ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2564

รวบ 2 นักค้ายานรกถูกสกัดจับซิ่งรถซุกยาฝ่าด่านตรวจ ยึดยาบ้าเกือบ 9 ล้านเม็ด (ชมคลิปเต็มด้านล่าง)

10.25K 61

ภายใต้ตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมและผู้มีอิทธิพล ตร.ภ.1 แถลงรวบ 2 ผตห.สารภาพได้รับการว่าจ้างจากญาติชาวพม่า 2 ล้านบาท นำส่งจากจังหวัดตากเข้าภาคกลาง เร่งล่าตัว ผตห.ยังหลบหนีอีกราย

ตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมและผู้มีอิทธิพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ,พลตำรวจเอกเดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ,พลตำรวจโทชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค ๑

ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจโท สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๑, พลตำรวจตรี สมชาย พัชรอินโต,พลตำรวจตรี ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ พลตำรวจตรี อำนาจ จันทร์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๑ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค ๑ นำโดย พลตำรวจตรี สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.๑ , พันตำรวจเอก ชยานนท์ มีสติ รอง ผบก.ฯ ,พันตำรวจเอกวสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบก.ฯ , พันตำรวจเอก ภาณุภาคยณ์ จิตประยูรตี ผกก.สส.๑ บก.สส.ภ.๑ ตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี นำโดย พลตำรวจตรี พงศ์ฤทธิ์ บุญเลี้ยง ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี , พันตำรวจเอกสุเมธ ปุณสีห์ รอง ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี, พันตำรวจเอกศุภากรณ์ จันทาบุตร รอง ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี

สำนักงาน ปปส.ภาค ๑ นำโดย นายพัฒนพันธ์ สุขยิ่ง ผอ ปปส ภาค 1 นายสงวนศักดิ์ ศรีวัฒนพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 1นายประสาร หยงสตาร์ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ นายชลัช นนท์วัฒนกุล นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา ดังนี้

๑.นายวีรนิจ หรือนิจ แซ่ม้า อายุ ๓๐ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๓๒/๒ หมู่๖ ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก

๒. นายประสิทธิ์ หรือ เตี้ย ชัยพัฒนโยธิน อายุ ๒๔ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๒/๑๕ หมู่๘ ต.รวมไทยพัฒนา อ.พบพระ จ.ตาก

พร้อมของกลาง ดังนี้๑. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ ถุงละ ๘๕ มัด มัดละประมาณ 2,000 เม็ด จำนวน 52 ถุง (รวมยาบ้าทั้งสิ้น จำนวน 8,840,000 เม็ด)

๒. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้4ประตู สีบรอนทอง ทะเบียน กฉ-๑๗๕๕ นครสวรรค์ จำนวน ๑ คัน ( เป็นรถยนต์ที่ใช้ในการลักลอบขนยาเสพติด )

๓. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ 4 ประตู สีเทา ทะเบียน ๖กน-๑๓๓๐ กทม. จำนวน ๑ คัน ( เป็นรถยนต์ที่ใช้ในการขับนำดูต้นทางเพื่อหลบด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ)

พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๑ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม บก.สส.ภ.๑ และ ชุดปราบปรามยาเสพติด ศอ.ปส.ภ.๑ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีกลุ่มนักค้ายาเสพติด ลักลอบขนยาเสพติดจากเขตพื้นที่ภาคเหนือมายังพื้นที่ภาคกลาง โดยจะใช้รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๖กน-๑๓๓๐ กทม.เป็นรถขับนำเพื่อดูต้นทาง และมีรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน กฉ-๑๗๕๕ นครสวรรค์ เป็นรถยนต์ที่ลักลอบขนยาเสพติด เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม จึงได้ ทำการสืบสวน และ วางกำลังตรวจสอบรถยนต์เป้าหมายตามเส้นทางถนนสายหลัก และสายรอง

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๑ เวลาประมาณ ๒๓.๐๐ น. เจ้าพนักงานตำรวจ ชุดจับกุม ได้พบรถยนต์ ทั้ง ๒ คัน ขับขี่ตามกันมา บนถนนสาย ๔๐๓๖ เส้นทาง อ.ชันสูตร มุ่งหน้า อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม จึงได้แสดงตัวเรียกหยุดรถ เพื่อขอทำการตรวจค้น แต่รถยนต์ของผู้ต้องหาทั้ง ๒ คัน เร่งความเร็วพยายามหลบหนี จนกระทั่ง รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน กฉ-๑๗๕๕ นครสวรรค์ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ใช้ในการลักลอบขนยาเสพติด ได้เสียหลัก เข้าจอดข้างทางบริเวณ ทางเข้าบ้านเลขที่ ๓๔/๒ หมู่๑ ต.สิงห์ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี

พบ นายวีรนิจ หรือนิจ แซ่ม้า ผู้ขับขี่ และนายประสิทน์ธิ์หรือเตี้ย ชัยพัฒนโยธิน ผู้นั่งโดยสารเพื่อช่วยดูเส้นทาง พยายามทิ้งรถยนต์ วิ่งหลบหนีแต่ถูกชุดจับกุมทำการจับกุมตัวไว้ได้ ส่วนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๖กน-๑๓๓๐ กทม. ขับหลบหนีการจับกุมและนำไปจอดทิ้งไว้บริเวณทุ่งนา ใกล้วัดสละบาป ต.สิงห์ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี

โดยมีนายเกียรติภูมิหรือชัย มั่นรัตนะ เป็นผู้ขับขี่และเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว ได้ทิ้งรถและวิ่งหลบหนีการจับกุมไปได้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง ๒ คน นายวีรนิจฯผู้ขับขี่ ให้การรับสารภาพว่า ตนได้รับการว่าจ้างจากนายประสิทธิ์ฯ ซึ่งเป็นญาติของตน เป็นจำนวนเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ขับรถยนต์ขนยาบ้า จาก จ.ตาก เพื่อไปส่งลูกค้าใน จ.พระนครศรีอยุธยา

ส่วนนายประสิทธิ์ฯ ให้การรับสารภาพว่าตนได้รับการว่าจ้างจากนายเน้ง แซ่ม้า ชาวพม่า เป็นญาติของตน ลักลอบขนยาบ้าของกลางดังกล่าว โดยได้รับค่าจ้างจากนายเน้งเป็นจำนวนเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท และตนจึงได้จ้างวาน นายวีรนิจฯให้ขับรถยนต์มาส่งยาบ้าด้วยกัน จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสวบสวน สถานีตำรวจภูธรบางระจัน

และจากการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญในครั้งนี้ ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ๑ จะได้ทำการสืบสวนขยายผล เร่งรัดจับกุมผู้กระทำผิดที่หลบหนี และผู้เกี่ยวข้อง เครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว เพื่อนำตัวมา ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



เรื่องโดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์