ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"ประจิน" ขีดเส้น 2 สัปดาห์สิทธิบัตรกัญชาต้องได้ข้อยุติ!

5.13K 187
ประจิน ขีดเส้น 2 สัปดาห์สิทธิบัตรกัญชาต้องได้ข้อยุติ!

ประจินเผย เร่งออกแบบโรงเรือนกัญชาต้นแบบ ราคาถูก ให้เกษตรกรรวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชนขออนุญาตปลูก แนะแพทย์ทางเลือก-แพทย์แผนไทย ยึดอภัยภูเบศร์ต้นแบบผลิตสมุนไพรจากพืชกัญชา ย้ำชัดกัญชาทางการแพทย์ต้องสมประโยชน์ทุกฝ่าย ยันรัฐบาลคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศ-คนไทยเป็นลำดับแรก ขีดเส้นสิทธิบัตรให้จบใน 2 สัปดาห์ เพื่อให้คนไทยได้ประโยชน์ หากติดขัดไม่มีสูตรยาอาจให้ต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุน

วันนี้ (21 พ.ย. 61)  พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาวิชาการเรื่อง การใช้กัญชาทางการแพทย์ ประสบการณ์ของประเทศออสเตรเลีย แคนาดา และเนเธอร์แลนด์

 

โดยพล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า  ตำรับแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาชาวบ้าน ได้นำกัญชามาใช้รักษาโรคและใช้ในชีวิตประจำวันมานานแล้ว แต่ด้วยเหตุที่กัญชามีผลต่อจิตประสาท ทำให้กัญชาให้ควบคุมและกำหนดเป็นพืชเสพติดและยาเสพติด ผู้ผลิต ครอบครอง และใช้มีความผิดทางอาญา ปัจจุบันยอมรับว่ากฎหมายยาเสพติดที่กระจายอยู่ในกฎหมาย 7 ฉบับ ไม่ทันสมัย ไม่เป็นที่ยอมรับ และจำเป็นต้องปรับปรุง กระทรวงยุติธรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ร่วมกันยกร่างกฎหมายยาเสพติด 2 ฉบับ เพื่อให้ผู้ป่วยเป็นผู้เสพต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างครอบคลุม โดยสถิติในปี 60  พบว่าประชากรเข้าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด 1.3 ล้านคน ขณะที่ศักยภาพในการบำบัดรักษามีเพียง 2.5-3 แสนคนต่อปี  ส่วนที่เหลือต้องไปบำบัดรักษาตัวเอง และพบว่ากัญชามีสัดส่วนการเสพเพียง 5-10%  การนำมาใช้ประโยชน์จึงมีโอกาสสูงกว่ายาเสพติดประเภทอื่น แต่ต้องไม่ขัดกับข้อตกลงระหว่างประเทศ และพันธะสัญญาที่ไทยทำกับ UNODC  ซึ่งหลักการคือไม่ทำให้ยาเสพติดผิดกฎหมายกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย แค่ยินยอมให้ดำเนินการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ภายใต้ข้อกำหนดไม่ใช่เปิดเสรี มีการควบคุมตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ การปลูก ผลิต ควบคุมปริมาณ

 

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวอีกว่า แม้เราจะมีความรู้และการวิจัยเกี่ยวกับกัญชา แต่สิ่งที่ต่างประเทศวิจัยไว้ก่อนหน้า ทำให้เขามีสูตรยาและสิทธิบัตร เขาคงไม่ให้เราทั้งหมด ประเด็นคือจะทำอย่างไรที่จะนำสูตรยาของต่างประเทศมารวมกับภูมิปัญญา และเพื่อไม่ให้การวิจัยกัญชาในไทยติดขัดด้วยข้อกฎหมาย รัฐบาลได้เร่งรัดเต็มที่คาดว่าไม่เกิน 60 วัน หรือปลายเดือนธ.ค.นี้ กฎหมายเกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์จะมีผลบังคับใช้ นอกจากนี้นายกฯได้อนุมัติตั้งอนุกรรมการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์ 2 ชุด ให้ทำงานคู่ขนานกัน ชุดแรกจะดูแลการศึกษาวิจัย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเป็นเจ้าภาพ ชุดที่ 2 ดูแลเรื่องกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งกระทรวงยุติธรรมรับผิดชอบ คาดว่าสัปดาห์จะเสนอชื่อกรรมการให้ครม.อนุมัติ จากนั้นจะเดินหน้าทุกเรื่องโดยไม่รอให้กฎหมายแล้วเสร็จ โดยประเด็นสิทธิบัตรยาจะต้องหารือร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว ไม่เกิน 2 สัปดาห์ หลักการคือต้องการให้ประเทศและคนไทยได้ประโยชน์ 100 %  แต่ถ้ามีข้อจำกัดเรื่องสูตรยาอาจให้ต่างชาติเข้ามาร่วมในรูปแบบของการร่วมทุนหรือหุ้นส่วน โดยไม่ให้ต่างชาติได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว

