ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

สัตว์ป่า-พืชหายากบนดอยหลวงเชียงดาวเสียหาย ถูกไฟป่าเผา

608 103
สัตว์ป่า-พืชหายากบนดอยหลวงเชียงดาวเสียหาย ถูกไฟป่าเผา

เชียงใหม่-ฝุ่นควันพิษของจังหวัดเชียงใหม่วิกฤติหนักเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ค่าฝุ่นPM2.5 อยู่ในโซนสีน้ำตาลมีอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ถึงแม้ว่าจุดความร้อนจะลดอย่างต่อเนื่อง ด้านเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเชียงดาว เผยคุมสถานการณ์จุดรุนแรงดอยหลวงเชียงดาวไว้ได้ เสียหาย 400 ไร่ แต่พบจุดใหม่ปะทุที่ดอยนาง เตรียมประเมินความเสียหายที่เกิดกับสัตว์ และไฟป่า ขณะที่จิตอาสาเชียงดาว ห่วงพืชพรรณแบบกึ่งอัลไพน์แห่งเดียวของประเทศ-พืชเฉพาะถิ่นที่หลายชนิดพบเพียงแห่งเดียวในโลก ล่าสุด พบมีลิง ไก่ป่า นกยูง ถูกไฟ่ป่า คลอกตาย

เมื่อเวลา 09.00 น. เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีคุณภาพอากาศเพื่อสุขภาพชาวเชียงใหม่ ผ่านเวปwww.cmaqhi.org รายงานค่าฝุ่นPM2.5 อยู่ในโซนสีน้ำตาล คือระดับอันตราย ในหลายพื้นที่อำเภอรอบรอก โดยหนักสุดที่สถานีวัดอบต.ยั้งเมิน อำเภอสะเมิง ค่าดัชนีวัดได้ที่ 618 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนในเขตเมืองที่สถานี วัดสำนักงานอธิการบดีเชียงใหม่ อยู่ในโซนสีม่วง คือ ไม่ดีอย่างยิ่ง ค่าดัชนีวัดได้ที่ 282 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ รายงานผ่านเว็ปไซต์Air4Thai รายงานว่า ที่สถานีวัดศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ค่าPM2.5 ค่าดัชนีวัดได้ 133 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ค่าดัชนีวัดได้ 111 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพ ส่วนจุดความร้อนของ 9 จังหวัดภาคเหนือ เมื่อเวลา 03.00น. ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยจากข้อมูลดาวเทียมระบบ VIIRS ผ่านทางเว็ปไซต์ของGistda ลดลงเหลือ 793 จุด โดยพบมากที่สุดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 372 จุด, จังหวัดเชียงใหม่ 161 จุด, จังหวัดเชียงราย 112 จุด, จังหวัดลำปาง 37 จุด, จังหวัดพะเยา 29 จุด, จังหวัดตาก 22 จุด, จังหวัดน่าน 15 จุด, จังหวัดแพร่ 14 จุด และจังหวัดลำพูน 1 จุด


นายประกาศิต ระวิวรรณ หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ดอยหลวงเชียงดาวจุดที่รุนแรงบริเวณหน้าถ้ำเชียงดาว และดอยสามพี่น้อง สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการบูรณาการของทุกภาคฝ่ายที่ระดมกำลังเข้ามาช่วยกันดับไฟป่าไม่ให้ลุกลามเสียหายไปมากกว่านี้ เบื้องต้นเสียหายไม่ต่ำกว่า 400 ไร่ แต่ได้พบว่าได้เริ่มมีไฟป่าลุกลามไปจุดใหม่ ที่บริเวณดอยนาง ซึ่งในวันนี้ต้องเข้าไปเร่งดำเนินการดับไฟให้เร็วที่สุด และหลังจากนี้จะมีการประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสัตว์ป่า และพรรณพืช โดยพื้นที่ที่ไฟป่าลามเข้ามานั้น บริเวณหน้าถ้ำเชียงดาว เป็นที่อยู่อาศัยของลิง ที่คาดว่าจะมีบางส่วนอาจจะถูกไฟป่าคลอกตาย

นายธีรวัฒน์ เสื้อมา ผู้ประสานงาน ม่วนใจ๋กลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีธรรมชาติเชียงดาว กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าดอยหลวงเชียงดาว ได้เริ่มลุกลามตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมาในพื้นที่เด่นหญ้าขัดต่อเนื่องไปดอยสามพี่น้อง กิ่วลมใต้ และแผ่ลงมาทางด้านหน้าถ้ำเชียงดาว ซึ่งปีนี้จะพบว่าไฟลุกไหม้รุนแรงชัดเจน เพราะสภาพพื้นที่แห้ง และเป็นป่าไผ่ที่ลุกลามได้ง่ายและรวดเร็ว โดยจากการประเมินสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว สถานีควบคุมไฟป่าเชียงดาว อุทยานแห่งชาติศรีลานนา อุทยานแห่งชาติผาแดง และแนวร่วมจากหลายหน่วยงาน ได้ทำแนวสกัดกั้นบริเวณด้านขวาของถ้ำผาปล่อง ซึ่งตอนนี้แนวต้านของเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมไฟป่าได้เกือบทั้งหมดในช่วงค่ำที่ผ่านมา

ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามเฝ้าระวังจุดที่ไฟยังคุกรุ่นและอาจมีโอกาสปะทุขึ้นได้อีก ถ้าไม่มีจุดเกิดเหตุเพิ่ม น่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ในเร็ววันนี้ โดย ไฟป่าส่งผลกระทบในเขตพื้นที่ดอยหลวงเชียงดาวกว่า 400 ไร่ ความเสียหายต่อพืชพรรณและสัตว์ป่าจะดำเนินการสำรวจและประเมินหลังจากนี้ โดยทางกลุ่ม และชาวเชียงดาวต่างมีความห่วงใยดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งมีเป็นแหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ที่สำคัญยังมีพืชพรรณแบบกึ่งอัลไพน์แห่งเดียวของประเทศ มีพืชเฉพาะถิ่นที่หลายชนิดพบเพียงแห่งเดียวในโลก และเป็นพื้นที่ที่มีสัตว์ป่าสงวนคุ้มครองอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณดอยสามพี่น้องเป็นแหล่งอาศัยของกวาง และเลียงผา และเบื้องต้นเริ่มพบว่ามีลิง และไก่ นกยูง ถูกไฟป่าคลอกตาย....

เรื่องโดย สกาวรัตน์ ศิริมา | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend