ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

ประสานเขตลาดพร้าว ทำความสะอาดบ้านหนุ่มป่วยถูกกักขัง

1.7K 208

ประสานเขตลาดพร้าว ทำความสะอาดบ้านภายใน 7 วันหลังปวีณาบุกช่วยเหลือผู้ป่วยถูกกักขัง แพทย์ระบุไม่มีร่องรอยบาดเจ็บ-มีอาการทางสมอง ไม่ได้ดูแลต่อเนื่องตั้งแต่เด็ก ตร.ยังไม่แจ้งข้อหาใคร

จากกรณีการเข้าช่วยเหลือชายวัย 30-40 ปี หลังถูกกักขังในอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งบริเวณโชคชัยสี่ 14 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ มาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์นั้น


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่รพ.ยันฮี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วยน.ส.ดรุณี มนัสวานิช ผอ.ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 (OSCC) กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ พ.ต.ท.ประทวน แมลงทับสว.(สอบสวน)สน.โชัคชัย นพ.ชวลิต หล้าคำมี หัวหน้าศูนย์อายุรกรรมรพ.ยันฮี นพ.นเรศศักดิ์ เหล่าสงวนเอก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอายุรกรรมระบบประสาท โรงพยาบาลยันฮี เข้าร่วมประชุมเพื่อบูรณาการให้การช่วยเหลือครอบครัวนี้ และรับฟังติดตามอาการผลการตรวจร่างกายของผู้ป่วย

นางปวีณา กล่าวว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนได้ประสานตำรวจสน.โชคชัย และรพ.ยันฮี เข้าให้ความช่วยเหลือชายวัย 30-40 ปี เมื่อช่วยเหลือมาแล้ว ก็จะมาดูเรื่องความเป็นอยู่ในอนาคต รวมถึงการดูแลชายคนดังกล่าว ทั้งนี้ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ได้ประสานให้สำนักงานเขตลาดพร้าว และมารดา เข้าไปทำความสะอาดอาคารที่มีขยะให้มีสุขภาวะอนามัยที่เหมาะสม ให้แล้วเสร็จใน 7 วัน และจะประชุมกัมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลให้ความช่วยเหลือในระยะยาวต่อไป

ด้านนพ.ชวลิต กล่าวว่า จากการตรวจร่างกายและประเมินเบื้องต้น พบว่า ผู้ป่วยไม่มีร่องรอยบาดเจ็บใดๆ แต่มีอาการทางสมอง เนื่องจากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เด็ก หลังจากนี้จะต้องดูแลเรื่องภาวะโภชนาการร่วมกับการทำกายภาพบำบัด รวมถึงการดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจหลังจากออกจากโรงพยาบาล ทั้งนี้ได้ให้รับประทานอาหารร่วมกับวิตามินบำรุงร่างกาย ส่วนการดูแลเรื่องกายภาพบำบัดจะต้องทำเนื่องจากสภาพร่างกายโดยรวม ไม่ได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม แขนขาไม่สามารถยืดงอได้เหมือนคนปกติทั่วไป อีกทั้งมีความพิการด้านสมองร่วมด้วย จึงต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ

พ.ต.ท.ประทวน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาเนื่องจาก จากการสอบปากคำเบื้องต้นทางมารดาไม่มีเจตนา จึงไม่เข้าองค์ประกอบในการแจ้งข้อหา กักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งทางมารดาก็ได้เข้าไปดูแลให้อาหารและน้ำทุกวัน

น.ส.ดรุณี กล่าวว่า หลังจากนี้จะส่งเจ้าหน้าที่ลงมาพูดคุยกับทางมารดาผู้ป่วย เพื่อประเมินสภาพจิตใจ รวมถึงสภาพร่างกาย เพื่อประเมินว่าจะสามารถดูแลผู้ป่วยต่อได้หรือไม่ ส่วนผู้ป่วยก็จะส่งทีมลงพื้นที่บ้าน เพื่อประเมินสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ รวมถึงการประเมินสภาพอาการป่วยว่ามีความพิการในส่วนใดบ้าง เพื่อที่จะได้ดำเนินเรื่องสิทธิประโยชน์ของผู้พิการต่อไป ขณะเดียวกันก็จะส่งทีมมาประเมินเป็นระยะติดตามอย่างต่อเนื่อง จนกว่าทางมารดาจะสามารถดูแลผู้ป่วยได้ด้วยตัวเอง

เรื่องโดย กรกมล อักษรเดช | ภาพโดย กรกมล อักษรเดช
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend