ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

พ่อเหยื่อสิบโทแทงดับ รับไม่ได้ลูกชายคนเดียวต้องตาย!!

378 0

ปทุมธานี - พ่อเหยื่อสิบโท ทหารโหด รับไม่ได้ลูกชายคนเดียวต้องมาถูกแทงตายภายในงานฉลองอุปสมบท ขณะเพื่อนผู้จายยืนยัน สิบโทเข้ามาหาเรื่องด้วยความเมา ก่อนไปเอามีดในรถมาทำร้าย และขับรถชนหวังเปิดทางหลบหนี

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 8 เมษายน 2562 จากกรณีที่มีวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันด้วยการใช้อาวุธมีดแทงกันและใช้ขับรถยนต์พุ่งชนวัยรุ่นกลุ่มคู่อริ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย ภายในงานฉลองอุปสมบทภาย ที่อาคารอเนกประสงค์เทศบาลเมืองท่าโขลง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จนเป็นเหตุให้ นายชัยพัทธ์ สิริปิ อายุ 17 ปี เสียชีวิตนอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ2ราย โดยผู้ก่อเหตุได้อาศัยช่วงชุนมุนหลบหนีไปได้ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายวสุ สิริปิ อายุ 46 ปี บิดาของนายชัยพัทธ์ ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาที่ สภ.คลองหลวง เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย พร้อมเปิดเผยว่า ตนเองมีลูกชายเพียงคนเดียวและในวันที่ 19 เมษายน2562 นี้ ก็จะรับใบประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) แผนกช่างไฟฟ้า ของสถาบันอาชีวะแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้

ในวันเกิดเหตุตนเองไม่อยู่บ้าน มีเพียงภรรยาอยู่และบุตรชายได้ขอไปร่วมงานบวชเพื่อน ก่อนที่กลางดึกจะมีเพื่อนลูกโทรมาบอกว่า ลูกประสบอุบัติเหตุ อาการน่าเป็นห่วง ก่อนจะเสียชีวิต ตนเองเสียใจมาก ถึงขณะนี้ยังไม่มีบุคคลในครอบครัวของผู้ก่อเหตุออกมาให้การรับผิดชอบ หรือเข้าขอขมาศพซึ่งหากจะมาขอโทษ หรือขอขมาตนเองก็พร้อมที่จะพูดคุย


นายวสุ กล่าวอีกว่า ต้องบอกว่าฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ดีมาก ต้องหาเงินจากเพื่อนสนิทมารับศพลูก เพื่อจัดงานศพตามประเพณี และอยากรู้ว่าทำไมถึงต้องทำกับลูกชายตนเองแบบนี้ ทั้งนี้ยังอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งผลทางคดีให้ทราบด้วยว่า ถึงขั้นตอนไหนแล้ว เพราะถึงขณะนี้ตนเองทราบจากข่าวเพียงเท่านั้น จึงไม่ทราบว่าถึงขั้นตอนไหนแล้ว เพราะยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงให้ทราบและกลัวว่าเรื่องจะเงียบไป

ขณะนี้ทางญาติๆได้ตั้งสวดพระอภิธรรมศพที่ วัดทองจันทริการาม ตำบลพยอม อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยตั้งสวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา 5 วันตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา และจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันพฤหัสที่จะถึงนี้

ส่วนนายนิวัฒน์ จอมมะเริง หรือเอ อายุ 25 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งออกจากโรงพยาบาลแล้ว เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุตนเองได้ไปร่วมงานฉลองอุปสมบทรุ่นน้อง ขณะเกิดเหตุตนเองกำลังเดินทางกลับ โดยเดินออกจากโต๊ะ เพราะงานเลิกและกำลังขึ้นคร่อมรถจักรยานยนต์เพื่อสตาร์ท จากนั้น สิบโททัศนัย สีคราม หรือหนึ่ง ผู้ต้องหาได้เดินมาหาตนเอง แล้วก็พูดว่า "ข้องอะไรหรือป่าว"

จากนั้นเพื่อนของผู้ต้องหา ได้เดินมาหาตนเองและพูดคุยด้วยดีบอกว่า "ใจเย็นมันเมา ไม่เป็นไร" โดยเพื่อนของผู้ต้องหา ได้ให้ตนเองจับมือกับผู้ต้องหา ตนเองก็ยอมจับ แต่ผู้ต้องหาไม่จับมือด้วยและสบัดมือหนี จากนั้นผู้ต้องหาก็ต่อยตนเอง ก่อนจะมีกลุ่มเพื่อนผู้ต้องหาและเพื่อนตนเองเข้ามาห้ามปราม ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเข้าไปที่รถไม่คว้ามีดออกมา แล้วปรี่เข้ามาแทงที่หน้าตนเองจนได้รับบาดเจ็บ

กลุ่มเพื่อนจึงเข้ามาห้ามปราม ตนเองก็บอกกับเพื่อนผู้ก่อเหตุที่ชื่อ ตอง ไปว่า ตนเองไม่ได้มีอะไรนะตนมาช่วยงานสนุกๆ ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งไปขึ้นรถยนต์ของตนเองและสตาร์ทเครื่องพุ่งชนน้องที่เสียชีวิต และวัยรุ่นที่ยืนบริเวณทางออกจากงานคล้ายจะหลบหนี แต่ไปไม่ได้ เพราะมีคนยืนอยู่จำนวนมาก ก่อนจะเปิดประตูแล้ววิ่งหลบหนี

นายนิวัฒน์ ยืนยันว่า ในวันนั้นตนเองก็ไปร่วมงานเพียงคนเดียวก่อนจะไปเจอนาคที่เป็นรุ่นน้อง และไม่ได้นั่งโต๊ะเดียวกันกับผู้เสียชีวิตโดยตนเองนั่งกลุ่มเพื่อนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน กลุ่มเพื่อนก็ไม่มีใครมีเรื่องกับผู้ก่อเหตุและไม่รู้จักด้วยซ้ำก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องมาทำร้ายตนเอง

เรื่องโดย อนันต์ วิจิตรประชา | ภาพโดย พงศธรรศ รุจิพุฒธันยพัต
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend