ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"อมรินทร์ทีวี"....ในวันที่ถูกสังคมตั้งคำถาม

17.57K 98

การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในภาวะที่สังคมไทยเต็มไปด้วยความแตกต่างทางความคิดเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ความแตกต่างกลายเป็นความขัดแย้งและความรุนแรง ติดตามจากรายงานพิเศษ

ท่ามกลางปรากฎการณ์แบ่งขั้วทางการเมือง และอุดมการณ์ จัดเจน ที่ปรากฎอยู่ในปัจจุบัน การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสถานการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบถึงภาพรวมความมั่นคงของชาติ โดยสื่อมวลชนต้องพิจารณาข้อมูลต่างๆอย่างรอบคอบ และระมัดระวังไม่ตกเป็นเครื่องมือ หรือเป็นกระบอกเสียงให้พรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์หรือมีการแสดงออกอย่างชัดเจนว่ามีความพยายามที่จะนำเสนอแนวทางที่ไม่เป็นไปตามระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

ความแตกต่างทางความคิดถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก แต่ต้องไม่ใช่ความแตกต่างที่อาจส่งผลกระทบถึงความมั่นคงของชาติ  และสื่อมวลชนต้องไม่โหมประโคม เพื่อยกระดับความแตกต่างทางความคิดให้กลายเป็นความขัดแย้งในสังคม ซึ่งอาจนำไปสู่ความรุนแรงในที่สุด สังคมไทยเคยผ่านบทเรียนเช่นนี้มาแล้ว แน่นอนว่าคนไทยทุกคนต่างไม่ต้องการเห็นภาพความรุนแรงเกิดขึ้นอีก เพราะภาพเดิมๆยังไม่จางหายไปจากความทรงจำ

น่าแปลกที่สื่อมวลชนค่ายใหญ่อย่างอมรินทร์ทีวี ซึ่งมีรายการยอดฮิตคือต่างคนต่างคิด กลับเปิดพื้นที่ให้นักการเมืองสังกัดพรรคอนาคตใหม่ ใช้พื้นที่ในรายการดังกล่าวประกาศแนวคิดและอุดมการณ์ของพรรคที่สังคมส่วนใหญ่ตั้งคำถามอย่างชัดเจน โดยเฉพาะนักการเมืองที่เคยเขียนหนังสือราชมัลลงทัณฑ์ บัลลังก์ปฏิรูป ซึ่งเนื้อหาบางส่วนของหนังสือดังกล่าวแสดงออกถึงการโจมตีสถาบันกษัตริย์อย่างชัดเจน


เป็นไปได้อย่างไรที่ผู้ถือหุ้นใหญ่กว่า 60% ของค่ายอมรินทร์ทีวีอย่างเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของไทย ปล่อยให้ผู้บริหารช่องนำเวลาของสถานีไปให้กับนักการเมืองที่มีอุดมการณ์และแนวคิดดังกล่าว เพียงเพื่อหวังเรทติ้งของรายการ และเรทติ้งของสถานี โดยไม่นำพาถึงความรู้สึกของประชาชนที่จงรักภักดีต่อสถาบัน ไม่นำพาต่อความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบัน

หากผู้ถือหุ้นใหญ่อมรินทร์ทีวียังปล่อยให้ผู้บริหารและสื่อมวลชนในค่าย ทำตัวเป็นกระบอกเสียงให้พรรคการเมือง ที่มี พฤติกรรมที่สังคมตั้งคำถาม ยังคงทำหน้าที่ชี้นำความคิดของคนในสังคมที่ตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง เกรงว่าในที่สุดแล้วความแตกต่างทางความคิดและอุดมการณ์ของคนในสังคมไทย จะถูกนำไปขยายผลจนก่อให้เกิดความขัดแย้งเหมือนในอดีต ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีต่อฝ่ายใดทั้งสิ้น

ที่ผ่านมาธุรกิจน้ำเมาของเจ้าสัวเจริญเคยถูกต่อต้านมาแล้ว ในช่วงที่มีความพยายามจะนำบริษัทผู้ผลิตเบียร์ช้าง คือ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งในขณะนั้นถูกต่อต้านอย่างหนัก จนต้องนำบริษัทไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์ หวังว่าเจ้าสัวเจริญคงไม่ลืมบทเรียนดังกล่าว และไม่ทำในสิ่งที่จะถูกต่อต้านเหมือนในอดีต 

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend