ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ตะวันพลบฯ ณ มรดกโลกแห่งเมียนมาร์ "เมืองศรีเกษตร"

3.1K 61
ตะวันพลบฯ ณ มรดกโลกแห่งเมียนมาร์

เผื่อหลายคนคิดถึงกัน ว่าพี่โน่ หายไปไหนทำไมไม่มาชวนกันไปเพิ่มน้ำหนักอีก ตอนนี้พี่โน่ เลยกลับมาทักทายพอเป็นน้ำจิ้มก่อน จะเรียกว่าน้ำจิ้มได้มั้ยก็ต้องอ่านกันดู อาจจะไม่ได้ชวนท้องร้อง แต่ไม่แน่ใครอยากไป เมียนมาร์ คอลัมนี้อาจช่วยทำให้คุณล็อกเป้าหมายก็ได้


ตามตำราเรียน

สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

หรือ

พม่า

ที่เราเรียกกันนั้น

กับประเทศไทย

ถือว่ามีประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกันยาวนาน

ที่เด่นชัดคงไม่พ้นเรื่องการสงคราม

แต่นี่ยุคเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงเข้าหากันแล้ว

หากเราก้าวข้ามอดีตที่ถูกสอนมาได้และยึดไว้เป็นแบบเรียนเพิ่มความรู้

ต่อยอดสู่ตำราแห่งโลกอนาคตที่ทุกชาติจับมือเป็นพันธมิตรกัน

อย่างการพยายามของผู้นำในประชาคมอาเซียน

ก็จะเปิดมุมมองใหม่ได้มากขึ้น

และสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ

รากฐานทางวัฒนธรรมของบ้านเมืองนั้น

ที่น่าสนใจอย่างมาก


และเมียนมาร์เอง

ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ตั้งอาณาจักรที่แสนจะฟู่เฟื่องครั้งบรรพกาล

"พยู

"คืออาณาจักรหนึ่งที่ถือว่า

รุ่งเรืองไม่แพ้มหานครใด

ในยุคเดียวกัน

ด้วยสติปัญญา

ฝีมือ

ทำให้เกิดสถาปัตยกรรม

มากมายที่เชื่อมโยงกันทั้งศาสนา

ความเชื่อ

ธรรมชาติ

จนแพร่กระจายความเจริญไปยัง

เมืองใกล้เคียงและนั่นนำไปสู่

"เมืองศรีเกษตร

"มรดกโลกแห่งแรกของเมียนมาร์

เนื่องจากอาณาจักพยู

เมืองศรีเกษตร

นั้นตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เมืองแปร

ของเมียนมาร์ในปัจจุบัน

อยู่ทางตอนเหนือ

ของประเทศ

และด้วยสถานการณ์ต่าง

จากสื่อที่รายงานต่อเนื่องเกี่ยวกับเมียนมาร์

ทำให้การพัฒนาค่อนข้างจะล่าช้า

การเดินทางไปเมืองแปร

จึงต้องใช้เวลาร่วมครึ่งวัน

นับจากสนามบิน

นครย่างกุ้ง

.


บนพื้นที่รัศมีกว่า

5 ตารางกิโลเมตร

ที่เห็นตามแผนที่นั้นคืออาณาเขตที่ถูกบันทึกไว้ว่า

เป็นอาณาจักรโบราณที่ชื่อว่าเมืองศรีเกษตร

ซึ่งเป็น

1 ในกลุ่มเมืองโบราณของอาณาจักรพยู

อีกอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรืองสมัยต้นพุทธกาล

2500 ปี

หรือก่อนเริ่มพุทธศาสนา

ซึ่งปัจจุบันนั้นตั้งอยู่

เมือแปร

ของประเทศพม่า

และด้วยหลักฐานสำคัญต่าง

ที่หลงเหลือไว้ทั้งวัตถุโบราณ

งานสถาปัตยกรรม

ที่โดดเด่นแม้อยุ่ท่ามกลางแมกไม้

จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้ถูกรับรองให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของเมียนมาร์เป็นที่แรกเมื่อปี

2014

ในปัจจุบันแม้พื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมียนมาร์แห่งนี้จะได้รับการดูแลจากยูเนสโก

แต่ก็ยังให้คนในพื้นที่

ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่เดิมนั้นสามารถอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวได้

ซึ่งอาชีพส่วนใหญ่นั้นทำเกษตรกรรมเป็นหลัก

พร้อม

กับการทำหน้าที่เป็นผู้อนุรักษ์และดูแลรักษาสถานที่สำคัญนี้ไว้


ซากสถาปัตยกรรมที่หลงเหลือให้เห็นอย่างชัดเจนของเมืองศรีเกษตร

คือเหล่าเจดีย์

ซึ่งแบ่งออกเป็น

2 กลุ่มคือ

กลุ่มเจดีย์ลองฟางหรือทรงกระบอก

ได้แก่

เจดีย์ปยาจี

, เจดีย์ปยามา

และเจดีย์บอบอจี

ส่วนกลุ่มที่

2 คือวิหารกู่ปายา

ซึ่งวิหารเกล่านี้จะสามารถเดินเข้าไปได้

และยังมียอดเจดีย์ที่เด่นชัด

ประกอบด้วยวิหารเซกูตะวันออก

วิหารเลมเยธนา

และวิหารเบเบ

ซึ่งองค์ที่สันนิษฐานว่าเป็นองค์จำลองศิลปะดินเดียมาอย่างละเอียดนั้นคือเหล่าวิหารที่เหลือแต่ฐานรากและภาพจำลองให้ได้เห็นกัน

ซึ่งหากมองจากภาพมุมสูงนั้นจะเห็นบันไดทางขึ้นจากทั้ง

4 ทิศ

พร้อมกับลวดลายรูปสถาปัตยกรรมที่แกะสลักจากหินที่ปรากฏอยู่


.






เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจถึงรากแก่นักท่องเที่ยวนั้น

พิพิธภัณฑ์จึงเป็นแหล่งศึกษาและรวบรวมข้อมูลไว้อย่างละเอียดกระชับ

ถึงอาณาจักรพยู

และเมืองศรีเกษตร

ที่สันนิษฐานว่าชาวพยู

นั้นน่าจะเป็นชนชาติที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ก่อนชาวพม่าดั้งเดิม

ตามที่นักวิชาการได้สันนิษฐานไว้

นอกจากนี้ภายในพิพิธภัณฑ์เมืองศรีเกษตร

ยัง

รวบรวมงานประติมากรรมบางส่วน

ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับศาสนาพุทธทั้งนิกายเถรวาทและมหายาน

รวมถึงศาสนาฮินดูด้วย

อาทิ

พระพุทธรูปปางสมาธิ

พระพุทธรูปปางแสดงธรรม

พระพุทธรูปขัดสมาธิราบเหนือบัลลังก์สูง

ประติมากรรมนารายณ์บรรทมสินธุ์

พระนารายณ์ทรงครุฑ

ซึ่งทั้งสิ้นเป็นรูปแบบศิลปะคุปตะ

และศิลปะปาละ

ช่วงราวพุทธศตวรรษที่

9 - 16 ด้วย



     นอกจากทางการเมียนมายังเตรียมเสนอสถานที่สำคัญอีกหลายสถานที่เพื่อทำการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกต่อไปในอนาคตด้วย

อาทิ

มหาเจดีย์ชเวดากอง

พุกาม

หมูเกาะมะเร็ด



"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
แชร์