ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

พปชร. เล็งเสนอ "พล.อ.ประยุทธ์" ชิงนายกฯ

1.93K 166
พปชร. เล็งเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ ชิงนายกฯ

4 รัฐมนตรีนำทีมเปิดตัวพรรคพลังประชารัฐ ไม่พลิกโผ "อุตตม"หัวหน้า เจ้าตัวยืนยังไม่ลาออกเผย "สมคิด"เป็นที่ปรึกษา "สุวิทย์- ณัฐพล" รองหัวหน้า กลุ่มสนับสนุน นักการเมืองระดับชาติ-ท้องถิ่น-อดีตขรก.- เอสเอ็มอี ร่วมนั่งกก.บห.พรึ่บ แรมโบ้อีสาน เผยปลาย ต.ค."กลุ่มสามมิตร-พลังโคราช"เข้าร่วม

วานนี้(29ก.ย.)พรรคพลังประชารัฐได้จัดประชุมผู้ร่วมก่อตั้ง โดยมีวาระพิจารณาสำคัญ คือ เลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดแรก เพื่อเตรียมเสนอรายละเอียดให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นพรรคการเมืองตามกฎหมาย โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง โดยก่อนประชุมได้มีการฉาย VTR ชุดสานพลังสู่พลังประชารัฐ

ต่อมาที่ประชุมมีมติเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค อาทิ นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เป็นหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์รมว.พาณิชย์ เป็นเลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและนายณัฐพล ทีปสุวรรณ อดีตแกนนำ กปปส.เป็นรองหัวหน้าพรรคนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นโฆษกพรรค นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นเหรัญญิก นายวิเชียร ชวลิต อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เป็นนายทะเบียนพรรค

จากนั้นได้มีการเปิดตัวบนเวที โดยนายชวน ชูจันทร์ ผู้จดจองชื่อพรรคพลังประชารัฐ มอบเสื้อแจ็คเก็ตสีขาวที่มีข้อความว่า ประชารัฐ บนรูปแผนที่ประเทศไทยและมีพิธีส่งมอบธงประจำพรรคให้กับคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการส่งต่อการบริหารพรรคพลังประชารัฐอย่างเป็นทางการ

จากนั้นนายอุตตม แถลงเปิดใจ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่าเป็นการตัดสินใจสำคัญ ไม่ง่ายสำหรับตน และตัดสินใจด้วยความภาคภูมิใจที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิตก็ว่าได้ ที่อาสามาทำงานการเมืองเต็มตัวครั้งแรกและได้รับความไว้วางใจจากผู้ก่อตั้ง ตนโตจากแวดวงนักวิชาการ นักธุรกิจ ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ หลายคนที่มีประสบการณ์เหมือนตนเรามานั่งคุยกัน ถ้าจะเปลี่ยนแปลงประเทศ ต้องรวบรวมคนดี คนเก่ง รวมทั้งคนที่มีอุดมการณ์อยากรับใช้บ้านเมือง ด้วยเหตุนี้พรรคพลังประชารัฐจึงก่อเกิด

การเมืองแบบเดิม ที่ผ่านมาเป็นทศวรรษ เกิดการสูญเสียแทบทุกมิติสำหรับประเทศไทยคนไทยทุกคน เชื่อว่าเราเห็นพ้องว่า เราเสียเวลา เสียโอกาส พัฒนาประเทศให้ก้าวหน้ามานาน วันนี้ถึงเวลา และเป็นโอกาสจะทำให้หลายอย่างในประเทศก้าวข้ามขัดแย้งให้ได้อย่างจริงจัง เราจะจับมือ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส เพื่อเป้าหมายรับใช้เแผ่นดินเกิด

ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวด้วยว่า หลังจากการประชุมแล้วเสร็จ จะเร่งยื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อให้พิจารณารับรองความเป็นพรรคการเมือง จากนั้นจะขับเคลื่อนงานการเมืองอย่างเต็มรูปแบบ ตามอุดมการณ์ที่กำหนดไว้

ตอนหนึ่ง นายอุตตม ระบุว่าจะปฏิบัติงานในตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไป แต่จะไม่ใช่ทรัพยากรของรัฐ หรือเวลาราชการไปทำประโยชน์เพื่อเอาเปรียบบุคคลอื่น ทั้งนี้ตนและบุคคลที่ร่วมงานการเมืองพร้อมรับการตรวจสอบ ทั้งนี้เมื่อถึงเวลาต้องเลือก ตนจะเลือกสวมหมวกใบเดียวคือ พรรคพลังประชารัฐ แน่นอน

นอกจากนี้นายอุตตมได้แนะนำทีมงานคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญ หลากหลายสาขา โดยยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐเป็นของคนหลากหลายไม่ใช่เป็นของคนๆ เดียว และเตรียมเป็นพรรคที่ถาวร ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ

หลายวงการเปิดตัวพรึ่บ

สำหรับรายชื่อผู้เข้าร่วมกับพรรค อาทิ นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล อดีต รมช.ศึกษาธิการ นายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์ ผู้บริหารฟาร์มเกษตรอินทรี เพชรล้านนา นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตส.ส.กทม.และในฐานะรองผู้ว่าฯ กทม.นายพุทธิพงศ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯ น.ส.ธนิกานต์ พรคงสาโรจน์ นักธุรกิจ

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อดีตส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์นายอนุชา นาคาศัย อดีตส.ส.ชัยนาทนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตส.ส.สิงห์บุรี พรรคชาติไทยพัฒนา นายอิทธิพล คุณปลื้มผู้ช่วยรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา

นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจประธานฝ่ายบริหารสนามกอล์ฟไพน์เฮิร์สท กอล์ฟ เเอนด์ คันทรีคลับหลานชายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายทศพล เพ็งส้ม อดีตส.ส.นนทบุรี ที่มาพร้อมกับนางภัทรมน เพ็งส้ม รองนายกเทศมนตรีพิมลราช จ.นนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ นายชาญวิทย์ วิภูศิริ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขตมีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น

อีกทั้งยังมีอดีตข้าราชการคือ นายวิเชียร เชาวลิต อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้ก่อตั้งพรรครวมทั้งตัวเเทนนักวิชาการเเละเเกนนำเอสเอ็มอี เช่น ณพพงศ์ ธีระวรประธานกรรมการบริหารสมาพันธ์ SME ไทยมาร่วมเปิดตัว

นอกจากนี้ยังมีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 12 จังหวัดภาคอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่ฐานคะแนนเสียงเดิมพรรคเพื่อไทย อาทิ อุบลราชธานี มหาสารคาม สกลนคร นครพนม มุกดาหาร หนองคาย บึงกาฬ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ หนองบัวลำภูและอำนาจเจริญ

สำหรับทำการพรรคพลังประชารัฐ ในกทม. อยู่ที่อาคารปานศรี ถ.ประชาชื่น

รอพล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจ

ทั้งนี้ นายอุตตม ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวตอนหนึ่ง ถึงการสนับสนุนบุคคลใดเป็นนายกรัฐมนตรีว่า ยังเร็วไปที่จะพูดถึง ทั้งนี้การคัดเลือกบุคคลในตำแหน่งต่างๆ จะเป็นไปตามขั้นตอนที่จะพิจารณาต่อไป ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่หลายฝ่ายมองว่าเดินงานการเมืองร่วมกันนั้น ตนตอบได้ว่านายสมคิดมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาพรรคขณะที่นายสนธิรัตน์ ว่าที่เลขาธิการพรรค กล่าวยืนยันว่า ตามหลักการประชาธิปไตย เมื่อที่ประชุมผู้ร่วมอุดมการณ์เลือกนายอุตตมเป็นหัวหน้าพรรค ดังนั้นการเสนอชื่อนายกฯ ที่พรรคจะสนับสนุนต้องเป็นนายอุตตมแน่นอน

ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ประกาศว่าจะสนใจการเมืองนั้น ตนไม่ทราบว่าการตัดสินใจดังกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกพรรคไหน หรือมีความสนใจทางใด ตนไม่ขอก้าวล่วงในส่วนของพล.อ.ประยุทธ์

สามมิตร-พลังโคราช เข้าร่วมต.ค.

นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ"แรมโบ้อีสาน"อดีตแกนนำกลุ่ม นปช.กล่าวถึงขั้นตอนหลังการประชุมพรรค พปชร.นัดแรกว่าจากนั้นพรรคก็จะเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคและสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั่วประเทศในขั้นตอนต่อไป ซึ่งตนคาดว่าน่าจะมีการประชุมใหญ่สมาชิกพรรคอีกครั้งในปลายเดือนตุลาคมนี้ เพื่อจัดสรรตำแหน่งต่างๆภายในพรรคให้มีความสมบูรณ์ก่อนเข้าสู่สนามเลือกตั้งเมื่อนั้นกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มสามมิตร กลุ่มพลังโคราช และกลุ่มอื่นๆก็จะเข้าร่วมและพรรคพลังประชารัฐ ก็จะมีความพร้อมที่สุดสำหรับการลงสนามเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

จ่อเสนอชื่อ"ประยุุทธ์"นายกฯลำดับ 1

ทั้งนี้หลังมีการจัดสรรตำแหน่งต่างๆภายในพรรคแล้ว ตนมั่นใจว่านโยบายของพรรครวมกับผลงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันจะทำให้ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐอย่างแน่นอน และพรรคพลังประชารัฐก็จะนำเสนอชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1

นายสุภรณ์ฯกล่าวอีกว่า พรรคพลังประชารัฐจึงขอส่งสัญญาณไปถึงทุกพรรคการเมืองว่า ถึงเวลาแล้วที่ทุกพรรคจะต้องช่วยกันสร้างสรรค์บรรยากาศการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยบริสุทธิ์ ยุติธรรม ถ้าพรรคพลังประชารัฐได้เสียงมาเป็นอันดับ 1 ก็พร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเป็นพันธมิตรกับพรรคการเมืองที่เห็นว่าจะร่วมกันทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและสร้างความเจริญให้กับประเทศชาติได้ ถ้าพรรคที่มีจุดยืนและอุดมการณ์เช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐส่วนตัวเห็นว่าพรรคเราก็คงไม่มีปัญหาที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาลทำงานด้วยกันเพื่อนำพาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

"ภูมิใจไทย"พร้อมหนุนพรรคที่ 1

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Suthichai Live ถึงสถานการณ์ทางการเมือง โดยตอบคำถามถึงจุดยืนว่าจะจับมือกับฝ่ายใดว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคขนาดกลาง คำตอบจะไม่เหมือนพรรคใหญ่ แม้เราพยายามขยับเป็นพรรคใหญ่แต่เราก็ดูความเป็นจริง วันนี้เราไม่รู้ผล แต่ถามว่าการเป็นนายกฯคนใน เป็นนายกฯจาก ส.ส. มันก็สง่างาม เราพยายามให้เป็นแบบนั้นอย่างสุดความสามารถ พรรคไหนได้คะแนนสูงสุดตนพร้อมหนุน แต่ถ้าหากมันขรุขระก็ต้องคิดก่อนว่า ณ จุดนั้นประเทศและประชาชนได้อะไร ไม่ได้อยู่ในจุดที่จะฟันธง

"การเลือกนายกรัฐมนตรี ส่วนตัวอยากให้เป็นไปตามกระบวนการที่สง่างาม รองลงมาคือเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ" นายอนุทิน กล่าว


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend