ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2563.

เปิดใจ "ครูพละ" ถูกรุมทำร้ายสอบ GAT-PAT เป็นเหตุเลวร้ายที่สุด

5.5K 2.3K
เปิดใจ ครูพละ ถูกรุมทำร้ายสอบ GAT-PAT เป็นเหตุเลวร้ายที่สุด

ครูพละเปิดใจ "เป็นเรื่องเลวร้ายที่สุด" หลังถูกรุมร้ายขณะคุมสอบ จากกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 20 คน ที่มาร่วมงานบวช บุกเข้าไปในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ เผยเรื่องของการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุนั้น ก็คงต้องให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

จากเหตุการณ์ที่กลุ่มวัยรุ่นงานบวช เข้าไปทำร้ายร่างกายคุณครู กับเด็กนักเรียน และลวนลามนักเรียนหญิงที่กำลังสอบ เมื่อวานนี้ (24 ก.พ.62) ที่โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ กรุงเทพฯ ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวและภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีผู้บาดเจ็บหลายคนนั้น

เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับคุณครูคนหนึ่งที่ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บอาการค่อนข้างสาหัส ซึ่งมีบ้านพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลท่าฉลอม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร


นายฉัตราภัทร์ นามจันดี อายุ 26 ปี เป็นครูพละศึกษา สอนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์เป็นเวลาประมาณ 1 ปีครึ่ง บาดเจ็บที่แขนขวา มีอาการบวมช้ำจากเลือดคลั่ง จนต้องเข้าเฝือกอ่อน ขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว แพทย์จากโรงพยาบาลเอกชัยให้พักรักษาตัว 1 อาทิตย์เพื่อรอดูอาการข้างเคียง ก่อนที่จะตรวจวินิจฉัยอีกครั้งว่าจะต้องทำการรักษาอื่นใดร่วมด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ที่ศีรษะ หลัง และลำตัว ก็มีรอยช้ำจากการถูกรุมทำร้ายร่างกายด้วยการชกต่อยและยังถูกโต๊ะ เก้าอี้ ฟาดด้วย

นายฉัตราภัทร์ นามจันดี หรือครูหนุ่ย เล่าเหตุการณ์ในวินาทีเฉียดตายให้ฟังว่า ในวันดังกล่าว ตนเองกำลังคุมสอบอยู่ที่ชั้น 2 ของอาคารเรียนหลังแรก ซึ่งตอนนั้นแม้จะได้ยินเสียงเอะอะโวยวายอยู่ที่ด้านล่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น รู้เพียงอย่างเดียวว่าเสียงดังมาก แล้วก็น่าจะมีการทะเลาะวิวาทกันแต่ไม่รู้ด้วยว่าประเด็นการทะเลาะวิวาทมาจากเรื่องของการใช้เสียงในงานบวช ซึ่งขณะที่ทุกคนก็ยังคงทำหน้าที่คุมสอบอยู่นั้น ก็มีพวกผู้ก่อเหตุวิ่งขึ้นมาที่ห้องแรกก่อนเป็นห้องที่มีครูผู้หญิงเป็นคนคุมสอบแล้วคุณครูก็ถูกตบหน้า จากนั้นก็วิ่งมาห้องที่สองที่อยู่ติดกัน เป็นห้องที่ตนเองคุมสอบอยู่

จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ตะคอกถามว่า บวชไม่ได้ใช่ไหม ...ใช้เสียงไม่ได้ใช่ไหม ทางตนก็พยายามอธิบายว่าให้เขาใจเย็นๆ เพราะตอนนี้เด็กกำลังสอบและเด็กนักเรียนก็ไม่เกี่ยวอะไรด้วย โดยตนพยายามเกลี้ยกล่อมเพราะรู้ว่าพวกเขาเมา แต่นอกจากจะไม่ยอมฟังแล้ว ทางพวกผู้ก่อเหตุก็ยังเข้ามารุมทำร้ายตนเองทั้งชกต่อย เตะ ใช้เก้าอี้ฟาด เมื่อเกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น คุณครูอีกคนที่คุมสอบอยู่ด้วยกันจึงต้องรีบพานักเรียนหนีออกไป เพราะจะต้องปกป้องและดูแลความปลอดภัยให้กับนักเรียนก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งแม้จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายมาก

ครูหนุ่ย บอกอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ตนมองว่ามันเลวร้ายมาก เพราะว่าพื้นที่นี้เป็นสถานที่ราชการ ในวันดังกล่าวเป็นวันที่นักเรียนกำลังสอบ จึงถือเป็นวันและเวลาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ราชการ ผู้เสียหายที่ถูกก่อเหตุนอกจากจะเป็นบุคลากรในโรงเรียนที่เป็นผู้ชายแล้ว ก็ยังมีคุณครูผู้หญิงและเด็กนักเรียน กับนักเรียนผู้หญิงที่ถูกลวนลามด้วย และอีกประเด็นหนึ่งคือ ผู้ก่อเหตุนั้น ได้เข้ามาก่อเหตุแบบไม่มีเหตุผล ซึ่งจะมาอ้างว่าเมาจนขาดสตินั้นไม่ได้เด็ดขาด เพราะหากขาดสติจริง จะไม่สามารถขึ้นมาถึงบนชั้น 2 ได้ ดังนั้นการที่ขึ้นมาก่อเหตุถึงชั้นบนได้ก็แสดงว่าพวกผู้ก่อเหตุนั้นยังมีสติอยู่

ส่วนประเด็นที่ว่าหลังเกิดเหตุแล้วทางวัดควรมีมาตรการอะไรเกี่ยวกับเรื่องของการใช้เสียงในงานบวชหรือไม่นั้น ตรงนี้ตนเองแม้จะอยู่ในฐานะผู้เสียหายแต่ก็ไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยว คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางวัดที่จะไปจัดการเอง

ครูหนุ่ย บอกทิ้งท้ายว่า ในเรื่องของการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุนั้น ก็คงต้องให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งได้มีการไปแจ้งความไว้แล้วในฐานะโรงเรียนหรือสถานที่ราชการที่ได้รับความเสียหาย พร้อมกันนี้ทางส่วนผู้เสียหายที่เป็นรายบุคคลก็พร้อมที่จะไปให้ปากคำกับตำรวจทุกอย่าง เพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันร้ายแรงมาก จนสร้างความหวาดผวาให้ทุกคนในโรงเรียน

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ซึ่งนายฉัตราภัทร์ นามจันดี หรือครูหนุ่ย เป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บด้วยนั้น ก็มีผู้ส่งดอกไม้ และกระเช้าเยี่ยมไข้ มาเป็นกำลังใจให้กับครูหนุ่ยเป็นจำนวนมาก โดยหนึ่งในนั้นคือ แจกันดอกไม้จาก นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ....

......................

เรื่องโดย ณัฏฐนันท์ ศิริสันติวรกุล | ภาพโดย ณัฏฐนันท์ ศิริสันติวรกุล
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์