ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"อัจฉริยะ" ลงตรวจสอบคลินิกฉาวเมืองปากน้ำโพ

2.84K 1.16K
อัจฉริยะ ลงตรวจสอบคลินิกฉาวเมืองปากน้ำโพ

"อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์" ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ลงตรวจสอบคลินิกฉาวเมืองปากน้ำโพ ลั่น! "นโยบายผมคือไม่ได้ช่วยหมอ ผมจะช่วยเหลือคนตกเป็นเหยื่อซึ่งมันต่างกัน"

จากกรณีเพจ "ทนายนิด้า" เผยแพร่เรื่องหมอ ข่มขืนคนไข้สาว ขณะเข้ารับการตรวจภายในที่คลินิกแห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ โดยหมอได้อ้างกับสาวผู้เสียหาย วัย 29 ปี เป็นคนไข้ว่า ได้ใช้ของปลอมสอดใส่อวัยวะเพศเพื่อปลุกอารมณ์ทางเพศ อ้างว่าเวลาตรวจจะได้ไม่เจ็บ ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ ขณะเดียวกันหมอคนดังกล่าวได้พยายามขอไกล่เกลี่ย โดยโอนเงินให้ผู้เสียหาย 3 แสนบาท แลกกับการไม่ดำเนินคดี จนกระทั่งตำรวจออกหมายเรียก นพ.จักรพงษ์ ลีลาพร อายุ 53 ปี แพทย์สูตินรีเวช ให้มารับทราบข้อกล่าวหา

ความคืบหน้าวันนี้ (20 พ.ย.) เวลา 11.30 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดเผยว่า วันนี้ตนพร้อมทีมแพทย์ และ ปคม.จะเดินทางไป จ.นครสวรรค์ เพื่อไปดูหลักฐาน ประมาณ 2-3 ชิ้น หลังมีเหยื่อรายหนึ่งวัย 29 ปี อ้างว่าถูกหมอคนดังกล่าวเคยล่วงละเมิดทางเพศ โดยการเลียอวัยวเพศ ดูดนม เราจะดูว่ามีบันทึกยอมความกันหรือไม่ ถ้ามีสามารถนำมาประกอบรวบรวมพยานหลักฐานบางอย่างได้ ทั้งข้อความแชททางไลน์ การโอนเงิน จำนวน 3 แสนบาท โดยให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ถ้าหากหมอทำผิดตนจะเป็นคนรับหน้าที่ในการดำเนินคดี ตนมองว่าเป็นการใช้เทคนิคทางการแพทย์ มาฉวยโอกาศล่วงละเมิดทางแพทย์เหยื่อ ตนเองคงไม่ปล่อยให้หมอลอยนวล แต่ถ้าหมอบริสุทธิ์คนที่ทำต้องรับผิดชอบ

ส่วนการให้ข้อมูลของผู้เสียหายย้อนแย้ง นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตนยังตอบไม่ได้เพราะเท่าที่ทราบมา มีส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการแบ่งเงิน เพื่อยอมความด้วย สมมติมีการจ่ายเงิน จำนวน 8 หมื่นบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่วนแบ่งไป 4 หมื่น เราจะไปดูว่าจริงหรือไม่ โดยเหยื่อยืนยันว่าได้เงินมาไม่ครบ ถ้าทำจริงถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำไม่ถูกต้อง ถือเป็นการยื่นข้อเสนอให้เป็นยอมความไป

ก่อนหน้านี้ทางชมรมฯได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหมอ ว่าเคยไปพัวพันกับทางผู้เสียหายที่อาจจะเป็นความขัดแย้ง หรืออาจจะเกิดการแบล็คเมล์ นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ลักษณะข้อความที่เราได้รับทางแชทไลน์ หรือข้อความต่างๆ เป็นเหมือนกับว่าหมอกับคนไข้สนิทสนมถึงขั้นเป็นทางชู้สาวกันมากกว่า ลักษณะหมอบอกว่าจะดูแลจนชั่วชีวิต เป็นข้อความที่ระหว่างหมอกับคนไข้ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ รวมถึงมีการซื้อของจากต่างประเทศมาฝาก ดูแล้วห่วงใยเกินระหว่างหมอกับคนไข้ รวมถึงมีการโอนเงิน จำนวน 3 แสนบาท ทางเราจะตรวจสอบว่าทำไมต้องโอนให้ตนไข้ถ้าตัวเองไม่ได้ทำผิด

เป็นเรื่องของเทคนิคทางการแพทย์ตนจะไปดูช่วงเย็นวันนี้ โดยวันนี้ทีมแพทย์ของชมรมจะเดินทางไปดูบาดแผลของเหยื่อที่มีการกล่าวอ้าง ผู้เสียหายขณะนี้มีประมาณ 3 ราย เรื่องที่หมอใช้นิ้วกับอวัยวเพศเพื่อตรวจภายใน เป็นเรื่องเทคนิคทางการแพทย์รวมถึงหมอจับเต้านมด้วย จากที่มีปัญหาตนไม่เคยเห็นเกิดขึ้นกับหมอสูติเวชผู้หญิง แต่ที่มีปัญหาเกิดขึ้นเฉพาะหมอสูติเวชชาย แล้วการที่เราจะจับหมอสักคนต้องชัดเจน ถ้าเขาอ้างเรื่องเทคการแพทย์เราก็ทำอะไรไม่ได้ แต่หากมีการเลียอวัยวะเพศ ดูดนม มันไม่ใช่เทคนิคทางการแพทย์ แต่เป็นการล่วงละเมิดทางเพศและผิดศีลธรรม อย่างนี้ก็ต้องดำเนินคดี ถึงเหตุการณ์จะเกิดขึ้นปี 2559 ตนก็สามารถดำเนินคดีได้ เพราะตนเพิ่งรู้ว่าไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์

ส่วนข้อความแชทที่แสดงถึงความสนิทสนมระหว่างหมอกับคนไข้วัย 29 ปี ตรงนี้ได้มาจากทางไหน นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตนได้จากผู้เสียหายตรงนี้ไม่ใช่สาระสำคัญตนเพียงนำมาประกอบ การที่เราจะดูใครผิดใครถูก ต้องดูองค์ประกอบเรื่องการตรวจร่างกาย และอะไรหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะเงิน จำนวน 3 แสนบาท เจตนาโอนเพื่อต้องการให้ยอมความในคดีอาญา แต่ในเรื่องศีลธรรม จริยธรรม ถ้าหมอเคยทำกับบุคคลอื่นหมอแบบนี้ก็ไม่ควรจะอยู่ เพื่อไม่ให้เป็นภัยสังคม

"นโยบายผมคือไม่ได้ช่วยหมอ ผมจะช่วยเหลือคนตกเป็นเหยื่อซึ่งมันต่างกัน หมอมีเงินเยอะที่จะจ้างทนายความชั้น 1 เหยื่อเป็นผู้หญิงแทบจะไม่มีทางต่อสู้กับทางการแพทย์ จุดมุ่งหมายของผมคือช่วยเหลือถ้าถูกละเมิดจริง" นายอัจฉริยะ กล่าว


เรื่องโดย เจษฎา จันทรรักษ์ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์