ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ระวัง!....เปิดจุดอันตราย สาย 304 "กบินทร์บุรี-ปักธงชัย"

2.63K 22

ถนน 304 กบินทร์บุรี-ปักธงชัย เป็นเส้นทางหนึ่งที่ประชาชนเลือกใช้เพื่อเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และเป็นถนนที่เกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตมากสุดในประเทศไทยก็ว่าได้ จุดๆ เดียวหลักร้อยศพ ด้วยกายภาพถนนเป็นเส้นตัดผ่านภูเขา ตำรวจต้องออกมาเตือนจุดเสี่ยงให้ระมัดระวังกันทุกๆปี แต่ปีนี้ไม่ใช่แค่เตือน เขาทำอะไรกันบ้าง ไปติดตามกับรายงานคุณขวัญเรียม แก้วสุวรรณ

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 ช่วงระหว่างกบินทร์บุรี-ปักธงชัย เขตรอยต่อ อ.วังน้ำเขียน จ.นครราชสีมากับ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ระยะทางเกือบ 6 กิโลเมตรเป็นถนนตัดผ่านภูเขาสูงชัน มีโค้งอันตรายเกิดอุบัติเหตุนับครั้งไม่ถ้วน อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นรุนแรงถึงชีวิตเกือบทุกเหตุการณ์จุดแรกคือที่หลักกิโลเมตร 210 หรือศาลปู่โทน มุ่งหน้า อ.นาดี เป็นทางลงเขาและมีทางโค้ง จุดนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุด เพราะเป็นทางลงเขา ผู้ขับขี่ไม่ชำนาญทางใช้เกียร์สูงลงมาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงจุดโค้งลมเบรกหมดไม่สามารถประคองรถได้ รถพุ่งข้ามฝั่งไปชนรถสวนทาง อุบัติเหตุครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา รถ 22 ล้อบรรทุกน้ำมันปาล์ม เบรกขัดข้องเสียหลักพุ่งชนประสานงารถพ่วงบรรทุกรถยนต์ ก่อนรถกระเด็นไปชนกันอีกหลายคัน เสียหายรวม 6 คัน ทำให้มีเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 6 ราย

การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกหลังจากกรมทางหลวงเปิดใช้เส้นทางหลังจากขยายเลนเพิ่มเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมาอย่างเป็นทางการ พบว่าบริเวณแบร์ริเออปูนมีร่องรอยรถพุ่งไปเสียดสีจำนวนไม่น้อย แต่มีรายงานว่าตั้งแต่เปิดใช้อย่างเป็นทางการยังไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น


จุดที่ 2 คือหลักกิโลเมตรที่ 209 หรือโค้งเขาภูหีบ โค้งสุดท้ายก่อนลงเขาสู่ทางลาด จุดนี้เป็นโค้งหักศอกที่เกิดอุบัติเหตุรองลงมาจากโค้งศาลปู่โทน แต่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด อุบัติเหตุครั้งรุนแรงที่สุดคือวันที่ 21 มี.ค.2561 รถทัวร์นำเที่ยวเบรกมีปัญหาหลุดโค้ง พุ่งชนร้านขายของและต้นไม้ ทำให้มีคนเสียชีวิต 18 ศพ บาดเจ็บ 34 รายเพื่อลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น ให้ทันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตำรวจ กรมขนส่ง กรมทางหลวง แขวงการทาง ได้ร่วมกันออกกฎจำกัดความเร็ว โดยรถยนต์อยู่ที่ไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถบรรทุก ไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีตำรวจตรวจจับความเร็วเป็นระยะๆ

นอกจากมาตรการทางกฎหมาย ยังมีทางหยุดรถฉุกเฉิน กรณีที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถเบรกและประคองรถได้ จำนวน 2 จุด จุดแรกก่อนถึงศาลปู่โทน อยู่ห่างจากจุดสกัดผางามหรือก่อนถึงศาลปู่โทนประมาณ 500 เมตร และจุดที่ 2 อยู่ถัดจากศาลปู่โทนไม่ไกลแม้ภาครัฐจะพยายามออกมาตราการลดอุบัติเหตุมากแค่ไหนอาจได้ผลน้อย หากผู้ขับขี่ยังประมาท และมั่นใจในฝีมือการขับรถของตัวเอง เพราะถนนเส้นนี้แม้แต่คนที่ชำนาญทางยังพลาดมาแล้ว ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ก่อนที่จะเคลื่อนรถลงเขา บนหลักกิโลเมตรที่ 213 หรือจุดสกัดผางาม ต้องหยุดรถ ใช้เกียร์ต่ำ และความเร็วเป็น 0

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend