ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

ดร.กิตติธัช แนะ หยุดความเข้าใจผิด! 250 ส.ว.ไม่ได้ช่วยให้ตั้งรัฐบาลได้

18.0K 435
ดร.กิตติธัช แนะ หยุดความเข้าใจผิด! 250 ส.ว.ไม่ได้ช่วยให้ตั้งรัฐบาลได้

อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเลือกตั้ง 24 มีนาคมนี้แล้ว ล่าสุด ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้านปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith โดยระบุว่า

[หยุดความเข้าใจผิดเรื่อง 250 ส.ว.]

ว่าช่วยตั้ง #รัฐบาลเสียงข้างน้อย ได้

เพราะมันเป็นไปไม่ได้ในเชิงปฏิบัติ

(และกฎหมายก็ไม่ได้ถูกออกแบบมา

เพื่อให้ทำเช่นนั้นได้ตั้งแต่แรกแล้ว)

----------------------

250 ส.ว.ไม่ได้ช่วยให้ตั้งรัฐบาลได้

----------------------


- ในทางปฏิบัตินั้น ต่อให้ ส.ว. ช่วยเลือกนายกฯ จาก "เสียงข้างน้อย" มาเป็นนายกฯ ได้ รัฐบาลนั้นก็อยู่ไม่ได้ เพราะเมื่อเปิดสภาและมี #การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส. ทั้งหมดจำนวน 500 คน)

- ถ้านายกฯ ไม่ได้เสียงข้างมากจาก ส.ส. จำนวน 250 เสียงขึ้นไป เท่ากับว่านายกฯ หรือคณะรัฐมนตรีจะถูกถอดออกจากตำแหน่ง และส่งผลให้รัฐบาลชุดนั้นสิ้นสุดลงทันที

- ดังนั้นต่อให้ [นายกฯ เสียงข้างน้อย] จะได้รับคะแนนเสียงโหวตจาก ส.ว. ให้เป็นนายกฯ ได้ แต่ก็ไม่อาจบริหารราชการแผ่นดินได้

- เพราะนอกจากจะไม่ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาฯ แล้ว รัฐบาลจะไม่สามารถออกกฎหมายใดๆ เพื่อนำมาใช้ในการบริหารงานได้เช่นกันเลย หากพวกเขาไม่มีเสียงข้างมากจาก ส.ส.

ส.ว.จึงไม่อาจช่วยให้ตั้งรัฐบาลได้

----------------------

แล้วให้ ส.ว.มีสิทธิโหวตเลือกนายกฯ ทำไม?

----------------------

ถ้าสรุปใจความสำคัญแบบสั้นๆ ก็คือ

- เพื่อให้เป็น #เครื่องมือปลดล็อคความขัดแย้ง ที่อาจเกิดขึ้นได้ในสภาฯ และไม่อาจหาข้อตกลงได้ จนเสียงส่วนใหญ่ในสภาฯ ต้องเสนอชื่อนายกฯ คนนอก ซึ่งเป็นคนกลางที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้

แต่ถ้าตอบแบบครบถ้วนใจความ ก็คือ

- ต้องย้อนกลับไปดูวิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงความพยายามตีความมาตรา 7 ใน รธน.ปี 2540 เพื่อนำไปสู้การเสนอนายกฯ คนนอก หรือ นายกฯพระราชทาน

----------------------

การตีความมาตรา 7 ใน รธน. ปี 2540

----------------------

- มาตรา 7 ใน รธน. 2540 ระบุถ้าหากเกิดปัญหาที่ไม่มีระบุไว้ใน รธน.ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(เพื่อให้อุดช่องโหว่ของกฎหมาย ที่อาจเกิดขึ้นได้ในวันใดวันหนึ่ง ซึ่งมันมีเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ว่ากฎหมายของประเทศใดก็ตาม)

- โดยที่มาตรานี้ กินใจความกว้างมาก แต่เมื่อ 10 กว่าปีก่อนหน้านี้มาตรานี้ถูกนำมาใช้ตีความในเชิงหาทางออกประเทศให้ก้าวข้ามความขัดแย้งระหว่างขั้วการเมือง ด้วยการขอ

#นายกฯพระราชทาน (นายกฯ คนกลาง)

เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงระหว่างประชาชนจนบาดเจ็บล้มตาย หรือเป็นเหตุให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปไม่ได้

................................

- โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เสนอแนวคิดนี้ ในการกล่าวปราศรัยที่สนามหลวง เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2549 ใจความว่า...

"ขอพูดกับคุณทักษิณว่า ขอให้นำคณะรัฐมนตรีกราบบังคมทูลขอพึ่งพระบารมี ขอนายกฯ และรัฐบาลชุดใหม่ โดยไม่เกี่ยวกับข้อเสนอของผู้ชุมนุมและไม่เกี่ยวกับกรณี กฟผ. โดยจะให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการ เพื่อให้เข้าตามเงื่อนไขมาตรา 7 เพื่อพิจารณาให้มีนายกฯ และรัฐบาลชุดใหม่มาจากการพระราชทาน เพื่อทำหน้าที่ฟื้นเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ไขให้รัฐธรรมนูญเดินต่อไปได้"

https://www.isranews.org/isranews-scoop/25640-article7.html

- แต่ครั้งนั้น ในหลวง ร.9 ท่านทรงปฏิเสธที่จะพระราชทานนายกฯ คนนอกโดยอ้างมาตรานี้

https://www.youtube.com/watch?v=j7sv-xEXQDA

(ในช่วงนั้นคนเสื้อแดงเรียกเชิงเสียดสี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. ว่า "มาร์ค ม.7")

----------------------

มาตรา 272 เครื่องมือปลดล็อคความขัดแย้ง

----------------------

- เมื่อมาถึง รธน.ปี 2560 มาตราดังกล่าวถูกโยกมาอยู่ในมาตรา 5 แต่เพื่อไม่ให้เกิดการตีความในวงกว้างและถูกนำมาใช้แก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง

- รธน.ปี 2560 จึงออกแบบบทเฉพาะกาลไว้ในมาตรา 272 ว่า ถ้าเกิดมีความไม่ลงรอยในสภาผู้แทนราษฎร และแคนดิเดตนายกฯ ที่พรรคการเมืองเสนอมานั้น ไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาฯ และไม่อาจหาข้อยุติได้

กฎหมายเปิดทางแก้ตามขั้นตอนดังนี้...

1. สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งสองสภา คือ ส.ส.และ ส.ว.รวมกันให้ได้ 376 เสียง สามารถ [ยื่นมติ] ให้มีการโหวตตัดสินว่าจะเสนอชื่อนายกฯ คนนอกที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อแคดิเดตของพรรคการเมืองต่างๆ หรือไม่

2. ขั้นตอนต่อมาคือ มติดังกล่าวต้องได้รับคะแนนเสียงมากกว่า 2 ใน 3 ของรัฐสภา (รวม ส.ส.และ ส.ว.) หรือ 501 เสียง ซึ่งแปลว่าต่อให้ได้ 250 เสียงจาก ส.ว. ก็จำเป็นต้องมี 251 เสียงจาก ส.ส.เช่นกัน ถึงจะผ่านมตินี้และมีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ คนนอกได้

3. ขั้นตอนสุดท้ายเมื่อเสนอชื่อนายกฯ คนนอกมาแล้ว ก็ต้องให้ทั้งสองสภาฯ โหวตเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง ถึงจะได้ข้อสรุปว่าใครจะเป็นนายกฯ

----------------------

นายกฯ ต้องมีเสียงข้างมากจาก ส.ส. เท่านั้น

----------------------

- สุดท้ายแล้ว ถ้านายกฯ ไม่ว่าจะ "คนใน" หรือ "คนนอก" รวมถึงคณะรัฐมนตรีที่จะจัดตั้งนั้น ไม่มี [เสียงข้างมาก] จาก ส.ส. 251 เสียงขึ้นไปคอยสนับสนุน ก็ย่อมโดนโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจตั้งแต่เปิดสภาฯ และไม่อาจผ่านกฎหมายใดๆ ได้สักฉบับ

- ดังนั้นการตั้งนายกฯ โดยมีแต่เสียงข้างน้อย (ใช้คะแนนส.ว.ช่วยเลือกมานั้น) จึงทำไม่ได้ในเชิงปฏิบัติ ด้วยประการทั้งปวง!!!

----------------------

บทเสริม: เจตนารมณ์ของ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ----------------------

- ที่มาของการให้ ส.ว.มีสิทธิเลือกนายกฯ ได้ในช่วง 5 ปีแรกนั้น มาจาก #คำถามพ่วง ในการทำประชามติรับ รธน.ปี 2560 ว่า...

- เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านและการปฏิรูประเทศมีความราบรื่น ไม่มีความขัดแย้งหรือติดขัดในเชิงการเมืองนั้น ประชาชนจะให้ ส.ว. มีสิทธิโหวตเลือกนายกฯ (ไม่ว่าในรายชื่อหรือคนนอกก็ตาม) ได้หรือไม่ ?

ซึ่งผลประชามติรับ รธน.ปี 2560 อยู่ที่

- 15.56 ล้านเสียง เห็นชอบ (61%)

- 9.78 ล้านเสียง ไม่เห็นชอบ (39%)

ส่วนผลคำถามพ่วงเรื่อง ส.ว.ร่วมโหวตนายกฯ

- 13.96 ล้านเสียง เห็นชอบ (58%)

- 10.07 ล้านเสียง ไม่เห็นชอบ (42%)

..........................

สาเหตุที่ต้องเสนอคำถามพ่วงเช่นนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อให้เกิดความราบลื่นในช่วงการปฏิรูปประเทศ เผื่อกรณีว่านักการเมืองฝ่ายต่างๆ ตีกันจนเละเทะ จนประเทศไปต่อไม่ได้

- ครั้นกว่าจะมารอเปิดสภาฯ และรอให้มีเสียงครึ่งหนึ่งจากสองสภาฯ เพื่อตั้งมติหานายกฯ คนนอก แล้วรอโหวตให้ได้ 500 เสียงจากสองสภารวมกัน ก็อาจจะทำให้การทำงานไม่ราบลื่น

- ผู้ร่าง รธน. จึงเปิดช่องให้มีการเสนอชื่อนายกฯ คนนอกที่ได้รับการโหวตจากทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ได้ในช่วง 5 ปีแรกนี้ และหลังจาก 5 ปีนี้ก็ใช้มาตรา 272 ตามปกติ

----------------------

สรุป

----------------------

*** สุดท้ายนี้...ยังไงนายกฯ ก็ต้องได้เสียง ส.ส.มากกว่าครึ่งหนึ่ง ถึงจะตั้งรัฐบาลและบริหารประเทศได้ครับ

ดังนั้นเลิกคิดได้เลยว่า จะมีนายกฯ เสียงข้างน้อยที่อาศัย ส.ว. 250 เสียง ช่วยให้ตั้งรัฐบาลและบริหารประเทศได้ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ในเชิงปฏิบัติด้วยประการทั้งปวง!!!

และผู้ร่างกฎหมาย ก็ไม่ได้จะให้ใช้คะแนนเสียง ส.ว. มาช่วยให้เกิดนายกฯ เสียงข้างน้อยเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

*** รัฐบาลจะตั้งได้และกฎหมายต่างๆ จะผ่านสภาฯ ได้ต้องได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส. 251 เสียงขึ้นไป) เท่านั้น!!!

*** ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองพรรคต่างๆ ก็รู้ในหลักการข้อนี้ดี แต่เพราะพวกเขาอาศัย ความไม่เข้าใจระบบประชาธิปไตยและระบบรัฐสภาฯ ของคนไทยจำนวนมาก

จึงนำประเด็นนี้มาโจมตีอยู่ตลอดเวลา

(ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องน่าตลกปนเศร้า เพราะเราอยากเลือกตั้งกันจนตัวสั่น แต่เรายังไม่รู้เลยว่าระบบรัฐสภาและรัฐบาลทำงานอย่างไร)

.

.

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend