ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562.

พรรคเดโมแครตชนะได้คุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ในการเลือกตั้งกลางเทอม

1.5K 34
พรรคเดโมแครตชนะได้คุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ในการเลือกตั้งกลางเทอม

พรรคเดโมแครตชนะได้คุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในการเลือกตั้งกลางเทอม โดยได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย 24 ที่นั่งเป็น 218 ที่นั่ง ขณะที่พรรครีพับลิกันได้ 197 ที่นั่งของ ส.ส. แต่ได้ที่นั่งส.ว. 51 เสียงคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภา ทั้งนี้จากรายงานของ CNN เมื่อเวลา 15.20 น.ของวันที่ 7 พฤศจิกายน ตามเวลาในไทย

นักวิเคราะห์ชี้ทรัมป์จะพบกับการบริหารที่นำเสนอนโยบายที่ต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายได้ลำบากมากขึ้นในช่วง 2 ปีสุดท้าย โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับการประกันสุขภาพของคนอเมริกัน กฎหมายดอดด์-แฟรงค์ที่เกี่ยวข้องการผ่อนคลายกฎเกณฑ์การดำเนินการของระบบธนาคารสหรัฐ และกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับใหม่

พร้อมๆ กับกระบวนการที่จะต้องถูกตรวจสอบจากสภา ส.ส. มากขึ้น ในการเปิดไต่สวนกรณีการแทรกแซงของรัสเซียในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2016 รวมถึงการถูกตรวจสอบการหลยกเลี่ยงเปิดเผยเอกสารเสียภาษีของผู้นำสหรัฐ รวมทั้งผลประโยชน์ทับซ้อนต่างๆ

1. CNN รายงานล่าสุดจนถึง 16.00 น. ในไทยวันนี้ พรรครีพับลิกันได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่ 199 เสียง และที่นั่งในสุฒิสภา (ส.ว.) ที่ 51 เสียง ขณะที่พรรคเดโมแครตได้ที่นั่งในสภา ส.ส.ที่ 220 เสียง และที่นั่งในสภา ส.ว.ที่ 44 เสียง

ทั้งนี้ การเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน เป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจำนวน 435 คน ซึ่งพรรคเดโมแครตขาดเพียง 24 ที่จากที่เคยควบคุมอยู่ 194 เสียงรวมเป็น 218 เสียง ก็จะสามารถชนะพรรครีพับลิกัน และสามารถควคุมดสียงในสภา ส.ส.ได้

ขณะที่เลือกสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 35 คนจากทั้งหมด 100 คน ชี้ว่าพรรึรีพับลิกันจะได้ควบคุมด้วยเสียง 51 ต่อ 49 ในสภา ส.ว.

2. เป็นไปตามที่มีการคาดการณ์ไว้ว่า การกลับมาชนะเลือกตั้งในสภา ส.ส. ของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ มาจากเสียงของกลุ่มผู้หญิงที่กลับมาให้โหวตมากขึ้นเป็น 55% เทียบจากที่เคบโหวตให้ในปี 2014 ที่ 49%

กลุ่มคนอเมริกันที่มีอายุน้อยระหว่าง 18-34 ปี เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นฐานคะเแนนสียงได้ให้โหวตกับพรรคเดโมแครตถึง 62% และพรรครีพับลิกัน 34% โดยส่วนต่างนี้สูงถึง 28% เทียบกับการเลือกตั้งในปี 2014 ที่ให้โหวตกับเดโมแครต 54% และพรรครีพับลิกัน 36% โดยส่วนต่างเพียง 18%

3. อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 6 พฤศจิกายนนั้น โพลสำรวจพบว่า คนอเมริกัน 38% บอกว่ามีชีวิตที่ดีขึ้น นับตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2016 ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์เข้าบริหารประเทศใน 2 ปีแรก ส่วน 17% บอกว่า แย่ลง และที่เหลืออีก 45% บอกว่าไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป

โดยเฉพาะ Exit Poll หน้าคูหาเลือกตั้งหลังการหย่อนบัตรในการเลือกตั้งกลางเทอมจากการสำรวจของสื่อสหรัฐ พบว่า คนอเมริกัน 52% ต้องการให้รัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ในช่วง 2 ปีสุดท้ายดูแลเรื่องประกันสุขภาพ และ 17% ต้องการให้ดูแลเรื่องปัญหาผู้อพยพ

4. นักวิเคราะห์ชี้ทรัมป์จะพบกับการบริหารที่นำเสนอนโยบายที่ต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายได้ลำบากมากขึ้นในช่วง 2 ปีสุดท้าย โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับการประกันสุขภาพของคนอเมริกัน กฎหมายดอดด์-แฟรงค์ที่เกี่ยวข้องการผ่อนคลายกฎเกณฑ์การดำเนินการของระบบธนาคารสหรัฐ และกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับใหม่

ส่วนเรื่องการบริหารเศรษฐกิจโดยเฉพาะในเรื่องงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนนั้น เป็นที่คาดว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะพยายามแสวงหาจุดร่วมกับประธานาธิยดีสี จิ้นผิง เพื่อให้มีข้แตกลงการค้าของ 2 ประเทศในการพบปะเจรจากันนอกรอบ ก่อนหน้าที่การประชุมสุดยอด G-20 ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ หลังจากที่ได้ดกฌบภาษีนำดจเาสินค้าจากจีนมูลค่า 250,000 ล้านดอลลาร์ จนทำให้สงครามการค้าปะทุดุดเดือดตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน พร้อมๆ กับกระบวนการที่จะต้องถูกตรวจสอบจากสภา ส.ส. มากขึ้น ในการเปิดไต่สวนกรณีการแทรกแซงของรัสเซียในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2016 รวมถึงการถูกตรวจสอบการหลยกเลี่ยงเปิดเผยเอกสารเสียภาษีของผู้นำสหรัฐ รวมทั้งผลประโยชน์ทับซ้อนต่างๆ

5. ตลาดการเงินและนักลงทุนจึงมีการจับตาผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ คาดเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภา ส.ส. ขณะรีพับลิกันกวาดที่นั่งในวุฒิสภา โดยพรรคเดโมแครตชนะได้คุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในการเลือกตั้งกลางเทอม โดยได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย 24 ที่นั่งเป็น 218 ที่นั่ง ขณะที่พรรครีพับลิกันได้ 197 ที่นั่งของ ส.ส. แต่ได้ที่นั่งส.ว. 51 เสียงคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภา ทั้งนี้จากรายงานของ CNN เมื่อเวลา 15.20 น.ของวันที่ 7 พฤศจิกายน ตามเวลาในไทย

CNN รายงานจนถึง 16.30 น. วันนี้ พรรครีพับลิกันได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่ 199 เสียง และที่นั่งในสุฒิสภา (ส.ว.) ที่ 51 เสียง ขณะที่พรรคเดโมแครตได้ที่นั่งในสภา ส.ส.ที่ 221 เสียง และที่นั่งในสภา ส.ว.ที่ 45 เสียง

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
แชร์