ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"โค้ชโต่ย"กับทางฝันที่วัดกันยาวๆ

5.90K 240
โค้ชโต่ยกับทางฝันที่วัดกันยาวๆ

บางทีเราก็ไม่รู้ว่าสายลมจะพัดเราไปลงตรงไหน หากเมล็ดพันธ์ุที่รอดคือต้องแกร่ง คนพันธุ์ไม่ถอยก็จะได้รับการยอมรับในสักวัน เส้นทางของ "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กับการ "คืนรอยยิ้มให้คนในชาติ" หลังขึ้นคุมทีม "ช้างศึก" เป็นการชั่วคราวในศึกเอเชี่ยนคัพ 2019 แทน "มิโลวาน ราเยวัช" ที่ถูกเด้งออกไปจากผลงานยอดแย่พ่ายพลังโรตี ช่วงวันที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา

หากวันนี้โค้ชโต่ยสามารถนำทีมช้างศึกสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกเอเชี่ยนคัพได้ครั้งแรกรอบ 47 ปี หลังจากที่ลุยต่อใน 2 นัดสุดท้ายชนิดสู้สุดใจ

โดยนัดแรกซึ่งเป็นนัดที่สองของกลุ่มเอ ไทยเอาชนะทีมบ่อน้ำมัน "บาห์เรน" ไปด้วยสกอร์ 1-0 วันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา จากนั้น 14 มกราคม นัดสุดท้ายกลุ่มเอ ที่ "ยูเออี" เจ้าภาพ ซึ่งมี "อัลแบร์โต ซัคเคโรนี" กุนซือชื่อดังชาวอิตาเลียนเป็นหัวหน้าโค้ช ไทยเราไปไล่ตีเสมอ 1-1 จบรองแชมป์กลุ่มไปแบบเท่ๆ

เวลานี้กระแส "ไม่ได้อ้ายโก้ก็ขออ้ายโต่ยแล้วกัน" กึกก้องเซ็งแซ่ไปทั่วไทย ที่ต่างต้องการให้โค้ชโต่ยรับหน้าที่โค้ชตัวจริงไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด เพราะหน้าที่ขัดตาทัพหนนี้มันจับใจจริงๆ

          เด็กน้อยสอยฝัน

          เรื่องราวการเดินทางของคนไม่ถอยอย่างโค้ชโต่ย เริ่มต้นขึ้นเมื่อเด็กบ้านนอกคนหนึ่งแห่ง อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ไม่ยอมทิ้งลายสายเลือดแห่งครอบครัวนักกีฬา

          โค้ชโต่ยเกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2512 เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่สมบูรณ์ตามแบบฉบับแม่เป็นพยาบาล พ่อเป็นอาจารย์

          หากในอดีตพ่อเคยเป็นนักฟุตบอลดีกรีระดับตัวแทนมหาวิทยาลัย ส่วนพี่สาวอีก 2 คนก็เป็นถึงนักวิ่ง ในขณะที่พี่ชายก็เป็นนักฟุตบอลตัวแทนจังหวัด

          คนอย่าง "โต่ย" ศิริศักดิ์ ถ้าไม่ตามรอยใครสักคนในบ้านก็คงแปลก ที่สุดเขาก็เริ่มหัดเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 7-8 ขวบ พูดง่ายๆ ว่าพอรู้ตัวก็มุ่งหน้าเก็บชั่วโมงสัมผัสบอลให้มากที่สุด

โดยนอกจากคนในบ้านแล้วไอดอลที่เป็นเหมือนคนนำทางฝันของเขาก็คือ "เศรษฐศักดิ์ มหา" อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย คนอำเภอเดียวกัน ที่ติดทีมชาติรุ่นเดียวกับ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

ที่สุดด้วยการฝึกฝนตนเองและเดินหน้าเข้าร่วมทีมฟุตบอลแข่งขันทั้งในระดับจังหวัด ระดับภูธร และระดับประเทศ เดินสายลงเล่นให้ทีมจังหวัดต่างๆ จนกระทั่งจบม.ปลาย โค้ชโต่ยก็มีโอกาสได้ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในโควตานักกีฬาช้างเผือก

จากนั้นช่วงวัย 18 ปี ได้ลงเล่นอาชีพให้ทีมโอสถสภา ตั้งแต่ปี 2531 โดยเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายและติดทีมชาติไทยในเวลาต่อมาในตำแหน่งกองกลาง

          ฝันนี้ยังไปต่อ

          หนึ่งหน้าความฝันของเด็กน้อยหลายคนอาจจบลงที่ติดทีมชาติสักครั้ง และการค้าแข้งกับองค์กรดีๆ สักที่

          อย่างโค้ชโต่ย เมื่อถึงวัยหรือเวลาที่ต้องแขวนสตั๊ด เขาก็หันไปเป็นสตาฟฟ์ที่โอสถสภารังเก่าอยู่นานถึง 17 ปี โดยหลังจากแขวนสตั๊ดกับโอสถสภา เขายังคงทำงานให้สโมสร ทำหมดทั้งเจ้าหน้าที่ทีม ขนอุปกรณ์ซ้อม พ่อครัว ไปจนขับรถตู้ให้สโมสร ก่อนได้รับโอกาสเป็นโค้ชเยาวชนของทีมที่เป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพโค้ชในทุกวันนี้

นักเตะชื่อดังที่ผ่านมือโค้ชโต่ย เช่น ฉัตรชัย บุตรพรหม, สุมัญญา ปุริสาย, อภิภู สุนทรพนาเวศ, วันใหม่ เศรษฐนันท์, เจษฎา พั่วนะคุณมี รวมถึงล่าสุดก็ 2 พี่น้อง อันโตนิโอ-จอนาตา แวร์ซูรา

แต่เส้นทางยังไม่จบภายหลังโค้ชโต่ยไปรับงานคุมทีมไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี ช่วงปี 2559 ซึ่งถือว่าได้ขึ้นมาเป็น "เฮดโค้ช" สโมสรอาชีพอย่างจริงจัง

กระทั่งสามารถนำพาสโมสรโนเนมแห่งนี้ให้เป็นแชมป์ดิวิชั่น 1 เลื่อนชั้นมาเล่นในโตโยต้าไทยลีกปี 2560 ซึ่งเป็นการเลื่อนชั้นมาเล่นลีกสูงสุดครั้งแรกของสโมสรในรอบ 10 ปี

แต่แล้วผ่านมา 11 นัดแรก "โค้ชโต่ย" ทำผลงานตกลง ชนะเพียง 3 นัด จนถูกไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี ปลดออกจากตำแหน่งกุนซือ

กระทั่งสายลมแห่งโอกาสพัดมาอีกระลอกเมื่อกลางปี 2560 ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้แต่งตั้งเขาเป็นผู้ช่วยโค้ช มิโลวาน ราเยวัช

นาทีนี้เหมือนฝันเป็นจริงอีกครั้ง เพราะการได้เข้าใกล้ทีมชาติไทยขนาดนี้ถือว่าโค้ชโต่ยได้เติมเต็มความฝันของตนเองอย่างสมบูรณ์แล้ว

          สานฝันคนไทย

ชีวิตบางทีก็เหมือนหนังจอใหญ่ ฉากที่ตัวจริงบาดเจ็บและพระเอกซึ่งเป็นตัวสำรองได้โอกาสโชว์เก๋า เราเห็นมาไม่รู้กี่ครั้ง

ถ้า "มิโลวาน ราเยวัช" ยังคงงานดี สร้างชื่อให้ทีมชาติ สร้างหน้าให้สมาคมบอลไทยต่อไป คนไทยอาจไม่ได้เห็นว่า "ของดีมีให้โชว์ มากกว่าเอาไว้หลังฉาก"

โค้ชโต่ยขึ้นมาคุมทีมช้างศึก โดยมี โชคทวี พรมหรัตน์ เป็นผู้ช่วย เส้นทางจากเด็กน้อยสู่โค้ชฟุตบอลทีมชาติไทยคนแรกแห่งพยัคฆภูมิพิสัย ก็ต้องภูมิใจสุดๆ

"ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ ผมจะพยายามทำให้ออกมาดีที่สุด จะทำให้ได้แม้จะเป็นงานหนักก็ตาม ขอให้ทุกคนซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน"

"มันก็เหมือนการฝ่ามรสุมมาช่วยทีม ทำยังไงก็ได้ให้ทีมดีขึ้น และพาน้องๆ ทำผลงานให้ดี" (จากมติชน)

           และก็ไม่ใช่แค่ดี ประเดิมงานแรกในฐานะเฮดโค้ชทีมชาติ คุมใน 2 เกมที่เหลือ ก็สามารถฝ่ามรสุม สู้เพื่อแฟนบอลชาวไทยทุกคนสมกับที่เอ่ยปากไว้สำเร็จ

          ก็ไม่รู้เพราะแนวการเล่นแบบถ่อมตัว ไม่เปิดแลกมากเกินไป แต่ก็ไม่เน้นรับเสียทีเดียวของโค้ชโต่ยที่วางไว้ หรือเพราะเงินอัดฉีดที่ทำเอาแรงกายแรงใจไม่รู้มาจากไหน

          จนว่ากันว่า งานนี้แม้จะไม่ชนะตามเงื่อนไขที่สปอนเซอร์ตั้งไว้ แต่ก็ประทับคนไทยสุดๆ และยังประทับใจอ๊อด "พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง" นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย จนถึงกับประกาศมอบเงินอัดฉีดอีก 10 ล้านบาท ค่าที่สามารถพาทีมเข้ารอบสองในรอบ 47 ปี นับตั้งแต่ปี 1972 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพและคว้าอันดับ 3 เวลานั้นโค้ชโต่ยเพิ่งเป็นเด็กน้อยแค่ 2 ขวบเท่านั้น

          ดังนั้นจากที่ตอนแรกนักเตะและทีมงานได้ไปแล้ว 5 ล้าน รวมเวลานี้ฟาดไป 15 ล้านบาทแล้ว

          ฝันไกลได้แค่ไหน

          ยังไงเสียคนที่หน้าบานเป็นจานเชิงตัวจริงก็คนไทยนี่แหละ จากนี้ความหวังที่คนไทยรอคอยคือทีมช้างศึกจะยังมีลุ้นผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะทีมอันดับ 3 ที่มีคะแนนดีที่สุด 4 ทีม จากทั้งหมด 6 กลุ่ม

          โดยรอบต่อไปจะพบรองแชมป์กลุ่มซี ระหว่าง จีน กับ เกาหลีใต้ วันที่ 20 มกราคมนี้ สามทุ่มบ้านเรา ซึ่งกุนซือโต่ยบอกว่ายังไงก็เต็มที่

          "ผ่านเข้ารอบนี้ รอบต่อไปถือว่าเป็นกำไรแล้ว แต่เราก็ยังต้องทำงานหนัก เพราะฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ ทีมที่ครองบอลได้เยอะที่สุด จบเกมอาจจะเป็นทีมที่แพ้ก็ได้ ตรงนี้ผมว่าต้องไปสู้กันที่แท็กติกมากกว่า"

          แท็กติกทางเกมว่าอย่างนี้ แต่ทางบริหารที่โค้ชโต่ยอยู่ตรงนี้ได้เพราะอาศัยว่าเป็น "เหตุจำยอม" โดยสมาคมฟุตบอลไทย ได้ยื่นเอกสารคำร้องไปยังสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ตั้งแต่ก่อนนัดฟาดแข้งกับทีมชาติบาห์เรนเเล้ว ซึ่งเอเอฟซีเห็นว่าโค้ชโต่ยกำลังจะเรียนฟีฟ่าโปรไลเซนส์หลังเสร็จศึกเอเชี่ยนคัพ จึงยินยอมให้คุมทีมต่อไปได้จนจบทัวร์นาเมนต์

          หากแต่หลังจากจบรายการนี้ข่าวที่ว่าสมาคมจะสรรหาโค้ชคนใหม่ระดับโปรไลเซนส์เข้ามาทำหน้าที่แทน ซึ่งโปรแกรมต่อไปของทีมชาติไทยคือเกมอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ช่วงเดือนมีนาคม

          คนไทยจึงใจหาย เป็นห่วงก็แต่ "โค้ชโต่ย" ที่ยังขาดคุณสมบัติเป็นโค้ชทีมชาติเพราะเขาผ่านเพียงหลักสูตร "เอ ไลเซนส์"

          วันนี้หลายคนเลย "ก๊อกก๊อกก๊อก" ไปยังสมาคมกีฬาฟุตบอลไทยแล้วว่าช่วยออกเงินให้โค้ชโต่ยเรียนโค้ชโปรไลเซนส์ด่วนๆ จะได้อยู่เป็นกุนซือทีมชาติไทยไปยาวๆ


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend