก่อนจะมีดำเนินการก่อสร้างตามที่เป็นข่าวซึ่งใช้เวลานานพอสมควร และเมื่อมีการยกเลิกวีซ่าทำให้สิทธิ์ในการอยู่อาศัยในประเทศไทยหมดลงจึงต้องแจ้งให้มารายงานตัวหรือให้เจ้าหน้าที่ไปเชิญตัวมา เพื่อแจ้งให้ทราบว่า ไม่มีสิทธิ์อยู่ภายในราชอาณาจักรแล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างติดตามตัว และจากข้อมูลพบว่า ยังไม่มีการเดินทางออกจากราชอาณาจักร จึงได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดข้างเคียงเพื่อติดตามตัว

ส่วนของคดีนั้น พ.ต.อ.วิทูรย์ กองสุดใจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ให้ข้อมูลว่า ทางทัพเรือภาพ3ได้แจ้งข้อกล่าวหากับทั้งสองคน (ชาวต่างชาติและภรรยาชาวไทย) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว โดยแยกเป็น2ส่วน คือ ทางทะเล เป็นส่วนของทัพเรือภาคที่3ดำเนินคดีร่วมกับทางเจ้าท่าฯ ภูเก็ตเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การเดินเรือ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาข้อกฏหมายว่ามีฐานความผิดใดบ้าง กับในส่วนของสถานที่ต่อเรือ ซึ่งจะมีการตรวจสอบว่ากระทำความผิดใดหรือไม่ เช่น มีการขออนุญาตก่อสร้าง หรือมีการรุกล้ำพื้นที่หรือไม่ โดยมีหน่วยงานร่วมตรวจสอบหลายฝ่าย เช่น สำนักงานบริการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, เจ้าท่าฯ, อบต.ไม้ขาว เป็นต้น

ขณะที่นายวิวัธน์ ชิดเชิดวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของตัววัตถุลอยน้ำที่ติดตั้งอยู่กลางทะเลนั้น ขณะนี้ได้มีการออกประกาศแจ้งเตือนให้ชาวเรือใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ ควบคู่ไปกับประกาศของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ซึ่งแจ้งเตือนชาวเรือที่เดินเรืออยู่ในบริเวณดังกล่าวให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ ส่วนการรื้อถอนนั้นอยู่ในขั้นตอนหารือแนวทางร่วมกับทัพเรือภาคที่ 3 ว่าจะดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกฎหมายอย่างไร และใช้เส้นทางเดินเรือบริเวณนั้นให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการเดินเรือเข้าใกล้ในบริเวณนั้น ในส่วนของการเคลื่อนย้ายนั้นจะต้องหารือกับทางทัพเรือภาคที่3 ในการดำเนินการตารม พ.ร.บ.ศรชล.

ทางด้านนายวัชรินทร์ ไชยานุพงศ์ อุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า โรงงานที่ก่อสร้างวัสดุลอยน้ำหรือบ้านลอยน้ำในทะเลนั้น ตั้งอยู่ที่บ้านหยิด หมู่ที่7ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เป็นและในส่วนของโรงงานดังกล่าวไม่ได้ขอใบอนุญาตเปิดเป็นโรงงานต่อเรือ ซึ่งก็ต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย สาลินี ปราบ | ภาพโดย สาลินี ปราบ
แชร์