ยี่เป็งวันแรก เก็บซากโคมลอยตกสนามบิน 28 ลูก

บรรยกาศงานประเพณียี่เป็งวันแรกคึกคักประชาชน-นักท่องเที่ยวแห่ลอยกระทง 2 ริ่มฝั่งแม่น้ำปิง ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมาก ตีมึนนำโคมลอยปล่อยในจุดห้ามปล่อย เจ้าหน้าที่ต้องประกบทำความเข้าใจ ด้านนายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ยืนยันไม่ได้รับรายงานเหตุตกน้ำ-อันตรายจากประทัดยักษ์-ปล่อยโคม คืนนี้บูรณาเข้มรับกระทงใหญ่ ขณะที่ซากโคมลอยตกในท่าอากาศยานวันแรก 28 ลูกลดลงจากปีก่อน เพิ่มเจ้าหน้าที่ตรวจเข้ม

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานถึงบรรยากาศของงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่เมื่อคืนวันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 ว่า มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งประชาชนชาวเชียงใหม่ เดินทางมาลอยกระทงริม 2 ฝั่งแม่น้ำปิงอย่างเนืองแน่น และเริ่มมีการปล่อยโคมลอยตามประกาศของจังหวัดเชียงใหม่ที่มีการอนุญาตให้ปล่อยโคมลอยได้ในวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2561 ตั้งแต่เวลา 19.00-01.00น. โดยพบว่าบริเวณสะพานนวรัฐ แม้จะเป็นจุดที่ห้ามปล่อยโคมลอย แต่ยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศจำ นวนมาก นำโคมมาปล่อยกัน โชคดีที่ไม่เกิดอัคคีภัยเกิดขึ้น


นายวีระพันธ์ ดีอ่อน นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อวานนี้ พบว่าการดูแลพี่น้องประชาชนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่ และสมบูรณ์แบบ ไม่มีรายงานการแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวตกน้ำ หรือได้รับอันตรายจากประทัดยักษ์และการปล่อยโคมลอย และแพลอยกระทงทั้ง 30 จุดของเทศบาลนครเชียงใหม่ ยังไม่พบปัญหา และได้รายงานให้กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ทราบแล้ว และได้กำชับให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้นเพราะเป็นวันสุดท้ายของประเพณียี่เป็ง ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่มีการปล่อยโคมลอยนั้น ได้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปทำความเข้าใจถึงมาตรการควบคุมของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดการทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว


ร.ท.รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยฝ่ายปฎิบัติการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ถึงสถานการณ์โคมลอยที่ลอยมาตกในท่าอากาศยานเชียงใหม่ ในช่วงประเพณียี่เป็ง ของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 ว่า ได้ทำการตรวจสอบและเก็บโคมลอย ที่ลอยมาตกในเขตพื้นที่ของท่าอากศยานเชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 05.00 น. สามารถเก็บได้ 28 ลูก เมื่อเทียบกับปีที่แล้วถือว่าลดลง


ยี่เป็งวันแรก เก็บซากโคมลอยตกสนามบิน 28 ลูก



จากสถิติในปี 2560 ในวันแรกสามารถเก็บได้ที่ 30 ลูก และภาพรวมทั้งหมดในปีที่แล้ว 3 วันเก็บได้ 108 ลูกแต่ปีนี้คิดว่าไม่เกินเพราะว่าปีนี้ทางจังหวัดอนุญาตแค่ 2 และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้ว เพราะอาจด้วยเมื่อวานนี้ทิศทางลมเป็นใจ ทำให้ลมได้พัดโคมลอยไปตกนอกเขตพื้นที่ท่าอากาศยาน เป็นส่วนมาก จึงทำให้ปริมาณลดลง แต่ก็ไม่ได้ประมาท โดยเพิ่มจำนวนวงรอบการออกตรวจ และเก็บโคมลอยในรันเวย์เพิ่มจาก 6 รอบ เป็น 10 รอบ


"ในส่วนของการปรับตารางเที่ยวบิน มีการปรับเที่ยวบินในช่วงวันที่ 22-23 พ.ย. 61 ให้ขึ้นลงไม่เกิน 18.00 น. โดยเที่ยวบินสุดท้ายของเมื่อวานนี้ขึ้นลงใน เวลา 18.20 น. พร้อมกันนี้ได้บริหารจัดการให้เคาน์เตอร์เช็คอินของทุกสายการบินร่วมกัน สำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดความหนาแน่นในการรอเช็คอิน จนทำให้เที่ยวบินล่าช้า และในวันนี้ก็ได้สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายของประเพณียี่เป็ง" น.ท.รณกร กล่าว


รายงานข่างเพิ่มเติมจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธรณะภัยจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ 2 จุด โดยจุดแรก เกิดเมื่อเวลา 21.10 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้หอพักลุงเจริญ บ้านทรายคำ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่เกิดเหตุเป็นหอชั้นเดียว เลขที่14/5 ม.15 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ห้องพักเลขที่ 1 ขนาด 4เมตรx5เมตร สิ่งที่ถูกเพลิงไหม้ มีทีวี หิ้งพระ สาเหตุ จุดเทียนไว้ในห้องพัก ค่าเสียหายอยู่ในช่วงการตรวจสอบ ของเจ้าหน้าที่


และจุดที่สอง เวลา 21.30 น. นายจิระชาติ ซื่อตระกูล นายอำเภอเวียงแหง ได้เข้าตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ บ้านไม่ทราบเลขที่ หมู่ที่ 5 บ้านปางป๋อ ต. แสนไห อ. เวียงแหง จ. เชียงใหม่ จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ทราบว่า มีนายวีรชัย สุขใส เป็นเจ้าของบ้าน และมีนางสาววิลาวัณย์ สายผึ้ง เป็นผู้ดูแล เนื่องจากเจ้าของบ้านทำงานต่างจังหวัด ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้อยู่อาศัยอยู่ในบ้าน มูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนสาเหตุเกิดเพลิงไหม้ จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากเหตุไฟฟ้าลัดวงจร ทางอำเภอเวียงแหงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้รายงานให้อำเภอเวียงแหงทราบ และดำเนินการช่วยเหลือเบื้องต้นในวันพรุ่งนี้และหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยในขั้นต่อไป