ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

"ปั่นไปไม่ทิ้งกัน ปี 2" ก้าวสู่วันที่ 10 "นครราชสีมา-สระบุรี-ลพบุรี" ระยะทาง 136 กิโลเมตร

744 25
ปั่นไปไม่ทิ้งกัน ปี 2 ก้าวสู่วันที่ 10 นครราชสีมา-สระบุรี-ลพบุรี ระยะทาง 136 กิโลเมตร

"ปั่นไปไม่ทิ้งกัน No One Left Behind ปี 2" วันที่ 10 เริ่มปล่อยตัวจากที่ว่าการอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ นายอำเภอปากช่อง ดร.รังสิสวุฒิ สุวรรณ์โรจน ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษาที่ 11 พร้อมหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เข้าร่วมพิธีปล่อยขบวนนักปั่นผู้พิการทางสายตาและนักปั่นจิตอาสา จำนวนกว่า 70 ชีวิต เพื่อเดินทางต่อไปยังจังหวัดลพบุรี พิชิตภารกิจระดมทุนสานฝัน "ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนเชียงดาว"

พิธีปล่อยตัวในช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก เริ่มด้วยกิจกรรมเต้นแอโรบิคบริหารร่างกาย ขณะเดียวกันภายในงานยังคงมีบูธจำหน่ายเสื้อที่ระลึกโครงการปั่นไปไม่ทิ้งกัน No One Left Behind ปี 2 รวมทั้งมีการตั้งโต๊ะอาหารว่าง ประกอบด้วยน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ ข้าวต้มหมู และผลไม้ เติมพลังความสดชื่นให้แก่เหล่าบรรดานักปั่นตาบอดและนักปั่นจิตอาสา ท่ามกลางประชาชน กลุ่มผู้พิการ และชมรมจักรยานต่างๆในจังหวัดนครราชสีมาให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม จำนวนกว่า 300 คน


ทั้งนี้คณะนักปั่นได้รับมอบเงินบริจาคจากชาวจังหวัดนครราชสีมาเป็นจำนวนเงินกว่า 234,000 บาท (สองแสนสามหมื่นสี่พันบาท) โดยมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นตัวแทนส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าว เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ให้แล้วเสร็จ ซึ่งจะเป็นต้นแบบศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้กับผู้พิการ

เส้นทางการปั่นจักรยานของวันที่สิบ เริ่มเคลื่อนขบวนจากที่ว่าการอำเภอปากช่อง ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้นำปั่นจักรยาน โดยแวะพักจุดแรกที่ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ หรือไร่สุวรรณ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของอำเภอปากช่อง จากนั้นมุ่งหน้าสู่จุดที่สองคือ สวนมิ่งมงคล อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ รวมถึงตัวแทนภาคเอกชนในจังหวัดสระบุรี มารอต้อนรับ เสร็จแล้วปั่นต่อไปยังจุดที่สาม สวนริมเขา อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ก่อนแวะพักรับประทานอาหารกลางวันที่ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสระบุรี จากนั้นช่วงบ่ายคณะนักปั่นได้มุ่งหน้าปั่นต่อไปยังจุดที่ห้าคือ วัดพระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โดยมี นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในพิธีต้อนรับคณะนักปั่น พร้อมมอบเงินบริจาคจากน้ำใจของชาวเมืองสระบุรี เพื่อสมทบสร้างศูนย์ฝึกคนพิการอาเซียนด้วย โดยปลายทางสุดท้ายของวันนี้อยู่ที่โรงแรมวินเซอร์ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี โดยคาดว่าจะถึงจุดหมายในเวลา 15.30 น.

สำหรับบรรยากาศการปั่นวันนี้เดินทางโดยใช้ถนนมิตรภาพ ซึ่งเป็นถนนสายใหญ่ที่มีรถราสัญจรกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะรถบรรทุก นอกจากนี้บางช่วงยังเป็นทางโค้งลาดชัน สภาพอากาศร้อนอบอ้าว แดดจัด ดังนั้นคณะนักปั่นตาบอดและนักปั่นจิตอาสาจึงต้องขับขี่อย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ด้วยการปั่นชิดซ้าย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง รถพยาบาลกู้ชีพ และทีมงานทั้งจากจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดสระบุรี คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรตลอดเส้นทาง

ขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ได้นำทีมนักปั่นพุ่มผ้าป่าจำนวน 30 คน แวะตามจุดต่างๆ เช่น ตลาดปากช่อง ไร่ข้าวโพดสุวรรณ ตลาดเมืองสระบุรี วัดพระพุทธบาท ตลาดเมืองลพบุรี เป็นต้น เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงวัตถุประสงค์ของโครงการปั่นไปไม่ทิ้งกัน ปี 2 โดยยอดเงินบริจาคจากช่องทางต่างๆที่ได้รับทั้งสิ้นในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 4.8 ล้านบาท (สี่ล้านแปดแสนบาท)

สำหรับเส้นทางปั่นจักรยานในวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันที่ 11 (วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562) จะเริ่มต้นที่ศาลากลางจังหวัดลพบุรี โดยมีจุดหมายที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยะทางทั้งสิ้น 97 กิโลเมตร

โครงการปั่นไปไม่ทิ้งกัน No One Left Behind ปี 2 ถือเป็นครั้งที่สองของประเทศไทย ที่ผู้พิการตาบอดจำนวน 20 ชีวิต ร่วมกับนักปั่นจิตอาสาปั่นนำอีก 20 ชีวิต จะรวมพลังสามัคคีปั่นจักรยานเป็นระยะทางรวมกว่า 1,500 กิโลเมตร 14 วัน 15 จังหวัด ระหว่างวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ถึงวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 โดยเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดนครปฐม เพื่อหาทุนสนับสนุนการก่อสร้าง ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน ที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ภายใต้ความมุ่งหวังที่จะสร้างงานสร้างอาชีพให้ผู้พิการอย่างยั่งยืน และยังเป็นการสานต่องานที่ "พ่อ" ทำ ด้วยการเปลี่ยน "ภาระ" ให้กลายเป็นอีกหนึ่ง "พลัง" ในการพัฒนาและสร้างสรรค์สังคม

.

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend