ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

สจล. งัด 8 ข้อเท็จจริง ชี้คนไทยเผชิญวิกฤตฝุ่น

862 44
สจล. งัด 8 ข้อเท็จจริง ชี้คนไทยเผชิญวิกฤตฝุ่น

นักวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เสนอ 8 ข้อเท็จจริงที่กทม. จำเป็นต้องแจ้งประชาชนในวิกฤติฝุ่นพิษ PM 2.5 แนะกทม. ยึดหลัก "รัฐรู้อย่างไร ประชาชนรู้อย่างนั้น" มุ่งตั้งศูนย์รวบรวมติดตามข้อมูลมลพิษทางอากาศ เน้นดูแลกลุ่มทารก เด็ก และเยาวชนอย่างใกล้ชิด

ศาสตราจารย์ ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. กล่าวว่าวิกฤติฝุ่นละอองพิษขนาดเล็ก PM 2.5ที่เกิดปัญหาในช่วงที่ผ่านมานั้นส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนที่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่มทารก เด็ก และเยาวชนที่ต้องการการดูและเป็นพิเศษเนื่องจากข้อจำกัดทางด้านร่างกายที่อยู่ในช่วงวัยเจริญเติบโตทำให้การตั้งคำถามจากหลายภาคส่วนถึงวิธีการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในเขตเมืองใหญ่ที่ผู้รับผิดชอบหลักคือกรุงเทพมหานครในการดำเนินการปัญหาสำคัญที่ทำให้ประชาชนไม่เข้าใจในกระบวนการบริจัดการแก้ไขวิกฤติฝุ่นละอองพิษเนื่องมาจากการไม่ให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงกับประชาชนให้เข้าใจ โดย สจล.ได้เสนอ 8 ข้อเท็จจริงปัญหาฝุ่นละอองพิษขนาดเล็ก PM 2.5ในกรุงเทพมหานคร ที่ประชาชนควรทราบ


1. ขาดระบบการแจ้งเตือนมลพิษในเมือง จากวิกฤติฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งส่งสัญญาณเป็นปัญหามากว่า 4 ปีแล้วอันเกิดจากการพัฒนาเมืองอย่างก้าวกระโดด การก่อสร้างระบบโครงสร้างสาธารณูปโภคการก่อตัวของอสังหาริมทรัพย์ การใช้รถยนต์ส่วนบุคคลการใช้รถสาธารณะเครื่องยนต์ดีเซลเก่า ที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ และการเพิ่มขึ้นของประชากรในเมืองซึ่งปัญหาดังกล่าวข้างต้น กทม. รับทราบข้อมูลมาตลอดแต่กลับไม่แจ้งให้ประชาชนทราบถึงปัญหาที่กำลังจะก่อตัวเป็นวิกฤติมลพิษทางอากาศขึ้นและจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกปีในอนาคตข้างหน้า

2.   แนวคิดการพัฒนาภาษีฝุ่นที่ผ่านมาให้ประชาชน ผู้ประกอบการ และภาคส่วนอื่นๆ ทราบจึงทำให้ทุกคนไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคและอสังหาริมทรัพย์รวมถึงการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลจำนวนมากในเขตเมืองล้วนก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นสะสมและปะทุเป็นวิกฤติฝุ่นพิษเมื่อสภาพอากาศปิด กระแสลมสงบและไม่มีฝน ผนวกกับภูมิประเทศที่เป็นแอ่งของกทม. จึงทำให้เมืองจมอยู่ใต้ฝุ่นพิษ

3.    รถยนต์คือต้นเหตุหลักสมาร์ททรานสปอเทชั่นคือทางออก ซึ่งต้นเหตุของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่สำคัญมาจากการใช้ยานพาหนะสาธารณะเครื่องยนต์ดีเซลเก่าที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของกทม. ทำให้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ทวีความรุนแรง จากจำนวนยานพาหนะที่มากกว่า 7,000 คันของกทม.

4.   ระบุจุดเสี่ยงฝุ่นได้ไม่ยากการละเลยการแจ้งพื้นที่เสี่ยงปริมาณฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน เช่น บริเวณป้ายรถสาธารณะบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น จุดอับบริเวณใต้สะพาน ทางด่วน หรือสถานีรถไฟฟ้าและจุดศูนย์รวมรถบริการสาธารณะ เป็นต้น

5.  สปิงเกอร์ไม่ช่วยอะไรจากมาตรการการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ของกทม.คือ การฉีดน้ำล้างถนนและการติดสปิงเกอร์บนตึกสูงเพื่อพ่นละอองน้ำไม่เกิดประสิทธิภาพ เนื่องจากวิธีการนี้จะมีส่วนช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 10 มากกว่า PM 2.5ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดโดยการพ่นละอองน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจำเป็นจะต้องเลือกใช้กับพื้นที่ที่เป็นต้นเหตุในการก่อปัญหาฝุ่นละอองเช่น พื้นที่ก่อสร้าง ถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ป้ายรถเมล์ ใต้สถานีรถไฟฟ้า เป็นต้นรวมถึงปัญหาการสื่อสารไปยังภาคประชาชนให้ทราบถึงสาเหตุปัญหาฝุ่นและมาตรการการแก้ปัญหาระยะยาวจึงทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาของกทม.

6. บิ๊กเดต้าช่วยได้แต่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันจากการแสดงค่าฝุ่นละอองภาพรวมของกทม.นั้นทำให้หลายฝ่ายตระหนกกับค่าฝุ่นละอองที่เกินค่ามาตรฐานสูงมากและเป็นอันตรายถึงชีวิตผนวกกับการขาดความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาของกทม. ต่อกรณีวิกฤติฝุ่นละออง PM 2.5 ส่งผลให้หลายภาคส่วนทั้งเอกชนและสถาบันการศึกษาต่างจำเป็นต้องหาเครื่องมือวัดปริมาณฝุ่นและมาตรการป้องกันเบื้องต้นด้วยตนเอง เช่นการหยุดการเรียนการสอน การประกาศหยุดงาน การแจกหน้ากากอนามัย N95 สำหรับป้องกันฝุ่นเบื้องต้น เป็นต้น

7. ภัยเงียบทำลายทรัพยากรมนุษย์ โดยกลุ่มคนที่ต้องเผชิญปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กPM 2.5 และอาจมีผลต่อสุขภาพในระยะยาว คือ กลุ่มทารก เด็ก และเยาวชนที่มีกว่า 1,700,000 คน ทั้งที่อาศัยหรือเรียนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร อีกทั้งเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่เดินทางด้วยรถสาธารณะเป็นส่วนใหญ่และหน้ากากอนามัย N95ที่ใช้ป้องกันฝุ่นนั้นไม่ได้ออกแบบให้รับกับสรีระใบหน้าของเด็กส่งผลให้ป้องกันได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพอาจก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ โรคปอด โรคทางสมอง และโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นการทำลายทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต

8. นโยบายแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน คือการแจ้งข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับต้นเหตุปัญหาให้ประชาชนรับรู้และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมพร้อมออกมาตรการที่เข้มงดกับผู้ประกอบการที่ดำเนินการก่อสร้างสาธารณูปโภคและอสังหาริมทรัพย์ในเขตเมืองการแก้ปัญหายานพาหนะในกลุ่มรถสาธารณะและยานพาหนะของกทม.สนับสนุนการใช้ขนส่งมวลชนระบบรางในราคาสมเหตุสมผลการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าด้วยมาตรการจูงใจทางภาษีรวมถึงการสนับสนุนให้เกิดการค้นคว้าวิจัยนวัตกรรมเมือง เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาวิกฤติมลพิษทางอากาศและมลพิษอื่นๆ อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)ร่วมกับ สำนักวิจัยนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ (SCiRA) คณะแพทยศาสตร์สจล. และสถาบันนวัตกรรมชุมชนอัจฉริยะ (ISCI) ได้เสนอแนะให้ยึดหลักการ"รัฐรู้อย่างไร ประชาชนรู้อย่างนั้น" ในการแจ้งข้อเท็จจริงกับประชาชนเกี่ยวกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กPM 2.5และได้จัดตั้งศูนย์รวบรวมติดตามข้อมูลมลพิษทางอากาศด้วยการใช้เครื่องตรวจวัดสภาพอากาศแบบเรียลไทม์เฉพาะจุดเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพัฒนาระบบการตรวจวัดฝุ่นละอองในแต่ละพื้นที่โดยมุ่งนำร่องในสถานศึกษาทั่วกรุงเทพฯปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกปีและเป็นปัญหาที่ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาผ่านบทบาทของกทม. เป็นตัวกลางในการออกมาตรการผ่านอำนาจหน้าที่ที่ตนมี โดย สจล. จะมุ่งสนับสนุนและคิดค้นนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยเพื่อสะท้อนการเป็นรากฐานด้านนวัตกรรมของชาติเสมอมา ดร. สุชัชวีร์ กล่าวทิ้งท้าย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์