ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2563.

อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ตอบ "ธนาธร" ปม "ทักษิณ"

125.8K 2.7K
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ตอบ ธนาธร ปม ทักษิณ

"ชูชาติ ศรีแสง" อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊ก "Chuchart Srisaeng" กล่าวถึงกรณีที่ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง กล่าวถึงนายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาพิพากษาลงโทษจำคุก และมีคดีที่กำลังพิจารณาอยู่อีกหลายคดี โดยลงท้ายว่า "ถ้านายธนาธรถูกดำเนินคดีก็อย่าโวยวายและกล่าวหาว่าถูกเผด็จการกลั่นแกล้งเลย"

โดยข้อความ ระบุว่า

.....นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง กล่าวถึงนายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาพิพากษาลงโทษจำคุก และมีคดีที่กำลังพิจารณาอยู่อีกหลายคดีว่า

.....คดีอาญาที่ฟ้องนายทักษิณทำขึ้นในรัฐบาลทหาร จึงขอเสนอว่าต้องคืนความยุติธรรมให้เขา เอาทักษิณกลับมา นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รื้อคดีต่างๆ พิจารณาคดีต่างๆใหม่และผู้พิพากษาต้องเป็นกลาง ที่ผ่านมากระบวนการยุติธรรมถูกใช้เป็นอาวุธเพื่อกำจัดนายทักษิณ ๆ มีสิทธิที่จะต่อสู้คดีภายใต้กระบวนการและศาลที่เป็นธรรม


.....การที่นายธนาธรกล่าวว่า ที่ผ่านมากระบวนการยุติธรรมถูกใช้เป็นอาวุธเพื่อกำจัดนายทักษิณ จึงต้องรื้อคดีต่างๆ ใหม่ขึ้นมาให้นายทักษิณต่อสู้คดีในศาลที่เป็นธรรมและผู้พิพากษาต้องเป็นกลาง

.....ย่อมหมายความว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่มีความเป็นธรรมและองค์พิพากษา 9 ท่าน ที่พิจารณาพิพากษาคดีที่นายทักษิณถูกฟ้องเป็นจำเลย ไม่เป็นกลางเพราะถูกใช้เป็นอาวุธเพื่อกำจัดนายทักษิณ

.....นายธนาธรต้องพูดให้ชัดเจนโดยมีพยานหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่า องค์คณะผู้พิพากษา 9 ท่าน ที่พิจารณาและพิพากษาคดีที่นายทักษิณถูกฟ้องเป็นจำเลยแต่ละคดีมีพฤติการณ์ที่ไม่เป็น กลางอย่างไรและคำพิพากษาในคดีนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่ยุติธรรมอย่างไร มีเหตุผลและหลักฐานอะไรมาอ้างอิง

.....ไม่ใช่พูดลอยๆ โดยไม่มีข้อเท็จจริงอะไร เพียงเป็นการพูดเพื่อเอาใจบุคคลบางคนบางกลุ่มและอาจเพื่อหวังผลในทาง การเมืองเท่านั้น

.....คดีที่ดินรัชดาที่นายทักษิณกับภริยาถูกฟ้องเป็นจำเลย ศาลพิจารณาพิพากษาคดีในสมัยรัฐบาลพรรคพลังประชาชนของนายทักษิณเป็นรัฐบาล ทนายความนำเงินจำนวน 2 ล้านบาท ไปให้เจ้าหน้าที่ศาล แต่เจ้าหน้าที่ศาลไม่รับ และทนายความของนายทักษิณถูกลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลให้จำคุก 6 เดือน คดีนั้นศาลพิพากษาลงโทษจำคุกนายทักษิณแต่ให้ยกฟ้องภริยานายทักษิณ

.....คดียุบพรรคไทยรักไทยและพรรคประชาธิปัตย์ นายตำรวจยศพันตำรวจเอกไปวิ่งเต้นตุลาการรัฐธรรมนูญเสนอให้เงิน 20 ล้านบาท เพื่อให้ช่วยพรรคไทยรักไทย แต่ได้รับการปฏิเสธ และนายตำรวจคนนั้นถูกดำเนินคดีจนถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี

.....นี่คือคดีที่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีการวิ่งเต้นให้สินบนเจ้าหน้าที่ศาลและผู้พิพากษา ส่วนที่มีข่าวว่าคดีอื่นๆ ก็มีการวิ่งเต้นให้สินบนผู้พิพากษาเช่นเดียวกัน แต่เมื่อไม่มีพยานหลักฐานมายืนยันจึงไม่ขอกล่าวถึง

.....องค์คณะผู้พิพากษาในคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจำนวน 9 ท่าน ที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาซึ่งประกอบด้วยผู้พากษาที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ผู้พิพากษาศาลฎีกาขึ้นไปและผู้พิพากษาอาวุโสที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ศาลฎีกาจำนวนกว่า 100 ท่าน เป็นผู้เลือกโดยการลงคะแนนลับ

.....นายธนาธรคิดหรือว่า จะมีบุคคลหนึ่งบุคคลใดสามารถสั่งผู้พิพากษาระดับสูงสุดของศาลยุติธรรมที่เข้าประชุมใหญ่จำนวน 100 ท่านเศษให้เลือกผู้พิพากษาท่านหนึ่งท่านใดเป็นองค์คณะในคดีหนึ่งคดีใดได้ และเมื่อได้องค์คณะ 9 ท่านแล้วคิดหรือว่า จะสั่งให้องค์คณะผู้พิพากษากระทำอย่างหนึ่งอย่างใดได้ เหมือนที่นายธนาธรสั่งพนักงานในบริษัทหรือในพรรคอนาคตใหม่

.....องค์คณะผู้พิพากษา 9 ท่าน แม้จะไม่มีทรัพย์สินมากมาย เหมือนนายธนาธร แต่ก็มีเกียรติและศักดิ์ศรีพอที่จะไม่รับเงินสิน บนจากใครหรือฟังคำสั่งจากผู้ใด เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเบี่ยงเบนไปจากพยานหลักฐานในสำนวนและปราศจากความยุติธรรม

.....ถ้าสามารถวิ่งเต้นองค์คณะผู้พากษาได้ พรรคไทยรักไทยคงไม่ถูกยุบ นายทักษิณกับทนายของนายทักษิณก็คงไม่ถูกลงโทษจำคุก และนายทักษิณคงไม่ถูกริบทรัพย์เป็นเงิน 46,000 ล้านบาทเศษ

.....นายธนาธรกล่าวว่าการที่นายทักษิณถูกลงโทษเป็นการไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะผู้พิพากษาไม่เป็นกลาง

.....ดังนั้นถ้าองค์คณะผู้พิพากษายอมรับเงินสินบนแล้วพิพากษายกฟ้องไม่ลงโทษนายทักษิณและไม่ริบทรัพย์ของนายทักษิณ นายธนาธรก็คงกล่าวว่านายทักษิณก็ได้รับความเป็นธรรมและองค์คณะผู้พิพากษาเป็นกลางแล้วใช่ไหม

....คำกล่าวของนายธนาธรที่ว่า ศาลไม่มีความเป็นธรรมและองค์คณะผู้พิพากษาที่พิจารณาพิพากษาคดีที่นายทักษิณถูกฟ้องเป็นจำเลย ไม่เป็นกลางเพราะถูกใช้เป็นอาวุธเพื่อกำจัดนายทักษิณนั้น

.....เป็นการกล่าวหาและดูหมิ่นองค์คณะผู้พิพากษาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่พิจารณาคดีที่นายทักษิณถูกฟ้องอย่างร้ายแรงที่สุด

.....และเข้าข่ายมีความผิดฐานดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

.....นายทักษิณถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประมาณ 6 คดี เมื่อนายธนาธรกล่าวหาและดูหมิ่นองค์คณะผู้พิพากษาทุกคดีก็ย่อมเป็นการ กระทำความผิดหลายกรรมต่างกันรวม 6 กระทง

.....ถ้านายธนาธรถูกดำเนินคดีก็อย่าโวยวายและกล่าวหาว่าถูกเผด็จการกลั่นแกล้งเลย เพราะนายธนาธรเป็นผู้พูดด้วยตนเอง

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์