 

รองนายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับการอนุมัติปลูก รัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่โดยละเลยกลุ่มเกษตร แผนการดำเนินงานที่เตรียมไว้คือ เปิดให้เกษตรกรรวมตัวกันเป็นกลุ่มหรือวิสาหกิจชุมชน ปลูกเป็นเป็นแปลงใหญ่ มีโรงเรือนที่เหมาะสม ควบคุมอุณหภูมิ เมล็ดพันธุ์ น้ำ ดิน และความชื้น  ขณะนี้ได้จัดหาอาสาสมัครและทีมวิจัยออกแบบโรงเรือนต้นแบบราคาถูกให้กับเกษตรกร คล้ายกับโรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใช้ผลิตกล้วยตาก หรือโรงเรือนปลูกพืชปลอดสารพิษและป้องกันแมลง  เพราะการลงทุนสร้างโรงเรือน 100 ล้านบาท ไม่คุ้มทุนสำหรับเกษตรกรแน่นอน   การผลิตเพื่อส่งออกจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับเกษตรกรไทย แต่ต้องเกิดขึ้นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม คือมีมาตรการควบคุมที่ชัดเจนไม่ให้กัญชาในระบบหลุดออกไปใต้ดิน และไม่ให้กัญชานอกระบบถูกนำเข้ามาสกัดเป็นยา ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเริ่มดำเนินการได้ใช่วงกลางปี 62

 

เราขอพูดให้เข้าใจง่ายๆ เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสบายใจและกลับมาสนับสนุน ไม่สงสัยว่าเรากำลังตัดสินใจในสิ่งที่ผิด  ขอให้มั่นในว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่นั้น คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและคนไทยเป็นลำดับแรก สิ่งที่จะออกมาต้องสมประโยชน์ทุกฝ่ายพล.อ.อ.ประจินกล่าว 

 

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวถึงการนำกัญชาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ว่า จะเป็นในรูปแบบ 3 ประสาน รัฐบาลไม่ได้มองไปที่แพทย์แผนปัจจุบันอย่างเดียว ยังมีการระดมความรู้จากแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ที่นำพืชเสพติดมาเป็นสมุนไพรทำอาหารเสริมและยารักษาโรค แต่อยากให้รวมตัวเป็นกลุ่มวิสาหกิจเพื่อควบคุมได้อย่างเป็นระบบ ยกตัวอย่างจากโรงพยาบาลอภัยภูเบศร์ ที่สกัดสมุนไพรมาเป็นยารักษาโรคและอาหารเสริมที่มีมาตรฐานรับรอง ทั้งนี้ภายหลังสนช.ผ่านร่างกฎหมายกัญชาทางการแพทย์ ยังต้องมีกฎหมายลูกอาจออกมาเป็นกฎกระทรวงหรือระเบียบ เพื่อควบคุมการกำหนดพื้นที่ปลูก การผลิต และการส่งยาไปให้ถึงมือผู้ป่วย ควบคุมปริมาณการใช้ให้ชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกัญชาจากยาเสพติดประเภท 5 มาเป็นประเภท 2 และยืนยันไม่ปลดกัญชาพ้นจากบัญชียาเสพติด กัญชายังเป็นพืชเสพติดผิดกฎหมาย แค่ผ่อนปรนเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ส่วนข้อเรียกร้องให้ผู้ป่วยสามารถปลูกกัญชาในกระถางเพื่อนำมาใช้บำบัดรักษาตัวเองนั้น ยังทำไม่ได้เพราะกัญชาที่ปลูกเองไม่ผ่านการทดลองทางคลินิก ไม่มีผู้ควบคุมว่าใช้แล้วจะไม่เกิดอาการโอเวอร์โดสและผลข้างเคียง และไม่ทราบว่าสารที่สกัดได้มีคุณค่าทางการรักษาหรือไม่ และหากเกิดข้อผิดพลาดใครจะรับผิดชอบ


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์