ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ไฟไหม้เชียงดาวหนักสุดในรอบ 40 ปี

547 181

เชียงใหม่ สถานการณ์ไฟป่าดอยหลวงเชียงดาวเริ่มคลี่คลาย เจ้าหน้าที่ทหารยังคงเฝ้าระวังในพื้นที่ 24 ชม. เกรงเกิดไฟปะทุ ด้านอดีตผู้ใหญ่บ้าน ต.เชียงดาว ระบุไฟเกิดจากคนจุด เผยหนักสุดในรอบ 40 ปี แนะจังหวัดเข้มงวดหมู่บ้านไหนเกิดไฟไหม้ป่าต้องลงโทษ เผยครอบครัวได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็กต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา

จากสถานการณ์หมอกควันไฟป่าในพื้นที่บริเวณดอยหลวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ที่เกิดไฟไหม้ป่าอย่างหนักติดต่อกันมาเป็นเวลา 2 วัน ทำเกิดการบูรณาการร่วมกันทั้ง ภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่ ช่วยกันดับไฟป่าที่เกิดขึ้น โดยทางกระทรงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกองทัพภาคที่ 3 ได้ส่งอากาศยานเข้าช่วยโปรยน้ำดับไฟ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ร.อ.ชูศักดิ์ ปัญญาแก้ว หัวหน้าชุดดับไฟป่าดอยหลวง เชียงดาว กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 7 เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ดอยหลวงเริ่มคลี่คลายแล้ว ไม่มีจุดเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ดอยหลวงแต่ยังคงเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่บูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงานกว่า 150 นาย ซึ่งขณะนี้ยังมีหมอกควันอยู่ในพื้นที่อยู่

จากสถานการณ์วานนี้ (1 เม.ย.) ที่ได้เริ่มดำเนินการดับไฟทั้งจากอากาศยานและเจ้าหน้าที่เดินเท้า ทำให้สถานการณ์ วันนี้(2เม.ย.) ดีขึ้น แต่ยังส่งเจ้าหน้าที่เดินเท้าลาดตระเวนโดยรอบบริเวณพื้นที่ดอยหลวง เพื่อเป็นการเฝ้าระวังหากเกิดไฟปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ขณะนี้ได้ใช้มาตรการเข้มงวดเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.



นอกจากเจ้าหน้าที่จะบูรณาการร่วมกันในการดับไฟป่าดอยหลวงแล้ว ยังมีกลุ่มชาวบ้านที่เป็นจิตอาสา เข้ามาช่วยดับไฟด้วย โดยต่างบอกว่า ดอยหลวงไม่เคยเกิดเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน ถือว่าไฟไหม้ครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่าน คาดว่าอาจจะเกิดจากมีเชื้อเพลิงสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับปีนี้ฝนทิ้งช่วงไปนาน ทำให้เกิดการเผาไหม้ลุกลามได้อย่างรวดเร็ว เชื่อว่าหลังจากนี้สถานการณ์จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายดนัย ฮวดสำราญ อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 13 บ้านทุ่งดินแดง ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ปีนี้สถานการณ์ไฟป่ารุนแรงมากในรอบ 40 ปี ที่ย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ไม่เคยพบกับสถานการณ์ไฟป่าที่ลุกลามขนาดนี้ ทำให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กปกคลุมในพื้นที่ อ.เชียงดาว ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก หน่วยงานของภาครัฐเข้ามาฉีดพ่นน้ำและแจกหน้ากากอนามัย แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น

สำหรับสาเหตุการเกิดไฟไหม้ป่านั้น เชื่อว่าเกิดจากฝีมือคนอย่างแน่นอน เนื่องจากต้องการหาของป่าและ ล่าสัตว์ แต่จากการติดตามข่าวสารเห็นว่ามีการเผาเพื่อสร้างสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเป็นการสร้างสถานการณ์จริงหรือไม่ ที่ผ่านมาบริเวณดอยหลวง เชียงดาว มีการเฝ้าระวังไฟป่ามาอย่างต่อเนื่อง

.

ส่วนที่หลายหน่วยงานออกมาระบุว่าเกิดจากฝนทิ้งช่วงทำให้เกิดความแห้งแล้ง มีเชื่อเพลิงสะสมเป็นจำนวนมากนั้น ที่ผ่านมาทุกปีลักษณะอากาศก็เป็นเช่นนี้ แต่ไม่เคยเกิดไฟไหม้รุนแรง ประกอบกับพื้นที่อ.เชียงดาวอยู่ใกล้กับประเทศเพื่อบ้านที่มีการเผาไหม้เป็นจำนวนมาก ทำให้สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

นายดนัย กล่าวด้วยว่า "เชื่อว่าไฟที่เกิดขึ้นเกิดจากมีคนเข้าไปจุดไฟ เพราะไฟป่าตามธรรมชาติจะไม่เกิดขึ้นในลักษณะนี้ เรื่องนี้หน่วยงานภาครัฐ เริ่มตั้งแต่ในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอต้องมีความเข้มงวดในการตรวจจับผู้ที่ลักลอบเผาเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ ซึ่งแต่ละหมู่บ้านจะทราบเป็นอย่างดีว่าคนไหนมีอาชีพหาของป่า ซึ่งจังหวัดน่าจะมีมาตรการลงโทษหมู่บ้านที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้" 

จากสภาพอากาศที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็กอยู่หนาแน่นในพื้นที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของตนเองและครอบครัว มีอาการแสบตา แสบจมูก มีไข้ ต้องใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันตนเอง อยากให้ทุกคนช่วยกันงดเผาในพื้นที่ เพื่อสุขภาพที่ดีของชาวบ้านในพื้นที่...

.

.

เรื่องโดย นิศานาถ กังวาลวงศ์ | ภาพโดย นิศานาถ กังวาลวงศ์
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend