ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2564

เลือกตั้ง62สมรภูมิ"ช้างล้ม"

3.23K 14
เลือกตั้ง62สมรภูมิช้างล้ม

มหกรรม "เลือกตั้ง62" ยังไม่สิ้นสุด การออกไปทำหน้าที่พลเมืองกาบัตรลงคะแนนเมื่อวันที่ 24 มีนาคม เป็นแค่พิธีกรรม "โหมโรง" ไม่มีอะไรตื่นตาตื่นใจ หลังปิดหีบแล้วก็ยังเรียบๆ จนกระทั่งการนับคะแนนผ่านไปราวสองสามทุ่ม บรรยากาศการเมืองจึงเริ่มออกรส !

คนดูที่เสร็จภารกิจจากคูหาเลือกตั้ง กลับมาปูเสื่อนั่งลุ้นอยู่หน้าจอทีวีที่บ้าน เริ่มส่งเสียงเซ็งแซ่เมื่อผู้เล่นที่เพิ่งไปลงคะแนนให้ออกอาการแกว่ง

เดี๋ยวนำ! เดี๋ยวตาม! พลิกไปพลิกมาอยู่อย่างนี้ทั้งคืน

แต่บางเขตเมื่อคะแนนทิ้งห่างกันมาก กองเชียร์จึงม้วนเสื่อ แยกย้ายเข้านอนไปตั้งแต่หัวค่ำก็มี

ช้างใหญ่ล้มดังอย่างที่บอก การนับคะแนนของ กกต. ซึ่งแม้ขลุกขลัก และผิดพลาดหลายอย่าง แต่เมื่อผลจากหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ถูกทยอยส่งเข้ามายัง กกต.ส่วนกลางมากขึ้นๆ จนถึง 80% การคาดหมายว่าผู้สมัครคนไหน พรรคใดจะเป็นฝ่ายชนะ หรือปราชัยในการเลือกตั้งก็เริ่มมีความชัดเจนบางทีอาจชัดและเร็วไปด้วยซ้ำที่จะบอกว่า "คุณแพ้แล้ว"

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยอมรับความปราชัยนี้ตั้งแต่เห็นคู่อริอย่างพรรคเพื่อไทย มีคะแนนนำโด่งที่ 119 เสียง ตามด้วยพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้มา 80 กว่าที่นั่ง หนำซ้ำพรรคประชาธิปัตย์ ของตัวเองยังดิ่งลึกลงไปอยู่ใต้พรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกสบประมาทว่าเป็นม้านอกสายตา แต่เมื่อถึงทางตรงกลับไต่อันดับขึ้นมาอยู่เบอร์สามได้เสียอีก

ถึงนาทีนี้ พรรคแม่พระธรณีบีบมวยผม บอบช้ำหนัก อภิสิทธิ์ตัดสินใจเปิดที่ทำการพรรค ประกาศผ่านไมโครโฟน ขอแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากหัวหน้าพรรค ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้ของบรรดาแม่ยกที่ปักหลักให้กำลังใจอย่างล้นหลามในคืนนั้นเอง

ช้างศึก กทม.สูญพันธุ์การเลือกตั้ง ส.ส.เขตกรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่า พวกเขาพบกับความปราชัยอย่างย่อยยับจากการกำหนดยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ จนขุนศึกทั้ง 30 เขต ภายใต้การนำของ "เดอะมาร์ค" ต้องสูญเสียที่มั่นให้แก่คู่ต่อสู้ที่ดาหน้าเข้ามารอบด้านจนไม่เหลือแม้แต่เขตเดียว

ตัวอย่างเช่น ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ผู้ครอบครองเขตเลือกตั้งที่ 3 บางคอแหลม ยานนาวา ปราชัยให้แก่ วรรณวรี ตะล่อมสิน จากพรรคอนาคตใหม่

เขต 6 จตุจักร พญาไท ราชเทวี คริส โปตระนันทน์ พรรคอนาคตใหม่ ก็สามารถล้มแชมป์เก่า อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ไปได้แบบสบายๆ

ขณะที่เขต 8 ลาดพร้าว วังทองหลาง กษิดิ์เดช ชุติมันต์ พรรคพลังประชารัฐ ยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้แก่ สรรเสริญ สมะลาภา อย่างหมดรูป

เขต 13 บางกะปิ และวังทองหลาง (เฉพาะแขวงพลับพลา) พรรคประชาธิปัตย์ ส่งคนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง ไอติม "พริษฐ์ วัชรสินธุ" หลานรักหัวหน้าพรรค แต่ก็พ่ายให้แก่ ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ พรรคพลังประชารัฐ

เขตเลือกตั้งที่ 19 ประเวศ และสะพานสูง ประสิทธิ์ มะหะหมัด พรรคพลังประชารัฐ แย่งชิงเก้าอี้มาจาก นาถยา เบ็ญจศิริวรรณ (นาถยา แดงบุหงา)

ส่วนเขต 26 บางบอน หนองแขม (เฉพาะแขวงหนองแขม) เจ้าของสโลแกน "ใจถึงพึ่งได้" อย่าง วัน อยู่บำรุง พรรคเพื่อไทย ใจถึงจริงล้ม สามารถ ม่วงศิริ คู่ต่อกรประจำตระกูลได้สำเร็จ

เขต 27 เขตตลิ่งชัน ทวีวัฒนา และหนองแขม ผู้สมัครหน้าใหม่จากพรรคอนาคตใหม่ จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ มาแรงแซงโค้งปาดหน้าเอาชนะ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แบบไม่เห็นฝุ่น และเขต 30 เขตบางกอกน้อยและบางพลัด รัชดา ธนาดิเรก แชมป์เก่าพลาดท่าเสียเก้าอี้ให้ จักรพันธ์ พรนิมิตร พรรคพลังประชารัฐ อย่างน่าเสียดาย

ช้างภูธรล้มระนาวศึกชนช้างสนามเลือกตั้ง 62 นอกจากสนาม กทม.แล้ว การต่อสู้ในพื้นที่ภูธรก็มีความน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน หลายจังหวัดการแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือดและมีปรากฏการณ์ "ช้างล้ม" ให้เห็นมากมาย

พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคหนึ่งที่สูญเสียช้างศึกฝีมือดีไปหลายตัว อย่างที่ จ.พิษณุโลก นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ต้องเสียที่นั่งเขต 1 ให้แก่ ปดิพัทธ์ สันติภาดา พรรคอนาคตใหม่ ด้วยคะแนนห่างกันถึงหมื่นกว่าคะแนน

จ.จันทบุรี ฐนภัทร กิตติวงศา พรรคอนาคตใหม่ เฉือนเอาชนะ ธวัชชัย อานามพงษ์ ที่ย้ายมาลงพรรคพลังประชารัฐ ไม่ถึง 1,000 คะแนน

ลงใต้ไปที่ จ.พัทลุง เขต 1 สุพัชรี ธรรมเพชร พลาดท่าให้แก่ ภูมิศิษฎ์ คงมี พรรคภูมิใจไทย เกือบหมื่นคะแนน เขต 2 นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.ตลอดกาล ถูก ฉลอง เทอดวีระพงศ์ พรรคภูมิใจไทย ยัดเยียดความปราชัยให้ด้วยคะแนนทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น

จ.ตรัง เขต1 นิพันธ์ ศิริธร พรรคพลังประชารัฐ บุกไปคว้าชัยจาก นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ถึงถิ่นนายหัวชวน หลีกภัย แบบฉิวเฉียด

จ.นครศรีธรรมราช สนามนี้มีช้างตัวใหญ่จากพรรคประชาธิปัตย์ต้องล้มไม่เป็นท่าอีกเช่นกัน เมื่อ วิทยา แก้วภราดัย ส.ส.เขต 2 หลายสมัย พลาดท่าให้แก่คนจากพรรคพลังประชารัฐ สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ขณะที่ สายัณห์ ยุติธรรม สามารถเอาชนะ สุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ เช่นกัน

จ.กระบี่ เขต 2 สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง พรรคภูมิใจไทย เอาชนะ สุชีน เอ่งฉ้วน พรรคประชาธิปัตย์ แบบไม่ห่างนัก

ส่วนที่ จ.ประจวบคีรีขนธ์ เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยังเสียดายไม่หาย ปราชัยให้แก่ พรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ พรรคเพื่อไทย แบบพลิกความคาดหมายเพียง 300 กว่าคะแนน

จ.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ 2 เขต กฤษณ์ แก้วอยู่ ล้ม อรรถพร พลบุตร พรรคประชาธิปัตย์ และ สุชาติ อุสาหะ ล้ม อภิชาต สุภาแพ่ง แบบสบายๆ

ช้างหลายพรรคล้มดังพอกันอย่างที่บอก การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งที่มีรสชาติ อะไรก็เกิดขึ้นได้ อย่างกรณีช้างล้ม อดีต ส.ส.เก่า ไม่ว่ากี่สมัยสามารถถูกผู้สมัครหน้าใหม่ล้มได้ทุกเมื่อ

แต่ที่ไม่น่าเชื่อคือ ที่ จ.นครปฐม อนุชา สะสมทรัพย์ พรรคชาติไทยพัฒนา ครองที่นั่ง ส.ส.เขต 4 มายาวนาน กลับเสียท่าให้แก่ ปฐมพงศ์ สูญจันทร์ พรรคพลังประชารัฐ แบบงงๆ

ส่วนเขต 5 เผดิมชัย สะสมทรัพย์ จากครอบครัวเดียวกัน ก็เสียศูนย์ ถูก จุมพิตา จันทรขจร พรรคอนาคตใหม่ สอยร่วงไม่เป็นท่า

จ.ฉะเชิงเทรา หลังจากพรรคไทยรักษาชาติ ถูกยุบไป กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ พรรคอนาคตใหม่ เลยส้มหล่น ได้แรงหนุนจากตระกูล "ฉายแสง" เบียดเอาชนะแชมป์เก่า บุญเลิศ ไพรินทร์ ที่ย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐไปได้แบบไม่ห่างนัก

จ.สระแก้ว ทีมงานป๋าเหนาะ เสนาะ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย ปราชัยอย่างหมดรูป เมื่อคนในตระกูลเทียนทอง ลงแข่งขันกันเอง แต่ปรากฏว่าเขต 1 ฐานิสร์ เทียนทอง พรรคพลังประชารัฐ เอาชนะ สนธิเดช เทียนทอง พรรคเพื่อไทยไปได้ และเขต 3 สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ พรรคพลังประชารัฐ คว่ำ สรวงศ์ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย

ที่ จ.เชียงราย 2 ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ สร้างความฮือฮา หักปากกาเซียน แจ้งเกิดในเขต 1 และ 6 เมื่อ เอกภพ เพียรพิเศษ สามารถคว่ำ สามารถ แก้วมีชัย แชมป์เก่าจากพรรคเพื่อไทย ขณะที่เขต 6 พีรเดช คำสมุทร ล้มช้างอย่าง อิทธิเดช แก้วหลวง พรรคเพื่อไทย ไปได้

ปิดท้ายที่ จ.ขอนแก่น เมืองหมอแคน ฐานเสียงพรรคเพื่อไทย ที่เจ้าของเดิมหวังกวาดให้ครบทั้ง 10 เขต แต่เกิดการพลิกล็อกไป 2 เขต คือ เขต 1 กับ เขต 2 ทำให้ต้องเสียเก้าอี้ไปให้ฝั่ง "พลังประชารัฐ" และ "อนาคตใหม่" ชนิดที่เรียกว่า "ล้มช้าง" โดยเขต 1 เต็งจ๋า นอนมา "เสี่ยเต๋า" จักริน พัฒน์ดำรงจิตร จากพรรคเพื่อไทย ลูกชาย "เสี่ยเล้ง" หลายต่อหลายคนยกฉายาให้เป็น "มังกรอีสาน" ครองเก้าอี้ มานาน 5 สมัย ทว่าถูกเด็กรุ่นน้องอย่าง "นันนี่" ฐิตินันท์ แสงนาค พรรคอนาคตใหม่ เล่นงานจนล้มไม่เป็นท่า

ส่วนเขต 2 อรอนงค์ สาระผล ภรรยา ภูมิ สาระผล อดีต ส.ส.ขอนแก่น หลายสมัย ถูกผู้สมัครหน้าใหม่ ในวัย 37 ปี เจ้าของทีมฟุตบอลชื่อดังเมืองขอนแก่นอย่าง วัฒนา ช่างเหลา ลูกชายเอกราช ช่างเหลา ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ภาคอีสาน ล้มอย่างเหนือความคาดหมาย


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์