ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2562

กองทัพจีนเตือนสหรัฐฯ อย่าล้ำเส้นเรื่องไต้หวัน จีนพร้อมปกป้องอธิปไตย

2.0K 1.5K

ความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ท่าทางจะหาข้อยุติได้ยากยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางด้านเศรษฐกิจ หรือความขัดแย้งด้านทหาร ต่างฝ่ายต่างก็มีจุดยืนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเรื่องการพยายามแยกตัวของไต้หวัน ออกมาเป็นเอกราชแล้ว ทั้งสองประเทศนั้น ยืนคนละขั้ว คิดคนละอย่าง จนกระทั้งล่าสุดทางด้านเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของจีนเตือนถึงกองทัพเรือสหรัฐฯว่าอย่าได้แทรกแซงใดๆในการสนับสนุนความเป็นเอกราชของไต้หวัน จีนจะปกป้องพื้นที่แห่งนี้อย่างเต็มความสามารถ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

นายพลหลี่ ซูเฉิง สมาชิกคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง แสดงความคิดเห็นดังกล่าวระหว่างประชุมร่วมกับพลเรือเอกจอห์น ริชาร์ดสัน ผู้บัญชาการกองทัพเรือสหรัฐฯ ในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2562 ที่ผ่านมาว่า จีนมองไต้หวันว่าเป็นส่วนหนึ่งในดินแดนของพวกเขาที่จะต้องรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้ทั้งสองฝ่ายแยกการปกครองออกจากกันนับตั้งแต่ถูกแยกจากกันในปี 2449 หลังสงครามกลางเมืองที่พวกคอมมิวนิสต์ของเหมา เจ๋อตุง ได้รับชัยชนะ ซึ่งเวลานี้ไต้หวันอาจจะปกครองตนเอง มีสกุลเงิน ธงชาติ และมีการจัดตั้งรัฐบาลแยกต่างหาก แต่ไต้หวันเองยังไม่ได้รับการรับรองฐานะรัฐเอกราชจากสหประชาชาติ แต่อย่างใด

นายพลหลี่ ซูเฉิง ยังได้กล่าวย้ำว่า จีนพร้อมจะใช้กำลังทหารอย่างเต็มที่หากว่าไต้หวัน เดินหน้าประกาศเอกราช หรือมีการแทรกแซงจากภายนอก รวมถึงสหรัฐฯ ที่เป็นพันธมิตรหลักของไต้หวัน หากเดินหน้าดำเนินการทำให้ไต้หวันแยกเอกราช จีนก็พร้อมที่จะปกป้องพื้นที่แห่งนี้แบบสุดความสามารถ แม้จะต้องแลกกับอะไรก็ตามจีน ก็ยอมให้ไต้หวันเป็นเอกราชไม่ได้

"ประเด็นไต้หวันเป็นเรื่องภายในของจีน เป็นเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์พื้นฐานของจีน และเราจะไม่อดทนต่อการแทรกแซงใดๆจากภายนอก" นายพลหลี่ ซูเฉิง กล่าวในถ้อยแถลงที่เผยแพร่โดยกระทรวงกลาโหม

ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น พบกว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ส่งเรือรบ ได้แล่นผ่านช่องแคบไต้หวัน ซึ่งกั้นระหว่างแผ่นดินใหญ่จีนกับเกาะไต้หวันหลายต่อหลายครั้ง จีนมองว่าการแล่นเรือผ่านช่องแคบเท่ากับเป็นการละเมิดอธิปไตยของพวกเขา แต่สหรัฐฯ มองว่าเส้นทางดังกล่าวเป็นน่านน้ำสากลที่เปิดกว้างสำหรับทุกชาติ ที่สามารถที่จะเดินเรือผ่านได้ตามกฎหมายระหว่างประเทศนั่นเอง

แต่นอนว่าการสื่อสารโดยตรงของทางกองทัพจีนไปยังกองทัพสหรัฐฯ ครั้งนี้ เป็นเสมือนการปรามว่าอย่าให้สหรัฐฯ ทำอะไรล้ำเส้นไปมากกว่านี้ เพราะหากเป็นแบบนั้นจริง จีน คงไม่ยอมสหรัฐฯ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ถึงเวลาแล้วที่จีนจะลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยของตนเอง

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
แชร์