ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เส้นทาง"ปลื้ม สุรบถ"ก่อนมุ่งการเมือง

2.50K 7
เส้นทางปลื้ม สุรบถก่อนมุ่งการเมือง

แม้จะเป็นถึงลูกชายอดีตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 20 ของไทย ชวน หลีกภัย แต่ที่ผ่านมา สุรบถ หลีกภัย ยังไม่ตัดสินใจว่า จะมาทำงานการเมืองเต็มตัวหรือไม่ แต่ว่าวันนี้ เขาได้ตัดสินใจแล้ว ไปติดตามเส้นทางชีวิตของเขากันค่ะ

สุรบถ หลีกภัย เกิดเมื่อ 8 ธ.ค. 2530 เป็นลูกชายคนเดียวของนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี โดยชื่อ "สุรบถ" แปลว่า ท้องฟ้า เป็นชื่อพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพราะคุณแม่ของปลื้ม คือคุณภักดิพร ได้ขอพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ ในฐานะที่ทรงเป็นสหายร่วมชั้นเรียนมาด้วยกัน ตั้งแต่เรียนในโรงเรียนจิตรลดา

ปลื้ม จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ปลื้ม ยังไม่มีวี่แววชัดเจนว่า จะเดินเข้าสู่เส้นทางการเมืองตามรอยพ่อแบบเต็มตัวหรือไม่ แม้ปลื้มจะเคยช่วยพ่อหาเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์มาอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ตอนที่ยังอายุน้อยๆก็ตาม

โดยที่ผ่านมา แม้คนไทยทั้งประเทศ จะรู้จักปลื้มมาตั้งแต่เขาเป็นเด็ก ในฐานะลูกชายคนเดียวของอดีตนายกฯชวน แต่ปลื้มก็ยังสร้างตัวเองในอีกบทบาท จนสามารถขึ้นมามีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทยได้ ด้วยการเป็นผู้ก่อตั้งและทำหน้าที่พิธีกร รายการวีอาร์โซ ที่เขาทำออกทางยูทูบชาแนล ที่กลายเป็นรายการที่มีผู้ติดตามหลายล้าน จนทำให้ชื่อของ สุรบถ หลีกภัย หรือปลื้ม กลายเป็นอีกชื่อคนบันเทิงที่น่าจับตาและถูกกล่าวขวัญถึงอยู่ตลอด

โดยจุดเริ่มต้นของความโด่งดัง มาจากการที่ปลื้ม ได้รวมตัวกับเพื่อนๆกลุ่มหนึ่ง คิดทำรายการวีอาร์โซขึ้นมาครั้งแรก ในปีพ.ศ. 2553 ซึ่งปลื้ม ได้แนวคิดมาจากการที่เขาใช้เฟซบุ๊ก แล้วเห็นวัยรุ่นมีการตั้งกระทู้ปัญหาในเว็บบอร์ด แต่ปลื้มคิดว่า ข้อแนะนำในเว็บบอร์ด ก็แนะนำวัยรุ่นไปในทางที่ผิด จึงคิดอยากทำรายการทีวีเพื่อแนะนำวัยรุ่นขึ้นมา แต่ก็ไม่ต้องการให้รายการดูเคร่งเครียด จึงคิดรูปแบบรายการออกมาให้ดูสบาย มีความสนุกสนาน พร้อมกับได้สาระไปด้วย


ซึ่งรายการวีอาร์โซก็ดูสนุก จนได้ใจคนดูในวงกว้าง ทำให้จากเดิมที่ดูได้เฉพาะในยูทูบ แต่ต่อมา ช่องเวรี่ ทีวี ยังได้ติดต่อ ขอนำรายการไปฉายทางช่องทรูวิชั่นส์ด้วย

โดยจุดเด่นของรายวีอาร์โซ ก็คือการสัมภาษณ์หนุ่มสาวที่ดูดี 100 คน เกี่ยวกับประเด็นต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคม และเอกลักษณ์อีกอย่างของรายการก็คือ การขอให้ผู้ถูกสัมภาษณ์ พูดอะไรก็ได้เกี่ยวกับประเด็นที่ถูกถามภายใน 3 พยางค์ จนทำให้วลี "ขอสามคำ"กลายเป็นที่นิยมอย่างสูงในกลุ่มสังคมออนไลน์

ปัจจุบันวีอาร์โซ ได้รับการตอบรับอย่างสูงมากจากทางยูทูบ เพราะรายการได้รับยอดผู้ชมทั้งหมดกว่า 1พันล้านครั้ง ทำให้วีอาร์โซ เป็นช่องยูทูปที่มีผู้ติดตามเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศไทย รองจาก บี้ เดอะสกา

สำหรับชีวิตส่วนตัว ปลื้ม เคยเข้าพิธีแต่งงาน กับ มัลลิกา จงวัฒนา หรือ ทับทิมพิธีกรร่วมของเขาในรายการวีอาร์โซ เมื่อพ.ศ. 2555 ซึ่งจุดเริ่มต้นของความรัก ก็มาจากที่ทับทิม เคยถูกปลื้มสัมภาษณ์มาออกรายการวีอาร์โซ แต่ความรักก็ยืนยาวเพียง 3ปี ในที่สุด ทั้งคู่ก็เลิกรากันไป ในปี พ.ศ. 2559 ซึ่งปลื้มเป็นคนออกมาโพสต์อินสตาแกรมยอมรับเอง ว่าได้เลิกรากับภรรยาแล้ว เพราะเหมาะจะเป็นเพื่อนกันมากกว่า

แต่แม้จะมีภาพคนบันเทิงชัดเจน แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ปลื้มก็มักชอบให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการเมือง ซึ่งได้รับคำวิจารณ์ว่า เสนอความคิดเห็นได้เฉียบแหลม จนได้รับฉายาว่า "มีดโกนน้อย"คู่เคียงกับฉายา "มีดโกนอาบน้ำผึ้ง" ของคุณพ่อ อดีตนายกฯชวน และกระทรวงวัฒนธรรม ก็ยังเคยแต่งตั้งให้ปลื้ม เป็นผู้ช่วยโฆษกและรองโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม เมื่อปี พ.ศ.2553 ด้วย

ซึ่งในที่สุด ปลื้มก็ประกาศจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมลงสมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ โดยปลื้มบอกว่า อยากใช้ประสบการณ์ของตัวเอง ที่ใช้โซเชี่ยลมีเดียจนประสบความสำเร็จ มาช่วยงานโซเชี่ยลของพรรค โดยหวังดึงเสียงกลุ่มคนรุ่นใหม่

ปลื้มบอกอีกว่า นักการเมืองในอนาคตก็เหมือนโปรดิวเซอร์ ต้องคัดคนเก่งมาร่วมทำงาน ปลื้มยืนยันด้วยว่า เขามีสไตล์เป็นของตัวเอง จึงไม่หวั่นหากใครจะนำไปเปรียบเทียบกับพ่อ เพราะพ่อก็คือพ่อ

เรื่องโดย คมน์ นพรัตน์ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์