ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2562

รักโลก by วชิรวิทย์ | เหยื่อควันไฟป่า

2.6K 29

จากเศษซากของผืนป่าที่ถูกไฟไหม้เป็นบริเวณกว้าง ไม่มีใครรู้ว่าต้องใช้กำลังคนและงบประมาณเพื่อดับไฟไปอีกเท่าไหร่ มากไปกว่าการดับไฟ มีปัญหาที่ฝังราก และรอวันระเบิดอีกครั้ง การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และประกาศวันห้ามเผา ยิ่งจะทำให้สถานการณ์ ซับซ้อนมาขึ้นไปอีก ...เมื่อไฟป่ากลายเป็นไฟของความขัดแย้ง ประชาชนคนธรรมทั่วไป จะคือเหยือรายแรก ที่ต้องสังเวยชีวิต ให้กับฝุ่นพิษที่ไม่ได้เป็นคนก่อ อีกเช่นเคย

แพทย์วินิจฉัยว่าน้องม่อนภู ปอดอักเสบ หลังจากที่ค่าฝุ่น PM2.5 ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พุ่งไปแตะที่ 400 - 600 ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตรเมื่อสัปดาห์ก่อน

เลือดกำเดาไหล ไอ มึนหัว ปวดหัว เป็นไข้ คืออาการที่ทำให้คนเป็นพ่อ เป็นแม่อยู่ไม่สุข และไม่รู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อีกต่อไป

วันนี้แม้สภาพอากาศจะเริ่มดีขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ครอบครัวเดชาต้องทนอยู่กับภาวะอย่างนีมาเป็นเดือนแล้ว ทางเดียวทำได้คือใส่หน้ากากอนามัย แต่คำถามที่ยังคาใจอยู่ก็คือ ทำไมหน่วยภาครัฐจึงไม่ตื่นตัว และทำกับเหมือนกับว่า ปัญหาไม่รุนแรงน้องม่อนภู อาจเป็นตัวอย่างหนึ่งในจำนวนผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคที่เกิดจากปัญหาหมอกควัน ในจังหวัดเชียงใหม่

ข้อมูลจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ พบว่าในช่วง 10 สัปดาห์ ตั้งแต่เดือนมกราคม - มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา กลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิด มีผู้ป่วยกว่า 40,383 ราย รองลงมา คือ กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด จำนวนผู้ป่วย 29,651 ราย กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ 2,783 ราย และกลุ่มโรคตาอักเสบ 2,373 ราย

แต่จำนวนผู้ป่วยเหล่านี้ กรมควบคุมโรค ยังไม่สามารถยังไม่สามารถสรุปหาความสัมพันธ์ได้ว่าเกิดจากปัญหาหมอกควันหรือไม่

เพื่อหาคำอธิบาย ทีมข่าวของเราจึงเดินทางไปที่ศูนย์สุขภาพปอด คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่นี่เราได้พบกับ ศาสตราจารย์นายแพทย์ชายชาญ โพธิรัตน์ เขายืนยันผลวิจัยทางการแพทย์ ว่าฝุ่นละออง PM 2.5 ส่งผลให้มีอัตราผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในห้องฉุกเฉิน และ นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น

และจากการเก็บข้อมูลตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์จนถึงขณะนี้ มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 30% และคาดว่าในช่วงระยะ 3-5 เดือนของสถานการณ์ฝุ่นพิษ จะมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวเพิ่มขึ้นถึง 100% จาก โรคภาวะเฉียบพลันของโรคเส้นเลือดในสมองแตก เส้นเลือดในสมองตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจล้มเหลว ปอดอักเสบ ถุงลมโป่งพอง หอบหืดกำเริบ

นี่คือภาพโพรงจมูก ของเคสผู้ป่วยที่สูดดมฝุ่น PM2.5 เป็นเวลานาน ปรากฎเป็นจุดสีดำ และมีเลือดไหลออกมานอกจากศาสตราจารย์นายแพทย์ชายชาญ จะเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านปอดแล้ว เขายังเป็นเจ้าของงานวิจัย สาเหตุการเสียชีวิตของประชากรในจังหวัดเชียงใหม่ด้วย

โดยได้วิเคราะห์หาความเชื่อมโยงและความสัมพันธ กับค่า PM 2.5 ในช่วงปี 2016 - 2018 พบว่าค่า PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ชาวเชียงใหม่จะมีอากาศเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1.6% ใน 1 สัปดาห์

ในวันที่เราลงไปทำข่าว ค่าฝุ่นละอองเชียงใหม่อยู่ในระดับ 160 200 ไมรโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับสีแดง คือส่งผลกระทบต่อสุขภาพ มันเป็นวิกฤตสุขภาพท่ามกลางความเงียบ ไม่มีแม้แต่การแจ้งเตือนจากภาครัฐ เห็นแต่เพียงการฉีดน้ำซึ่งแทบไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ก็ทำได้เพียงปรากฎตัวกับสื่อมวลชนในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อตอบคำถามว่าไม่ได้หายไปไหนไม่มีใครรู้ว่าปัญหาหมอกควันจะจบลงเมื่อไหร่ พอๆกับที่ไม่มีใครรู้ว่าการเผาในที่โล่ง และไฟป่าจะดับลงอำเภอเชียงดาวเป็นพื้นที่ ที่หมอกควันวิกฤตที่ที่สุด สาเหตุเกิดจากการเผาเพื่อเตรียมปลูกข้าวโพดในรอบต่อไปของเกษตรกร

อำเภอนี้ปลูกข้าวโพดมากที่สุดรองจากอำเภอแม่แจ่ม และปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งจังหวัดเชียงใหม่นั้นปลูกข้าวโพดอยู่โดยทั่วไปบนพื้นที่นับล้านไร่ เวลาเผาก็มักจะเผาให้ช่วงเวลาไล่เรี่ยกัน

ชาวบ้านให้ข้อมูลว่าเริ่มหันมาปลูกพืชเชิงเดี่ยวเมื่อปี 2540 ในช่วง 10 ปีหลัง เริ่มมีปัญหาหมอกควันที่รุนแรงมากขึ้น

พ่อของเด็กชายวัย 4 ขวบที่เป็นโรคปอดอักเสบ บอกว่าการแก้ปัญหาปัญหาหมอกควันเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายรู้ถึงต้นตอของปัญหาดีอยู่แล้ว แต่ข้อท้าทายก็คือโครงสร้างของอุตสาหกรรมการเกษตรที่ต้องปรับเปลี่ยน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

ม่อนภูใส่หน้ากากอนามัยมาจะครบเดือนแล้ว และมันอาจกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเด็กคนนี้ไปอย่างถาวร

จากเศษซากของผืนป่าที่ถูกไฟไหม้เป็นบริเวณกว้าง ไม่มีใครรู้ว่าต้องใช้กำลังคนและงบประมาณเพื่อดับไฟไปอีกเท่าไหร่

มากไปกว่าการดับไฟ มีปัญหาที่ฝังราก และรอวันระเบิดอีกครั้ง

การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และประกาศวันห้ามเผา ยิ่งจะทำให้สถานการณ์ ซับซ้อนมาขึ้นไปอีก แม่ทัพภาคที่ 3 บอกกับกลุ่มนักข่าว ในไลน์ ว่าเป็นการเผาอย่างมีนัยยะ เพื่อใช้ในการโจมตีทางการเมือง

เมื่อไฟป่ากลายเป็นไฟของความขัดแย้ง ประชาชนคนธรรมทั่วไป จะคือเหยือรายแรก ที่จะต้องสังเวยชีวิต ให้กับฝุ่นพิษที่ไม่ได้เป็นคนก่อ อีกเช่นเคย

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
แชร์