ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ร้องดีเอสไอสอบ "บิ๊กเนม" อมเงินมูลนิธิเพื่อสันติภาพ

648 2
ร้องดีเอสไอสอบ บิ๊กเนม อมเงินมูลนิธิเพื่อสันติภาพ

"สรจักร เกษมสุวรรณ" ร้องดีเอสไอ เอาผิดอดีตผู้บริหารระดับสูง มูลนิธิเพื่อสันติภาพฯยักยอกเงินบริจาค พบเปิดบัญชีอมเงินตั้งแต่ปลายปี 60-61 ส่งผลให้ไม่มียอดบริจาคเงินเข้ามูลนิธิฯ ขอให้ตรวจสอบบัญชีย้อนหลังทั้งหมด พร้อมแจ้งความข้อหายักยอกทรัพย์

กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) วานนี้( 4 ต.ค)นายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการมูลนิธิเพื่อสันติภาพและความปรอง ดองเอเชีย (API)เข้ายื่นหนังสือต่อพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับอดีตผู้บริหารระดับสูงของมูลนิธิฯ รายหนึ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินบริจาคของมูลนิธิฯ โดยมี พ.ต.ต. วรณัน ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ เป็นผู้รับเรื่อง

นายสรจักร กล่าวว่า นายสรจักร กล่าว่า ตนได้รับมอบอำนาจให้เป็นตัวแทนมูลธิเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย ที่มีนายเตช บุนนาค เป็นประธานมูลนิธิฯ โดยในช่วงปลายปี 2560 ถึงต้นปี 2561 ตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานเป็นผู้รับเงินบริจาคและเป็นผู้บริหารระดับสูงของมูลนิธิฯ ใช้ชื่อบุคคลภายนอกเพื่อรับเงินจากผู้บริจาค แล้วไม่นำเงินเข้าบัญชีของมูลนิธิตามปกติ นายเตชจึงแต่งตั้งให้ตนเป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่ามีการยักยอกเงินจริง เบื้องต้นความเสียหายประมาณ 500,000 บาท แต่ยังไม่ใช่ตัวเลขที่ชัดเจน เพราะยังมีการบริจาคในรูปของเงินสดซึ่งไม่สามารถรู้ตัวเลขที่ชัดเจน จึงต้องขอให้ดีเอสไอตรวจสอบบัญชีเงินฝากย้อนหลังทั้งหมด

นายสรจักร กล่าวอีกว่า มูลนิธิเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชียจัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างประโยชน์ และสร้างความปรองดองในเอเชียในด้านต่างๆเช่น การสร้างสันติภาพในทะเลจีนใต้ การทูต การเมือง นโยบายความปรองดองในภูมิภาค การประนีประนอม ซึ่งมูลนิธิฯได้มีการรับปริจาคเพื่อสนับสนุนการทำงานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและการปรองดองแห่งเอเชีย( APRC) อย่างไรก็ตาม หลังจากยื่นคำร้องกับดีเอสไอแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในข้อหายักยอกทรัพย์กับบุคคลทั้ง 2 ราย คือ ผู้เปิดบัญชี และบุคคลระดับสูงที่มีชื่อเสียงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากเปิดเผยตำแหน่งก็ทราบทันทีว่าเป็นใคร

พ.ต.ต. วรณัน กล่าวว่า หลังจากดีเอสไอรับเรื่องแล้วจะตรวจสอบเอกสารข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่ารายละเอียดในคดีมีมูลเพียงพอให้รับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ คงต้องใช้เวลาเนื่องจากเอกสารที่นายสรจักรนำมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบนั้นมีเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หากเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษจะเสนอให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษรับไว้สอบสวนแต่หากไม่เข้าเงื่อนไข ตามกฎหมายจะประสานส่งต่อให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงรับสำนวนคดีไปดำเนินการต่อไป

แหล่งข่าวจากมูลนิธิฯเปิดเผยว่า ปัญหาการยักยอกเงินบริจาคฯไม่มีใครทราบมาก่อน จนกระทั่งนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและการปรองดองแห่งเอเชีย เดินทางไปร่วมประชุมในต่างประเทศ และได้พบกับผู้สนับสนุนทางการเงินให้กับมูลนิธิฯมาโดยตลอด จึงมีการสอบถามถึงเงินบริจาคให้มูลนิธิฯฯทุกเดือน แต่เหตุใดจึงไม่มีการจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์เลย พร้อมกับนำเลขบัญชีที่โอนเงินมาแสดงต่อนายสุรเกียรติ์ พร้อมระบุว่าผู้แทนมูลนิธิฯได้อ้างกับผู้บริจาคว่า กฎหมายไทยห้ามคนต่างชาติบริจาคเงินเข้าบัญชีมูลนิธิโดยตรง วิธีการจะต้องบริจาคเข้าไปในบัญชืชื่อบุคคลธรรมดาแล้วโอนเงินกลับเข้าบัญชีมูลนิธิ ข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงนำมาสู่การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบบัญชีภายใน

สำหรับ มูลนิธิเพื่อสันติภาพและการปรองดองแห่งเอเชีย ซึ่งมีนายเตช บุนนาค เป็นประธานมูลนิธิ ทำหน้าที่รับเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะมนตรีคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและการปรองดองแห่งเอเชีย (APRC) ซึ่งนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะมนตรีฯมีอดีตผู้นำและนักวิชาการจากนานาชาติ ร่วมมือกันจัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นตัวกลางและกลไกส่งเสริมสันติภาพและแก้ไขความขัดแย้ง ทั้งด้านศาสนา เชื้อชาติ และดินแดนของประเทศต่างๆ ในเอเชีย มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศไทย คณะกรรมการก่อตั้งของ APRC ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิและอดีตผู้นำจากหลายประเทศรวม 16 คน การทำงานมุ่งเน้น การแก้ไขความขัดแย้ง โดยเน้นความสมัครใจของคู่ขัดแย้งและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด รวมถึงการใช้เครือข่ายนักการเมือง นักการทูต และนักวิชาการ เปิดการเจรจาในทางลับ และจะเปิดเผยความคืบหน้าต่อสาธารณชนเมื่อบรรลุผลในระดับหนึ่งแล้วเท่านั้น เพื่อไม่ให้คู่ขัดแย้งทุกฝ่าย ถูกกดดันจากสื่อมวลชนและประชาชน


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์