ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563.

เปิดมุมมอง "สายป่าน" กับมุมมองชีวิตจริง ก่อนจะก้าวเข้าสู่ประตูวิวาห์

5.8K 33
เปิดมุมมอง สายป่าน กับมุมมองชีวิตจริง ก่อนจะก้าวเข้าสู่ประตูวิวาห์

เป็นนักแสดงคุณภาพที่มีผลงานออกมาให้แฟนๆ ได้ยลกันอย่างต่อเนื่องสำหรับ "สายป่าน" อภิญญา สกุลเจริญสุข ที่ล่าสุดมารับงานแสดงซีรีส์เรื่อง "รสรินล่าแวมไพร์(Bangkok Vampire)" ผลิตโดย "MONO ORIGINALS" (โมโนออริจินอลส์) ซึ่งวันนี้ "ทีมข่าวบันเทิง" ได้มีโอกาสพูดคุยกับนักแสดงสาว ถึงเรื่องราวชีวิตในตอนนี้

@@ งานแสดงที่รัก

ผลงานในตอนนี้


"เรื่องรสรินล่าแวมไพร์ ถ่ายทำเสร็จไประยะหนึ่งแล้ว ด้วยงานที่เป็นโปรดักซ์ชั่นค่อนข้างใหญ่ดังนั้นก็เลยให้เวลานานกว่าเรื่องอื่น ใช้เวลาทั้งหมดทุ่มเทไปกับเรื่องนี้  ด้วยลักษณะของงานที่มีการดีไซน์ท่าต่างๆ มันก็เลยทำให้ระหว่างทางเราต้องฝึกซ้อมเยอะมาก ในเรื่องเล่นเป็นแวมไพร์ที่ล่าแวมไพร์ เรื่องนี้มันแปลกเพราะเราไม่เคยรู้มาก่อนว่าแวมไพร์มันเข้ามาในกรุงเทพมหานครได้อย่างไร มันเป็นจุดที่ทำให้แวมไพร์เข้ามากรุงเทพ มันร่วมกับการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ ถ้าเป็นในเมืองนอกเรื่องคนหายมันเป็นเรื่องของเอฟบีไอ เป็นเรื่องของทีมตำรวจชุดสืบสวน พอเป็นในไทย มันมีเรื่องการใช้โซเชียลและใช้สื่อเยอะมาก มีการตีแผ่ข่าวว่ามีคนหาย ให้ระมัดระวังคนนี้ ด้วยเนื้อเรื่องมันน่าสนใจและมีอารมณ์ของหนังนอกอยู่ ในเรื่องตัวป่านเองก็แสดงเป็นแวมไพร์แต่ไม่ใช่อยู่ดีๆ แล้วตามกินเลือดคน แต่เราเป็นแวมไพร์ทีี่มีเป้าหมายในการตามหาน้องสาว เพราะน้องสาวได้หายตัวไปในช่วงที่แวมไพร์เข้ามาแล้วเราถูกเปลี่ยน ซึ่งแวมไพร์ในเรื่องจะมี 2  ประเภท คือถูกเปลี่ยนแล้วเป็นสาวกของเขา แต่เราถูกเปลี่ยนแล้วตามล้างแค้นคนที่เปลี่ยนเรา เพื่อยุติเรื่องทั้งหมด" 

@ สาเหตุที่ทำให้แสดงเรื่องนี้

"มันเป็นบทที่ท้าทาย ด้วยเรื่องที่น่าสนใจ ด้วยความใหม่และทีมผู้สร้างโปรดิวเซอร์ ซึ่งเป็นทีมที่เราเคยทำงานร่วมกันมาตั้งแต่เด็ก และยังติดต่อกันมาตลอด เลยรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าสนใจ คือถ้าไม่ลองตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสลองเมื่อไหร่ ณ ตอนที่เขาติดต่อมาเรารู้สึกว่ามันยากนะ แต่อยากทำ พอได้ทำถามว่าโอเคไหม คือป่านจะเซ็กตัวเองตลอดเวลาระหว่างทำอยู่แล้ว โดยการถามผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ตลอดว่า สิ่งที่เราทำมันโอเคไหม ซึ่งพี่หลายๆ คนบอกว่ามันโอเคเราก็ต้องเชื่อใจเขา เมื่อเขาบอกว่าโอเคมันก็ต้องต้องโอเค"

@ บู๊เยอะขนาดนี้ต้องฝึกอะไรเพิ่มบ้าง

"เรียกว่าฝึกพื้นฐานใหม่ทั้งหมดเลยดีกว่า เพราะมันไม่ได้ใช้แค่ความพร้อมของร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่มันต้องใช้เรื่องของไหวพริบ และความคล่องแคล่วของร่างกาย ก็เลยต้องทุ่มเทเยอะ ตอนถ่ายเรื่องนี้ป่านมีเวลา 7  วัน ป่านถ่ายเรื่อง นี้ 3 วัน อีก 2 วันต้องไปซ้อม ด้วยความที่เป็นแฟนตาซี ปกติงานที่ป่านทำมันเป็นดราม่าหมดเลย การแสดงดราม่าต้องเตรียมพร้อมทางด้านร่างกายและอารมณ์ ซึ่งป่านจะถนัดไปทางนั้น แต่ด้วยความที่เรื่องนี้เป็นแฟนตาซี ต้องเขียนซีจี มันเลี่ยงไม่ได้ที่เราต้องเล่นกับกรีนมาร์ค เมื่อเราต้องทำงานกับมาร์คต่างๆ มันก็เลยต้องเตรียมตัวเยอะนิดหนึ่ง"

@ ร่วมงานกับผู้กำกับครั้งแรก

"พี่วุ้น (ทรงศักดิ์ มงคลทอง) น่ารักมาก ไม่เคยเจอผู้กำกับใจดีขนาดนี้มาก่อน แล้วเขาต้องมากำกับหนังโหดๆ ขัดบุคคลิกภายนอกของเขามาก แต่พอได้คุยกับพี่วุ้นเรารู้เลยว่าภาพเขาชัด เขารู้ว่าเขาต้องการอะไรเพื่อไปใช้อะไร ดังนั้นการทำงานมันก็เลยสนุกและมีความสุข พี่วุ้นเขาทำการบ้านมาค่อนข้างดี ก็เลยมีช็อตลิสต์มาชัดเจนมากเราก็เลยเชื่อใจเขา บอกตรงๆ ว่าตอนแรกที่คุยกับเขายังคิดว่าจะได้แบบที่เขาบอกหรือเปล่า ระหว่างที่ถ่ายทำเราได้เห็นชิ้นงานที่ถ่ายเสร็จ เรารู้เลยว่าเขาเอาอยู่  ด้วยแนวทางการเล่าเรื่องมันค่อนข้างใหม่สำหรับไทย ไม่ใช่เราไปเห็นไอเดียของฝรั่งแล้วเอามาทำ แต่มันเป็นการเจอกันครึ่งทางของวัฒนธรรมไทย สิ่งที่เรามีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือเทคโนโลยีต่างๆ มันเป็นการทดลองอะไรใหม่ๆ ที่จะทำให้เราเดินหน้าไปพร้อมกันมากกว่า นี่คือการลองถ้าไม่ลองเราก็ไม่รู้"

@ ผลงานนอกจากเรื่องนี้มีอะไรอีกบ้าง

"ตอนนี้ไม่มี จริงๆ มีหนังนอกที่รอฉายอยู่เรื่องหนึ่งชื่อ "The Girl in The Feather Jacket" เรื่องนี้เล่นกับพี่ปั้นจั่น (ปรมะ อิ่มอโนทัย) ล่าสุดผู้กำกับเขาส่งมาให้ดูว่าหนังยังตัดต่อ ยังทำสีอยู่เลยยังไม่มีแพลนว่าจะฉายเมื่อไหร่"

@ มีงานอื่นนอกจากงานแสดง

"งานที่เป็นอาจารย์ก็ยังรับอยู่ เพียงแต่ไม่ได้เป็นอาจารย์ประจำคลาส เพราะเราทำงานแสดงด้วยมันจะค่อนข้างยากนิดหนึ่งกับการไปเป็นอาจารย์ประจำคลาสด้วย ตอนนี้ก็มีไปเป็นวิทยากรบ้าง ถ้ามหาลัยติดต่อมาแล้วไม่ชนคิวกับงานแสดงก็รับ และมีเปิดเวิร์คช็อปการแสดง เป็นที่ปรึกษาด้านการแสดง อีกอันหนึ่งก็เป็นการพัฒนาศักยภาพเด็กน้อย อย่างคุณพ่อคุณแม่ไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กถึงมีพฤติกรรมแบบนี้ อย่างปาของ กระทืบเท้า เขาต้องการอะไรแล้วไม่พูดตรงๆ แต่จะแสดงออกอย่างก้าวร้าว อันนี้ก็รับคุยทั้งน้องและพ่อแม่ นอกจากนี้ก็มีทำกับวุฒิ คือวุฒิเขาทำเวิร์คช้อปคิวบู๊แต่เราจะสอนกันคนละสาขา"

*** เรื่องชีวิตคู่ ***

@ ความคืบหน้างานแต่งถึงไหนแล้ว 

"ได้ฤกษ์มาแล้ว แต่ยังไม่เคาะวัน แต่เคาะเดือนแล้วว่าจะแต่งเดือน 7 (กรกฎาคม) แต่ยังไม่เคาะช่วงเพราะต้องดูญาติฝั่งพ่อเพราะอยู่สวีเดนกันหมดเลย ต้องจัดวันตามที่ญาติลาได้พร้อมกัน และดูโลเคชั่น และที่น่าเป็นห่วงคือพยากรอากาศ คือต้องรอสรุปตรงนี้ทั้งหมดถึงจะเคาะวันอีกทีหนึ่ง"

@ หลายคนแปลกใจ อยู่ๆ ก็หมั้นเลย 

"อาจจะเร็วสำหรับใครหลายคน คือเราคบกันได้ปีครึ่ง ถามว่าเร็วไหม สำหรับป่านช่วงตลอดระยะเวลาที่รู้จักวุฒมามันก็มีช่วงระยะเวลาประมาณหนึ่ง ที่สามารถจะพิสูจน์ มันมีช่วงเวลาที่เราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะมากๆ ซึ่งมันอาจจะหนักมากสำหรับป่านแต่หลายคนไม่รู้ แต่ในวันที่หลายคนไม่รู้ หนึ่งคนที่รู้คือเขาและเขาก็ยังอยู่ข้างๆ"

@ อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กับเขา 

"มันจะมีความรู้สึกที่คนนี้ใช่ หลายคนบอกป่านว่า วันหนึ่งถ้าคือคนที่ใช่มันจะรู้ตัวเอง แต่สำหรับป่าน เมื่อถึงวันหนึ่ง เราจะรู้ว่าคนๆ นี้คือคนที่เราสามารถจะอยู่ด้วยได้โดยเป็นเราจริงๆ บางคนเราต้องซัพพอร์ต บางคนเราต้องแชร์ แต่เมือไหร่ที่เราเป็นตัวเองแล้วแฮปปี้ มันก็จะรู้สึกดีมาก เราจะอยู่ได้โดยที่เราไม่ต้องพยายามเป็นคนอื่นเลย มันเป็นความรู้สึกที่เราสบายตัวมาก และสบายใจมากพอเราเจอคนนี้ มันไม่มีเหตุผลเลยที่เราจะไม่มีคนๆ นี้อยู่ข้างๆ ป่านเคยสำรวจตัวเองนะว่า ตื่นมาพรุ่งนี้ยังอยากมีเขาไหม แพลนอนาคตตัวเองคร่าวๆ ว่าอีก 2 ปี เขาจะยังอยู่กับเราหรือเปล่า เราก็จะมาดูว่าเราเคยรู้สึกว่า ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทนกับเรื่องนี้อีกนานแค่ไหน หนูไม่เคยมีความรู้สึกนี้เลย"

@ การหมั้นสายฟ้าแลบทำให้มีข่าวลือต่างๆ ออกมา 

"ข่าวแทบจะไม่มีผลอะไรกับชีวิตเลย ถ้าหนูเป็นของหนูแบบนี้หนูก็จะเป็นแบบนี้ เหมือนที่เห็นมาตลอด 10 ปี ไม่ว่าจะมีข่าวอะไรก็แล้วแต่ หนูก็ยังเป็นหนูคนเดิม ดังนั้นไม่เคยคิดเลยว่าจะมีประเด็นหรือกระแสตรงนั้น จะทำให้ชีวิตถูกบีบหรือถูกสังคมกดดัน เพราะไม่มีใครมาบังคับหนูได้ แต่การตัดสินใจมันคือวัฒนธรรม หนูเชื่อว่าไม่ใช่หนูคนเดียวที่ต้องแต่งงานเพราะวัฒนธรรมไทย หลายคนที่เขาไม่แต่ง ถามว่าคนไม่แต่งเขาถูกกดดันไหม ในความที่เป็นคนสาธารณะ แฟนคลับก็จะบิ้วว่าแต่งกันได้แล้ว มันไม่มีความพอดีในสังคมในเมื่อวัฒนธรรมเราเป็นแบบนี้ ดังนั้นสิ่งที่โฟกัสคือเรา 2 คนแฮปปี้ พ่อแม่แฮปปี้  คุณพ่อคุณแม่เห็นด้วยเขาอยากให้เราทำให้ถูกต้อง ในประเพณีของคนไทย เราก็ทำตามที่มันควรจะเป็น เป็นสเต็ปๆ ไป"

@ ทั้งคู่ต้องปรับตัวเยอะไหม

"ป่านปรับไม่เยอะ แต่วุฒิปรับเยอะ แต่เขาก็ยังเป็นตัวของตัวเองอยู่นะ เพราะเขาเป็นคนที่ไม่มีใครไปเปลี่ยนเขาได้อยู่ดี เพียงแต่ว่าเราพูดในสิ่งที่เรารู้สึกว่า อันนี้เกเร อันนี้ดื้อไปละ เขาก็จะฟัง เพราะเขาก็ฟังเพราะเขารู้ตัวเอง เขาก็ฟังนะ เพราะก่อนหน้านี้เขาเป็นลูกชายคนเล็กและเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน เขาก็ดื้อสุดโต่งเลย ส่วนป่านเป็นลูกสาวคนโต เวลาคุยกันเราก็จะคุยภาษาพี่เขาก็จะคุยภาษาน้อง เราก็จะคุยแบบพี่น้องแต่พอเราเป็นแฟนกัน เราก็จะไม่คิดมาก เราก็เอ็นจอย"

@ หลังแต่งจะพักงานนวงการไหม 

"ไม่ งานแสดงเป็นงานหลักของป่าน เราแฮปปี้กับการทำงานในวงการบันเทิง ป่านยังรักการแสดงอยู่ ป่านทำมาตั้งแต่เด็กและป่านทำได้ดีที่สุด ดังนั้นเราไม่คิดจะเฟตตัวเองไปเป็นแม่บ้าน ไปเป็นภรรยา อะไรขนาดนั้น เราก็ยังทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่องทายาท ตอนแรกคิดว่าแต่งแล้วจะมีน้องเลย พอช่วงนี้ดูทริปเที่ยวเยอะก็อยากเที่ยวและที่เที่ยวแต่ละที่ไม่น่าจะพาลูกไปเที่ยวได้ ไม่ว่าจะลงทะเลลงเรือลงเขา เลยคิดว่าจะขอเที่ยวก่อนสักปีหนึ่งค่อยมีลูก"

*** อนาคตหลังจากนี้ ***

@ มองอนาคตตัวเองไว้อย่างไร 

"อนาคตเรื่องคู่ตอนนี้มีอะไรให้ทำเยอะแยะมากมาย อย่างตัววุฒิเองตลอดระยะเวลาที่คบกัน ไม่ใช่เขาทิ้งธุรกิจที่บ้านมา แต่เขาจะโฟกัสที่ป่านเยอะอยู่ จะมาคอยดูแลป่านเยอะเหมือนกันเพราะเป็นช่วงที่ป่านต้องเคลียร์งาน เคลียร์ตัวเอง และยังมีสถานที่ที่ต้องไปเที่ยวแล้วเขาต้องไปดูแล แต่ทางบ้านวุฒเขาก็มีธุรกิจอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องของช่อง เรื่องของไร่ หนูก็คิดว่า เป็นสะใภ้บ้านเขาอาจจะต้องช่วยดูธุรกิจที่บ้านเขาบ้างด้วย ส่วนงานอะไรที่ทำค้างอยู่ก็ต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟก็ค่อยๆ ทำไป หลังจากนี้คงต้องทำอะไรให้มันดูเป็นครอบครัวมากขึ้น"

@ มองวงการไว้ว่าอย่างไร

"ทำงานไปเรื่อยๆ เพราะเทคโนโลยีมันทันสมัยมากขึ้น เพียงแต่ว่า มันไม่ใช่แค่วงการ พอมันเป็นเรื่องปริมาณปุ๊บ สิ่งที่หายไปคือคุณภาพ  โปรดักซ์ชั่นก็ดรอปลง เพราะทุกคนทำงานโปรดักซ์ชั่นเล็กได้ ทุนต่ำลง อันนี้ที่เป็นห่วงเพราะเราอยากดูงานดีๆ อยู่ ด้วยความที่เราดูงานด้วย เรียนด้วย ตอนนี้ป่านเรืยนโทอยู่ แต่ยังไม่จบสักที ตอนนี้เรียนโทนิเทศน์ ตอนนี้คนทำงานไม่ได้อิงทฤษฎี อิงปฎิบัติล้วนๆ"

อีกหนึ่งมุมของนักแสดงมากความสามารถ "สายป่าน" อภิญญา 

เรื่อง : เสาวลักษณ์ ปึงทมวัฒนากูล 

ภาพ : กอบภัค พรหมเรขา

เรื่องโดย คมชัดลึกออนไลน์

เรื่องโดย ทีมบันเทิง คมชัดลึก | ภาพโดย ทีมบันเทิง คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์