ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

กองปราบ สุดเจ๋ง จับแล้วมือฆ่ายัดถัง200ลิตรฝังดิน หิ้วตัวเข้ากรุงฯ เค้นสอบคืนนี้

3.6K 20
กองปราบ สุดเจ๋ง จับแล้วมือฆ่ายัดถัง200ลิตรฝังดิน หิ้วตัวเข้ากรุงฯ เค้นสอบคืนนี้

กองปราบ สุดเจ๋ง จับแล้วมือฆ่ายัดถัง200ลิตรฝังดิน หลังหนีไปกบดานที่บ้านเกิด จ.พัทลุง ตำรวจหิ้วตัวเข้ากรุงฯ เค้นสอบคืนนี้ ความคืบหน้าคดีพบศพนายอัชฌา หรือขิก หนูปทุม อายุ 38 ปี ชาว จ.พัทลุง ถูกฆ่าโบกปูนใส่ในถังน้ำมัน ถูกฝังดินอยู่หลังร้านอาหารพหลวิวย่านเกษตรนวมินทร์

ภายหลังเมื่อคืนที่ผ่านมา น.ส.อรอุมา หนูปทุม น้องสาวของนายอัชฌา ได้เดินทางมาจากจังหวัดสงขลา เพื่อเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น


เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้เวลา 22.00 น. วันที่ 26 มี.ค.2562 น.ส.อรอุมา น้องสาวผู้เสียชีวิตได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน และทำการสอบปากคำเป็นที่เรียบร้อย วันนี้ตำรวจจึงได้เชิญตัวคนงานก่อสร้างของร้านอาหาร จุดที่ฝังศพ ที่อ้างว่าถูกนายประยูร หรือจุ๊บ แก้วพยศ ใช้ให้ช่วยยกถังน้ำมันไปฝัง มาสอบปากคำในฐานะพยาน รวมถึงพนักงานของร้านวัสดุก่อสร้างบางราย เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบสำนวน เตรียมขอศาลออกหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และซ่อนเร้นอำพรางศพ

คดีนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างตำรวจ สน.บางเขน เจ้าของพื้นที่ที่พบศพ และตำรวจกองปราบปราม ที่ทำงานด้านสืบสวน โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งสืบสวนและสอบสวนกันอยู่ตลอด ขอให้ฝ่ายผู้เสียหายมั่นใจ ในกระบวนการสอบสวนของตำรวจ

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น ที่สถาบันนิติเวช รพ.ภูมิพล นางบุญมี หนูปทุม อายุ 60 ปี แม่และพ่อผู้ตายพร้อมด้วยภรรยาและลูกพี่ลูกน้อง ได้เดินทางมายังสถาบันนิติเวช เพื่อติดต่อขอรับศพนายอัฌชา เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวบิดาไปเก็บดีเอ็นเอ. เพื่อเปรียบเทียบ กับศพผู้ตายตามขั้นตอน จากนั้นได้ยื่นเอกสารตามขั้นตอนขอรับศพ

ทางด้าน นายสม (นามสมมติ) ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้ตาย กล่าวว่า จะนำศพไปบำเพ็ญกุศที่วัดหาดหาร อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง โดยส่วนตัวแล้ว จะสนิทกับทางญาติ ผู้ตายมากกว่า แต่ผู้ตายและผู้ก่อเหตุทั้งสองคนก็เป็นญาติกัน แต่ตนก็ไม่ทราบว่า มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งในเรื่องใด เพราะผู้ตายนิสัยก็เป็นคนเงียบๆ ก็ไม่คิดว่าญาติกันเองแท้ๆต้องมาทำกันถึงขนาดนี้

ขณะที่ นายเลี่ยน หนูปทุม อายุ 65 ปี พร้อมนางบุญมี หนูปทุม พ่อและแม่ของนายอัชฌา หนูปทุม ที่ถูกฆาตกรรมใส่ถังน้ำมันโบกปูน ได้เดินทางมาดูศพลูกชายที่นิติเวชโรงพยาบาลภูมิพล ก่อนร่ำไห้เข้ากอดศพลูกชาย จากนั้นแพทย์จึงได้เก็บดีเอ็นเอ. พ่อและเเม่ของผู้เสียชีวิต เพื่อยืนยันเอกลักษณ์บุคคล

โดยนายเลี่ยน หนูปทุม บิดาของนายอัชฌา เปิดเผยภายหลังเข้าดูศพลูกชายที่แพทย์ผ่าชันสูตรว่า เบื้องต้นแพทย์ระบุว่ากระโหลกศีรษะแตกยุบ และถูกรัดคอ ซึ่งตรงกับหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ ที่สภาพศพมีสายไฟพันบริเวณรอบลำคอ โดยยอมรับว่าโกรธและรับไม่ได้ หลังทราบข้อมูลว่า คนก่อเหตุอาจจะเป็นนายประยูน ซึ่งเป็นญาติที่มาชักชวนลูกชายมาทำงานที่กรุงเทพ พร้อมเล่าย้อนกลับไปว่า ที่บ้านเอะใจตั้งแต่ติดต่อหานายอัชฌาไม่ได้ ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม แล้ว เพราะปกตินายอัชฌา จะโทรศัพท์คุยกับลูกชายวัย 18 ปี ทุกวัน ซึ่งในวันที่นายอัชฌา หายตัวไป ลูกชายของนายอัชฌาโทรศัพท์ไปหาพ่อ แต่มีเสียงผู้ชายพูดภาษากลางกลับมาว่า ใคร ก่อนจะกดวางสายไป หลังจากวันนั้นตนพยายามสอบถามไปยังนายประยูน ได้คำตอบว่าลูกชายไม่มาทำงาน2-3 วันแล้ว ตนจึงขอร้องให้นายประยูนไปแจ้งความ ประเด็นนี้เองที่ทำให้สงสัยว่านายประยูนอาจเกี่ยวข้องกับการตายของลูกชาย

โดยหลังจากรับศพนายอัชฌาแล้วก็จะไปเชิญวิญญาณลูกชายที่ลานดินหลังร้านอาหารย่านบางเขน ก่อนนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดหารเทา อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง สวดอภิธรรมเป็นเวลา 3 วัน

มีรายงานว่า ตำรวจกองปราบปรามเตรียมนำตัวนายประยูน แก้วพยศ อายุ 48 ปี นายจ้างที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่า อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายอัชฌา หรือขิก โดยควบคุมตัวได้จาก จ.พัทลุง ก่อนเตรียมนำตัว ขึ้นเครื่องบินจาก จ.นครศรีธรรมราช เดินทางมายังกรุงเทพฯ ก่อนนำตัวเข้าพบพล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินการสอบปากคำต่อไป

เรื่องโดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์