ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

"สุขุม" ฟันธง "บิ๊กตู่" เป็นนายกฯ อีกแน่ รธน.ออกแบบไว้แล้ว

13.6K 164
สุขุม ฟันธง บิ๊กตู่ เป็นนายกฯ อีกแน่ รธน.ออกแบบไว้แล้ว

12 มี.ค.62 - "สุขุม" ฟันธง "บิ๊กตู่ " เป็นนายกฯ อีกแน่ รัฐธรรมนูญออกแบบไว้แล้ว แม้ "มาร์ค" และกรรมการบริหารประชาธิปัตย์แถลงไม่สนับสนุน ก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลง

รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง กล่าวถึงกรณีที่ีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และกรรมการบริหารพรรค ออกมาแถลงไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้ง ว่า มองได้ว่า นายอภิสิทธิ์ ต้องการเป็นนายกฯ เอง พรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องการเป็นตัวสมทบหรือเป็นตัวแปร แต่ต้องการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล การที่นายอภิสิทธิ์ ออกมาแถลงอย่างนี้ เขาก็หวังว่าจะได้คะแนนเพิ่มขึ้น อย่างน้อยก็ได้เสียงจากพวกขาประชาธิปไตยเก่าที่เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ต่อต้านเผด็จการ หรือได้คะแนนเสียงจากคนที่จะลงคะแนนให้พรรคไทยรักษาชาติแต่ถูกยุบเพราะไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนกัน


แต่ถึงอย่างไรการที่พรรคประชาธิปัตย์ จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เป็นไปได้ยาก เพราะมีการวางกฎเกณฑ์ไว้แล้ว มันฝืนยาก เพราะรัฐธรรมนูญออกแบบมาแล้ว เขาร่วมกันคิด วางแผนตั้งแต่แรก โดยเขียนรัฐธรรมนูญให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้เป็น ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว กำหนดให้มี ส.ว.250 เสียง สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ไม่ปล่อยให้คนอื่นเป็นนายกฯ แน่นอน เพราะถ้าไม่ใช่พรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคการเมืองอื่นหากต้องการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ต้องไปหาเสียงในสภาผู้แทนราษฎรสนับสนุนให้ได้ถึง 376 เสียง จึงจะได้เป็น ซึ่งหาไม่ได้อยู่แล้วเว้นแต่ปาฏิหาริย์ เพราะคะแนนการเลือกตั้งระบบจัดสรรปันส่วนผสม ไม่มีพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่ได้คะแนนเสียงจำนวนมาก แต่ขณะที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรเพียง 126 เสียง ก็ได้เป็นแกนนำรัฐบาลแล้ว

"แม้ว่าการแถลงของคุณอภิสิทธิ์ จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ยากขึ้น แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้เป็นนายกฯ อยู่ดี โดยเป็นไปตามกระบวนการ คือ เป็นนายกฯ ก่อนแล้วค่อยหาพวกสนับสนุนทีหลัง เพราะเมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้วอำนาจต่อรองจะสูงขึ้น คือ ตอนแรก พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรเพียง 126 เสียงก็พอ จากนั้นเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ค่อยหาเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆ ในสภาซึ่งตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็เข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐในการจัดตั้งรัฐบาลอยู่แล้วแต่ไม่มีนายอภิสิทธิ์และกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบัน แล้วก็มีพรรคการเมืองอื่นมาสมทบ" นายสุขุม กล่าว

ด้านนายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ว่า เป็นเพราะกระแสประชาธิปไตยมาแรง วาทกรรมไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จึงเกิดขึ้น อีกทั้งคะแนนเสียงจากโพลต่างๆ พรรคประชาธิปัตย์ได้จำนวนที่นั่งลดลง พรรคประชาธิปัตย์ จึงต้องปรับตัวซึ่งเป็นยุทธศาสตร์การเมืองปกติ

"แต่กติกาให้อยู่แล้วสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ และคน คสช. เป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้ง เพราะว่าหาเสียงอีก 126 เสียง ในสภาผู้แทนฯ เพื่อจะเป็น 376 เสียง ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ มันไม่ยาก แต่ถ้าในสภาผู้แทนฯ มีเสียงสนับสนุนไม่ถึง 275-280 เสียง รัฐบาลประยุทธ์ก็อยู่ไม่ได้ ที่ต้องถึง 275-280 เสียง ไม่ใช่แค่ 251 เสียง ก็ต้องเผื่อไว้ไม่ให้โดนหักหลังเวลาโหวตเสียงในสภา และการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะหาเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนฯ ให้ได้ถึง 275-280 เสียง มันยาก ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ คงได้เป็นนายกฯ สักประมาณ 3 เดือน พอแถลงนโยบายรัฐบาลไม่ผ่านสภาผู้แทนฯ นายกฯ ก็ต้องลาออกหรือยุบสภา แต่สำหรับบ้านเรา มักใช้วิธียุบสภา แล้วเลือกตั้งกันใหม่" นายอัษฎางค์ กล่าว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์