ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

รังสิตโพล ชี้ "บิ๊กตู่"ลอยลำนั่งนายกฯ-พท.ฝ่ายค้าน

13.6K 175
รังสิตโพล ชี้ บิ๊กตู่ลอยลำนั่งนายกฯ-พท.ฝ่ายค้าน

รังสิตโพล วิเคราะห์ บิ๊กตู่ ลอยลำนั่งนายกฯ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ กวาด สส.เขตได้มาก แต่จะไม่ได้ สส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว เพื่อไทยจะต้องเป็นฝ่ายค้าน อนาคตใหม่ได้สส.บัญชีรายชื่อมากสุด25ที่นั่ง รองลงมาพรรคเสรีพิสุทธ์ เสรีรวมไทย 22 ที่นั่ง

รศ.ดร.สังสิต พิริยะรังสรรค์ คณะดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลังรังสิต เปิดเผย ผลสำรวจและวิเคราะห์ ผลสำรวจรังสิตโพล ทั้งหมด 6 ครั้ง ตั้งแต่วันที่1 พค.-5มี.ค. 2562โดยการทำโพลตามหลักวิชาการ ตามโครงสร้างประชาชากร จำแนกรายภาค ตามเพศ อายุ อาชีพ ของสำนักงานสถิติเเห่งชาติ สำรวจ 8000 ตัวอย่าง ซึ่งความน่าเชื่อถือแม่นยำ 83 % โอกาสคลาดเคลื่อน 7% ทำโพล 350 เขตทั่วประเทศ


โดยรังสิตโพลแตกต่างจากโพลอื่นๆ เพราะจำแนกความความนิยมของแต่ละพรรคด้วย เป็นโพลเดียวที่คะแนนรวมแต่ละพรรค หรือ คะแนนป็อบปูลาโหวต ว่าจำนวนกี่คน ผลสำรวจคะแนนนิยมบุคคลที่จะเป็นนายกฯ สูงที่สุด  คือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา   29.34 % ตามด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ 14.63 % นาย อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ 17.67 % สำรวจ 6 ครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ อันดับ1นำตลอด  ตามมาด้วยคุณหญิง สุดารัตน์ แต่นายอภิสิทธิ์ กลับมานำในช่วง 2เดือนหลังก่อน 5 มีนาคม ที่น่าสนใจอีกคือ นาย อนุทิน ชาญวีรกุล กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ ที่กลับมานำนายธนาธร แต่ในทางสถิติถือว่าะแนนความนิยมเท่ากัน 

สำหรับคะแนนความนิยมของพรรคการเมือง ที่จะกวาด สส. แบบเขต 350 เขต พรรคเพื่อไทยจะเป็นอันดับ1 คะแนนรวม 5.871 ล้านเสียง ได้ สส.เขต 128 ที่นั่ง ตามด้วยพลังประชารัฐ 7.8 76 ล้านเสียง 100 ที่นั่ง  ประชาธิปัตย์ 6.638 ล้านเสียง 86 ที่นั่ง ภูมิใจไทย 3.3 ล้านเสียง 38 ที่นั่ง อนาคตใหม่ 2.9 ล้านเสียง 30 ที่นั่ง เสรีรวมไทย 2.5 ล้านเสียง 25 ที่นั่ง รวมพลังประชาติไทย 2.4 ล้าน เสียง 25 ที่นั่ง

การสำรวจหลัง 5 มีนาคม ถึง 24 มีนาคม สส.เขต 320 เขต มียังมีความไม่แน่นอนทางการเมืองสูงมาก ยังบอกไม่ได้ว่าใครแพ้ชนะ บอกได้เพียงใครนำ โดยคนที่มีนิยมเป็นอันดับ 1 ใน320 เขต มีโอกาสพลิกผลันสูง ที่ชนะกันไม่เกิน 3300 มีเพียงผลสำรวจที่นำทิ้งห่างเกิน 15,000 คะแนน คือ ชนะแน่ๆ ไม่เกิน 20 เขต จาก 350 เขต 

จากการสำรวจคะแนนรวมแต่ละพรรค พลังประชารัฐ มีโอกาสที่จะได้จัดตั้งรัฐบาล และ มีโอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก เพื่อไทย และ ประชาธิปัตย์ แม้ไ้ด้ สส.เขตมาก แต่โอกาสที่จะไม่ได้ สส.บัญชีรายชื่อ แม้แต่คนเดียว เนื่องจากจะต้องทำคะแนนให้ได้ 77,000 คะแนน ต่อ สส.บัญชีรายชือหนึ่งคน 

สิ่งที่พรรค พท. และ ปชป. ไม่ได้คาดคิดไว้ คือ วิธีการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อตามกฎหมายปัจจุบัน ที่ พท.ได้คะแนนรวม 5.87 ล้านเสียง หากคิดคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อต่อคนที่ 77,000 คะแนน พท.จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 76 คน แต่เนื่องจาก ส.ส.เขตของ พท.ที่คาดว่าจะได้ในขณะนี้คือ 128 เขต ดังนั้น พท.จึงจะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเลยแม้แต่คนเดียวสถานการณ์ของ ปชป. ใกล้เคียง พท. เพราะผลโพลล์ล่าสุด ปชป.ได้คะแนนรวมทั่วประเทศ 6.64 ล้านเสียง หากคิดคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อต่อคนที่ 77,000 คะแนน ปชป.ควรจะมี ส.ส.ได้จำนวน 86 คน แต่ในขณะนี้ ปชป.ได้ ส.ส.เขตแล้ว 86 คน ดังนั้น หากไม่มีสถานการณ์ใดที่เปลี่ยนแปลงไปจากในขณะนี้ ปชป. มีความเสี่ยงสูงที่จะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียวเช่นเดียวกันสถานการณ์ของ พท. และ ปชป.

ในขณะนี้คล้ายคลึงกัน เพราะถ้าหากรณรงค์หา ส.ส.เขตมากขึ้นเท่าใด โอกาสที่จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคก็จะยิ่งลดน้อยลงตามไปด้วยเหตุผลที่พลังประชารัฐจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเนื่องจาก 10 วันสุดท้าย ผู้สมัครพลังประชารัฐ มีโอกาสที่ จะมีความได้เปรียบกว่าทุกพรรค รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นหลังเลือกตั้ง จะมีเสียง แกนนำรัฐบาลคือพลังประชารัฐ เป็นรัฐบาลผสม 280-300 เสียง ส่วนเพื่อไทยและพันธมิตร จะได้เป็นฝ่ายค้าน 180-190 เสียง พรรคขนาดกลางจะได้ประโยชน์ อนาคตใหม่ ได้สส.รายชื่อมากที่สุด 25ที่นั่ง ในการคำนวนสส.บัญชีรายชื่อ เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้วางกรอบไว้ เป็นการลงโทษ การเมิองขนาดใหญ่

เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ รัฐบาลจะมีเสถียรภาพพอประมาณ ส่วนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจจะดีขึ้น นักลงทุนมีความเชื่อมั่น ทางการเมืองมากขึ้น ประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้

 ปัจจัยที่มีผลต่อคะแนนเสียง  ตั้งแต่ 5มีนาคม ถึง 23 มีนาคม เพราะหลังจากท่าที ของนายอภิสิทธ์  ที่เเสดงจุดยืน เป็นทางเลือก ไม่เอาเพื่อไทย ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แต่เอาพรรคพลังประชารัฐ ทำให้ในภาคอีสานคะแนนดีขึ้น แต่ในพื้นที่ภาคใต้ กทม.คะแนนลดลง หันไปเลือกพลังประชารัฐม และ พรรคของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แทน เช่นเดียวกับ นายธนาธร ที่จะรื้อคดี นายทักษิณ ชินวัตร จะทำให้คนนิยมเสื้อสี จะหันมาหนุนนายธนาธรเพิ่มมากขึ้น ส่วนคนที่หนุนคนชั้นกลาง ก็เปลี่ยนใจ เพราะกังวลว่าจะเกิดการเผชิญหน้าครั้งใหม่  จะหันไปเลือกพลังประชารัฐแทน

 ส่วนการปรับท่าที  ปรับบุคลิก นิ่มนวล ของพลเอกประยุทธ์ ทำให้คะแนนเชิงบวกดีขึ้น ประเมินว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ จะมีคนมจะออกไปเลือกตั้งเกิน 80 % อยู่ที่ 75-80 % จากประชากรกว่า51ล้านคน มีคนไปใช้สิทธิ์ 38-41 ล้านคน หลังการเลือกกตั้ง จะใช้เวลา ภายใน 1~3 ชม.ก็จะรู้ผลอนาคตการเมืองไทย ว่าใครเป็นรัฐบาล  ใครเป็นฝ่ายค้าน

เรื่องโดย อิทธิพัทธ์ ปิ่นระโรจน์ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend