ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2564

วิกฤต"อ่าวมาหยา"เร่งฟื้นปะการัง ปิดต่อ1-3ปี

1.40K 1
วิกฤตอ่าวมาหยาเร่งฟื้นปะการัง ปิดต่อ1-3ปี

กรมอุทยานฯ ประกาศมาตการการฟื้นฟูเร่งด่วน อ่าวมาหยา หลังปิดพักฟื้นมา4 เดือน ระบบนิเวศน์ปะการังยังไม่ฟื้น เล็งปิดเพิ่ม 1-3 ปี ขณะที่ผู้ประกอบการหวั่นกระทบท่องเที่ยว

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำโดย นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ลงพื้นที่ อ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่  ติดตามความคืบหน้าการฟื้นฟูอ่าวมาหยา หลังประกาศปิดตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2561

นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่าการปิดอ่าวมาหยาที่ผ่านมามีการฟื้นฟูเพียงเล็กน้อย ปะการังเติบโตขึ้นบ้าง แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ  จึงจะเป็นต้องขยายการปิดอ่าวมาหยาเพิ่ม ซึ่งจากการพิจารณามีความคิดที่จะปิดประมาณ 1-3 ปี แต่จำเป็นต้องศึกษาความเหมาะสม ความเป็นไปได้ก่อน เนื่องจากอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยว แต่สภาพระบบนิเวศของอ่าวมาหยายังคงอยู่ในขั้นวิกฤต เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบในระยะยาว ซึ่งหากเร่งเปิดก็อาจจะทำให้อ่าวมาหยาเกิดผลกระทบซ้ำรอยเดิม อย่างเช่น แนวปะการังที่เพิ่งแตกกิ่งได้เพียงเล็กน้อย และทรายบริเวณชายหาดยังคงทรุดตัวต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ระบบนิเวศของอ่าวมาหยาพังทลาย อย่างถาวร ขณะที่พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ เสนอให้กระจายนักท่องเที่ยวไปยังเกาะอื่นๆแทน เพื่อให้เกาะมาหยา ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมได้อย่างเต็มที่


นายอมฤต ศิริพรจุฑากุล ตัวแทนผู้ประกอบการ  กังวลว่าการขยายเวลาปิดอ่าวมาหยาอย่างไม่มีกำหนด  จะส่งผลกระทบให้การจองโปรแกรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จองโปรแกรมไว้เป็นปีเพื่อจะมาเที่ยวอ่าวมาหยารวมถึงที่พักต่างๆในช่วงฤดูการท่องเที่ยวในปลายปี ก็อาจจะทำให้ความเชื่อมั่นของการท่องเที่ยวไทยลดลงไป รวมถึงส่งผลกระทบต่อรายได้ของชาวบ้าน จึงอยากเสนอให้มีการเปิดให้ช่วงการท่องเที่ยวซีซั่นนี้เป็นซีซั่นสุดท้าย ก่อนจะทำการปิดอ่าวมาหยาในระยะยาว ซึ่งมั่นใจว่าประชาชนและผู้ประกอบการพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการปิดอย่างเต็มที่ เนื่องจากอ่าวมาหยาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดกระบี่และฝั่งทะเลอันดามัน 

ด้านนายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ระบุว่า อ่าวมาหยาต้องรับนักท่องเที่ยววันละ 3000-5,000 คน ทำให้ปะการัง เสื่อมโทรมเข้าขั้นวิกฤต ปัญหาหลักๆจากเรือบรรทุกนักท่องเที่ยว การเหยียบย่ำจากนักท่องเที่ยว ทำให้ทรายไหลลงสู่ขีดขวางกระบวนดารเพิ่มทรายหน้าหาดตามธรรมชาต และ การทาครีมกันแดด ปลสำรวจจากนักท่องเที่ยว90% ใช้ครีมกันแดด มีสารเคมี 3 ชนิด ชะล้างลงมาสู่แนวปะการังปีละ14000ตัน ต่อปี ขัดขวางการเจริญเติบโตของปะการัง พร้อมยืนยัน ต้องรักษาสิ่งแวดล้อมที่เป็นหม้อข้าวเอาไว้ 

การบรรเทาผลกระทบผู้ประกอบการ จะกำหนดแนวเขตทุ่นเตห้ามเข้า หน้าอ่าวมาหยาใหม่ ขยับเข้ามา 250 ม. จากแนวเดิมห่างชายหาด 300 ม. เพื่อให้เรือนำเที่ยวพานักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายภาพอ่าวมาหยาได้ใกล้ขึ้น และ พิจารณาแหล่งท่องเที่ยวที่เรียกว่า "อ่าวมาหยา 2" ไว้ 3 แห่ง อ่าวปิ อ่าวโละมุดี  เกาะห้อง มีความสวยงามโดดเด่นไม่แพ้กัน

 ดร.ทรงธรรม สุขสว่าง กล่าวย้ำว่า ตลอด 18 ปีที่ผ่านมาอ่าวมาหยาไม่เคยปิดฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทั้งบนบกและชายหาดเลย จนการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่องสร้างความเสียหายและเสื่อมสภาพของทรัพยากรธรรมชาติบริเวณอ่าวมาหยาอย่างรุนแรง ในอนาคตจะเร่งสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการและชาวบ้านในพื้นที่ให้เข้าใจในบริบทดังกล่าว ทั้งนี้อ่าวมาหยาในอดีตเคยเป็นอ่าวที่มีความสวยงามมากที่สุดติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก แต่ปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวที่แห่มาเที่ยวมากขึ้นและไร้การควบคุมดูแลส่งกระทบให้ อ่าวมาหยาเกิดความเสื่อมโทรมจนติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก

เรื่องโดย อิทธิพัทธ์ ปิ่นระโรจน์ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์