ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2564

พระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ ๙ กับวงการมวย

1.02K 0
พระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ ๙ กับวงการมวย

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณกับวงการมวยมาโดยตลอด โดยจะเสด็จพระราชดำเนิน เป็นประธานทอดพระเนตร การแข่งขันของนักมวยไทยกับนักมวยต่างชาติ หลายต่อหลายครั้ง ทั้ง ในแบบมวยสากลอาชีพ ชิงแชมป์โลก และในแบบมวยไทยที่เวทีราชดำเนินและเวทีลุมพินี ติดตามได้จากรายงาน (คลิปข่าวออกอากาศทาง Nationtv22 เมื่อ วันที่ 18 ตุลาคม 2559)

ในส่วนของ มวยสากล วันที่ 16 เมษายน ปี พ.ศ.2503 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนิน ทอดพระเนตร การชกของ โผน กิ่งเพชร ขึ้นชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท เดอะริง กับ ปาสคาล เปเรซ นักมวยชาวอาร์เจนตินา ณ สนามมวยลุมพินี ซึ่งพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาพร้อมกับ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผลการชกหลังจากสู้กันถึง 15 ยก โผน เอาชนะคะแนนเปเรซไปอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ 2-1 เสียง คว้าแชมป์โลกมาครองเป็นคนแรกของไทย  ต่อมา สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ได้กำหนดให้ วันที่ 16 เมษายนของทุกปี เป็น วันนักกีฬายอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ วันนักกีฬาไทย หรืออย่างในวันที่ 30 ธํนวาคม ปี.พ.ศ.2509 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  เสด็จพระราชดำเนิน ทอดพระเนตร ชาติชาย เชี่ยวน้อย ชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท สภามวยโลก กับ วอลเตอร์ แม็คโกแวน อังกฤษ ที่ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก ผล ชาติชาย ชนะน็อกยก 9 คว้าแชมป์โลก// ซึ่งพระองค์เสด็จพระราชดำเนิน ทอดพระเนตร ชกป้องกันแชมป์และชิงแชมป์อีกหลายครั้ง รวมทั้งพระองค์เสด็จพระราชดำเนิน ทอดพระเนตร เวนิส บขส. ชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท สภามวยโลกกับ เบตูนิโอ กอนซาเลส แชมป์ชาวเวเนซุเอล่า ณ สนามกีฬากิตติขจร หัวหมาก ผลการชก เวนิส ชนะน็อกยก10 ได้แชมป์โลกไปครอง ซึ่งหลังจากการชกทุกครั้ง จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นักมวยเข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด และมีพระราชปฏิสันถานอย่างเป็นกันเองและห่วงใย โดยเฉพาะ ชาติชาย เชี่ยวน้อย นั้นนับว่า เป็น แชมป์โลกที่ได้ใกล้ชิดพระองค์ท่านมากที่สุด ทั้งก่อนหน้าการชก และหลังการชกแทบทุกครั้ง จะได้เข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเฉพาะ หลังจากการชกป้องกันแชมป์โลกที่ประเทศเม็กซิโกกับ แอฟเฟรน ทอร์เรส นักชกเจ้าถิ่น ปรากฏว่า ชาติชาย เอาชนะน็อกยกที่ 13 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาติชายนั้นได้ลูกสาวพอดี หลังจากนั้นชาติชาย มีโอกาสได้เข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ ตรัสถามว่า ได้ข่าวว่าได้ ลูกสาว ใช่ไหม และอยากได้อะไรบ้าง ซึ่งชาติชายตอบกลับไปว่า อยากให้พระองค์พระราชทานชื่อลูกสาวให้ ซึ่งพระองค์ก็พระราชทานชื่อให้ว่า อนุตรา แปลว่าดียิ่งนับว่าเป็นพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น แก่ครอบครัวของ ชาติชาย เชี่ยวน้อย อย่างหาที่สุดมิได้ ในส่วนของมวยไทย ที่จัดแข่งขันเป็นประจำทั้ง 2 เวทีมาตรฐาน ราชดำเนินและลุมพินี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนิน มาทอดพระเนตร การแข่งขัน มวยไทย โดยเสด็จพระราชกุศลทั้งหมด 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 วันที่ 13 พฤจิกายน ปีพ.ศ.2504 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ทรงเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแข่งขันมวยโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุน "ทุนนักมวยไทยในมูลนิธิอานันทมหิดล" ณ เวทีราชดำเนิน และทรงประทับทอดพระเนตร การแข่งขันตั้งแต่คู่แรกไปจนถึงคู่สุดท้ายของรายการแข่งขัน ซึ่งโปรโมเตอร์ เทียมบุญ อินทรบุตร ได้ระดมมวยชั้นนำทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเข้ารายการอย่างคับคั่งเป็นประวัติการณ์ ซึ่งคู่เด่นๆ อดุลย์ ศรีโสธร แพ้คะแนน นำศักดิ์ ยนตรกิจ และ เขียวหวาน ยนตรกิจ ชิงแชมป์ภาคตะวันออกรุ่น จเนียร์มิดเดิลเวท ชนะทีเคโอ กัง แช ชุน จากเกาหลีใต้ ในยกที่ 2 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลพระราชทาน ให้แก่ นำศักดิ์ ยนตรกิจ นักชกยอดเยี่ยมมวยไทย และ เขียวหวาน ยนตรกิจ นักชกยอดเยี่ยมมวยสากล และทรงพระราชทานเข็มปักหน้าอกเสื้อให้กับนักมวยทุกคนที่ชกในรายการด้วย ขณะที่มวยโดยเสด็จพระราชกุศลครั้งที่ 2 มีขึ้นที่สนามมวยลุมพินี มีขึ้นวันที่ 8 ปีพ.ค.2506 ซึ่งนักมวยยอดเยี่ยม มวยไทยได้แก่ เดชฤทธิ์ อิทธิอนุชิต ที่เอาชนะคะแนน รักเกียรติ เกียรติเมืองยม ส่วนมวยสากล ได้แก่ อดุลย์ ศรีโสธร ซึ่งชกชิงแชมป์มวยสากลรุ่นไลท์เวทลุมพินี ชนะทีเคโอ อดิศักดิ์ อิทธิอนุชิต ในยกที่ 9 ซึ่งทั้งคู่ได้ขึ้นรับถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนักมวยคนอื่นๆก็ได้รับของรางวัลพระราชทานเป็นที่ระลึกอย่างทั่วถึงกัน สำหรับมวยโดยเสด็จพระราชกุศลครั้งที่ 3 มีขึ้นใน วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ปีพ.ศ.2508 ณ เวทีมวยราชดำเนิน เป็นความร่วมมือของคณะมวย 20 คณะ ที่พร้อมใจกันน้อมเกล้าฯถวายความจงรักภักดี ด้วยการมอบมวยที่มีฝีมือดีที่สุดขึ้นชกในรายการนี้ มีโปรโมเตอร์บุญส่ง กิจกล่ำศรวล เป็นผู้จัด พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แก่คณะกรรมการจัดการแข่งขัน โดยเสด็จพระราชดำเนินและทรงประทับทอดพระเนตรการแข่งขันอยู่นานถึง 4 ชั่วโมง ยังความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ แก่บุคคลในวงการมวยเป็นล้นพ้น สมพงษ์ เจริญเมือง ชนะคะแนน ราวี เดชาชัย, อภิเดช ศิษย์หิรัญ ชนะน็อก สิงห์ดำ มัลละยุทธ ยก2, ชาติชาย เชี่ยวน้อย ชกมวยสากล ชนะคะแนน อนันตเดช ศิษย์หิรัญ, มนต์สวรค์ แหลมฟ้าผ่า ชนะคะแนน พลายน้อย รฟท. พระองค์ทรงพระราชทานถ้วยพระราชทานให้แก่ พันทิพย์ แก้วสุริยะ นักมวยยอดเยี่ยมมวยสากล ที่ชนะคะแนน วิทยาน้อย สิงห์ยอดฟ้า และพระราชทานถ้วยพระราชทานยอดเยี่ยมมวยไทยให้แก่ สมพงษ์ เจริญเมือง ที่เอาชนะคะแนน ราวี เดชาชัย  ส่วนมวยสากลสมัครเล่น ระดับโอลิมปิก นักชกหลายคนได้เข้าเฝ้าฯ หลายต่อหลายคน อาทิ สมรักษ์ คำสิงห์ ซึ่งชนะเลิศในการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น รุ่นเฟเธอร์เวท ในกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 26 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ.2539 และในวันเดียวกัน ยังมีนักมวยชุดโอลิมปิก ได้เข้าเฝ้า พร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น วิชัย ราชานนท์ ที่ได้รับเหรียญทองแดง รวมถึงนักมวยคนอื่นๆ ที่ร่วมแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก ที่แอตแลนต้า อีกทั้ง นักมวยที่ได้เหรียญโอลิมปิก รุ่นต่อไป ทั้ง วิจารณ์ พลฤทธิ์, พรชัย ทองบุราณ, มนัส บุญจำนงค์, วรพจน์ เพชรขุ้ม, สุริยา ปราสาทหินพิมาย ก็ได้เข้าเฝ้าฝ่าละอองธุลีพระบาทด้วยเช่นกัน  สภามวยโลก ที่มีสมาชิก 161 ประเทศ ได้ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงสนับสนุนการกีฬาของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬามวย ได้จัดเหรียญรางวัลทองคำเกียรติยศสูงสุดขึ้นเป็นกรณีพิเศษ และเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ปี พ.ศ.2544 ณ ตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล นายโฮเซ่ สุไลมาน ประธานสภามวยโลก และ พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ ก็ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลทองคำ เกียรติยศสูงสุชื่อ "โกลเด้น ชายนิ่ง ซิมโบล ออฟ เวิล์ด ลีดเดอร์ชิฟ"   ทั้งหมดนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างล้นพ้น ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานกำลังใจ และความเป็นสิริมงคลให้แก่นักมวย และบุคคลในวงการกีฬามวย อย่างหาที่สุดมิได้ 


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์