ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2563

ผนึกกำลัง 10 องค์กร สร้างฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ เพื่อปกป้องทะเลไทย

1.11K 35
ผนึกกำลัง 10 องค์กร สร้างฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ เพื่อปกป้องทะเลไทย

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) พร้อมด้วยกรมเจ้าท่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมศุลกากร ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ในส่วนของกองทัพเรือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และสมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย (Development of Crude Oil and Relevant Oil Product Fingerprint Library in Thailand) มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและจัดทำฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เกี่ยวข้อง และวิเคราะห์ก้อนน้ำมันดินและคราบน้ำมัน เพื่อสนับสนุนการบ่งชี้แหล่งที่มาของก้อนน้ำมันดินและคราบน้ำมันในประเทศไทยบนพื้นฐานทางวิชาการภายใต้กรอบมาตรฐานสากล สามารถนำไปสนับสนุนการบ่งชี้แหล่งที่มาของคราบน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส รวมถึงสามารถนำไปสนับสนุนการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการรั่วไหลของน้ำมันได้ และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคมทุกภาคส่วน โดยมีนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานและเป็นสักขีพยาน

นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การรั่วไหลของน้ำมันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหามลพิษทางทะเล โดยได้กำหนดให้มีการพัฒนาระบบควบคุมและตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเลรวมทั้งในระดับภูมิภาคก็ได้มีการกำหนดให้มีการลดการรั่วไหลของกากน้ำมันและน้ำมันไว้ในร่างยุทธศาตร์อาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ปี ค.ศ. 20162025 ซึ่งความร่วมมือนี้ได้สร้างโอกาสที่ดีให้หน่วยงานที่มีความเข้มแข็งในด้านต่างๆ ถึง 10 หน่วยงาน มาร่วมกันทำงานเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศในการแก้ไขปัญหาการลักลอบทิ้งน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และอาจจะนำไปสู่ความร่วมมือในระดับภูมิภาคอาเซียนในอนาคตต่อไป  

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าว่า จากข้อมูลในปี พ.ศ. 25602561 พบก้อนน้ำมันและคราบน้ำมันบริเวณนอกฝั่ง และชายหาดที่สำคัญ ไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง เช่น ชายหาดเกาะสมุย และเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชายหาดทุ่งซาง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ชายหาดทุ่งประดู่ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และชายหาดแม่รำพึง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ซึ่งยังไม่สามารถสืบหาแหล่งที่มาของก้อนน้ำมันและคราบน้ำมันดังกล่าวได้ ซึ่งการสืบหาแหล่งที่มาจะต้องดำเนินการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเพื่อหาดัชนีชี้วัดทางชีวภาพ (Biomarker) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของน้ำมันปิโตรเลียม โดยเรียกลักษณะเฉพาะนี้ได้ว่าข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมัน (Oil fingerprint) และนำมาเปรียบเทียบฐานข้อมูลลายนิ้วมือของน้ำมันที่มีการขนส่งบริเวณใกล้เคียง ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีการจัดทำฐานข้อมูลดังกล่าว ดังนั้น คพ. จึงได้ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา รวม 10 หน่วยงาน จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ดังกล่าว 

การดำเนินการหลังจากนี้  คพ. จะบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานภายใต้เอ็มโอยู ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานโดยจะมีการร่วมกันกำหนดกรอบแผนการดำเนินงาน และจะเสนอจัดตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อกำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของเอ็มโอยู ต่อไป และการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ คพ.ในการปฏิบัติงานตามวิสัยทัศน์"ปกป้องสิ่งแวดล้อม ควบคุม แก้ไขมลพิษเพื่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ภายในปี 2569  โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน" นายประลอง กล่าว


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์