ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

ศาลเมตตาสั่งปรับจ่าประสิทธิ์ 500 บาท ฐานพกปืนเข้าศาล

2.6K 62

เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันที่ 27 มี.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยศาลอาญาได้ควบคุมตัว จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ หรือจ่าประสิทธิ์อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ สังกัดพรรคเพื่อไทย จากกรณีที่จ่าประสิทธิ์ ซึ่งเดินทางมายื่นอุทธรณ์คดีครอบครองยุทธภัณฑ์เสื้อเกราะ กรณีถูกศาลตัดสินให้จำคุกฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 เป็นเวลา 1 ปี และจำคุกฐานกระทำผิด พ.ร.บ.เครื่องยุทธภัณท์ พ.ศ.2530 เป็นเวลา 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2561ที่ผ่านมา

โดยขณะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลอาญาทำการตรวจค้นโดยต้องเดินผ่านเครื่องสเเกนกระเป๋า พบว่ามีการพกพาวัตถุคล้ายอาวุธอยู่ในกระเป๋าเป้ที่สะพายมา จึงทำการตรวจค้นพบอาวุธปืนลูกโม่ขนาด.357 บรรจุลูกกระสุนอยู่เต็มรังเพลิง จึงควบคุมตัวจ่าประสิทธิไปสอบสวนที่ห้องผู้อำนวนการศาลอาญาชั้น2 โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน เดินทางมาร่วมสอบสวนด้วย หลังจากใช้เวลาสอบสวนนานกว่า 3 ชั่วโมง


ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 809 ศาลออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีที่ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา ผู้กล่าวหา ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนจ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ หรือจ่าประสิทธิ์ ผู้ถูกกล่าวหา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ สังกัดพรรคเพื่อไทย ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล กรณีเมื่อที่ได้พกพาอาวุธปืน ขนาด .357 พร้อมเครื่องกระสุน เข้ามาในอาคารศาลอาญา

โดยฝ่ายผู้กล่าวหา มี รปภ.ศาล ผู้ตรวจพบอาวุธปืนและควบคุมตัว และนิติกรชำนาญการพิเศษ หัวหน้าส่วนบริการประชาชน ผู้รับมอบอำนาจจากผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญาขึ้นเบิกความไต่สวน เหตุการณ์ว่าได้ตรวจพบเจออาวุธปืนดังกล่าวของจ่าประสิทธิ์ระหว่างการตรวจค้นบริเวณประตูทางเข้าศาลอาญา

โดยจ่าประสิทธิ์ ที่มีทนายความ ได้ขึ้นแถลงต่อศาลอ้างว่า อาวุธปืนดังกล่าว อยู่ในกระเป๋าเป้ที่ตนสะพายมาด้วย โดยภรรยาเป็นผู้นำอาวุธปืนใส่ไว้ในกระเป๋าให้ ก่อนที่ตะเดินทางเข้า กทม.โดยที่ตนเองไม่ทราบมาก่อน ว่าเป้ดังกล่าวมีอาวุธปืนอยู่ โดยการเดินทางเข้า กทม.ในครั้งนี้

เนื่องจากได้นัดทนายความไว้ที่ศาลอาญาเพื่อที่จะมายื่นอุทธรณ์คดีที่ตกเป็นจำเลยในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. เครื่องยุทธภัณฑ์ ที่ศาลอาญาได้พิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา โดยการเดินทางนั้นตนได้ขับรถยนต์ส่วนตัวมาจอดทิ้งไว้ที่สถานีขนส่ง จ.นครราชสีมา แต่เกิดอาการง่วง จึงจอดรถไว้ที่ขนส่ง และนั่งรถ บขส.มายังกรุงเทพฯซึ่งตนเข้าใจว่าภายในกระเป๋าเป้ดังกล่าวมีเพียงเสื้อผ้า และเงิน 3 แสนบาทที่จะนำมาชำระหนี้ค่าปุ๋ย และนัดแพทย์เพื่อปลูกผมไว้ โดยระหว่างที่เดินทางเข้าศาลอาญาก็ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยยื่นกระเป๋าให้ รปภ. นำเข้าเครื่องตรวจอาวุธ เมื่อเครื่องตรวจพบว่ามีอาวุธปืน ตนรู้สึกตกใจเเละขอให้ศาลลงโทษสถานเบาเเละจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

ต่อมาศาลพิจารณาเเล้วเห็น จ่าประสิทธิ์ ผู้ถูกร้องให้การยอมรับว่าพกพาอาวุธเข้ามาในศาลจริงกรณีจึงถือว่าประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลเเต่ได้ความว่าจำเลยยินยอมให้ตรวจค้นอาวุธจึงเห็นว่าไม่มีเจตนาที่จะก่อความไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล จึงลงโทษปรับ 500 บาท โดยหลังอ่านคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธินควบคุมตัว จ่าประสิทธ์ไปดำเนินคดีข้อหาพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาติที่สน.พหลโยธินต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : (มีคลิป) จับ "จ่าประสิทธิ์" อดีต ส.ส.เพื่อไทย พกปืนเข้าศาล

เรื่องโดย ศุภชัย เพชรเทวี | ภาพโดย ศุภชัย เพชรเทวี
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend