ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

3 สถิติที่ "เมสซี" จ่อทำลายในซีซั่นนี้

1.73K 5

คงไม่ใช่เรื่องเกินเลยหากจะพูดว่า ลิโอเนล เมสซี กองหน้าซูเปอร์สตาร์ของ บาร์เซโลนา คือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของวงการลูกหนังในรอบหลายทศวรรษ เหตุพาต้นสังกัดประสบความสำเร็จได้อย่างมากมายนับตั้งแต่เริ่มต้นการเป็นนักเตะอาชีพในถิ่นคัมป์ นู เมื่อปี 2004 หรือ 14 ฤดูกาลก่อนด้วยผลงาน 555 ประตูจาก 640 นัด นอกจากนั้นยังแอสซิสต์ไปแล้วอีก 212 ลูกในสีเสื้อทัพ "อาซูลกรานา" อีกด้วย

ทว่าในฤดูกาลนี้แนวรุกทีมชาติอาร์เจนตินา ถือว่าต้องแบกรับความกดดันพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่อย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เรอัล มาดริด ทีมคู่รักคู่แค้นร่วมลีกซึ่งคว้าแชมป์ไปแล้วถึง 3 สมัยติดต่อกัน ทำให้ "เจ้าบุญทุ่ม" หวังจะทวงการเป็นทีมเบอร์ 1 ของทวีปคืนมาให้ได้

นั้นแล้วจากความผิดหวังในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่แข้งวัย 31 ปี ไม่สามารถพาทีม "ฟ้าขาว" คว้าแชมป์ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งเจ้าตัวก็ถูกวิจารณ์ถึงผลงานพอสมควร และยังเป็นผลทำให้เจ้าตัวไม่มีชื่อติดโผเข้าลุ้นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของฟีฟ่าอีกด้วย นั่นทำให้น่าจะเป็นแรงจูงใสำคัญที่ทำให้เขาต้องการเร่งฟอร์มเพื่อช่วยต้นสังกัดในซีซั่นนี้  

1. "ยิง-แอสซิสต์" เป็นกอบเป็นกำ

โดยเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เมสซี ทำไป 45 ประตูกับอีก 18 แอสซิสต์จากการลงสนาม 54 นัด และเป็นการทำสถิติยิงเกิน 34 ประตูในลีกได้เป็นครั้งที่ 5 ในอาชีพ พร้อมช่วยให้ต้นสังกัดคว้าดับเบิลแชมป์ ทั้งลาลีกา สเปน สมัยที่ 25 และโคปา เดล เรย์ สมัยที่ 34 ของสโมสร

ด้วยสถิติดังกล่าวจึงบอกได้ถึงความสุดยอดของเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัยได้เป็นอย่างดี ทว่าในฤดูกาลนี้ยังมีสถิติอีกมากมายที่สามารถทำลายลงได้เพื่อตอกย้ำความเป็นสุดยอดนักเตะระดับโลกต่อไป หลังล่าสุดในเกมลีกกับ อูเอสกา ที่บาร์เซโลนา ถล่มไป 8-2 เมื่อวันอาทิตย์ (2 ก.ย.) เขาก็กลายเป็นนักเตะคนแรกในศตวรรษที่ 21 ที่แอสซิสต์ในลาลีกา ได้ถึง 150 ครั้งไปแล้ว รวมถึงเป็นนักเตะที่ยิงประตูได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ลาลีกา ด้วยจำนวน 37 ทีมอีกด้วย


2. คว้าแชมป์ "โคปา เดล เรย์" มากที่สุด

สำหรับ เมสซี ถือว่าถูกโฉลกกับการแข่งขันรายการนี้เป็นอย่างมาก โดยนับตั้งแต่ฤดูกาล 2008-2009 ที่คว้าแชมป์ถ้วยดังกล่าวกับบาร์เซโลนา เป็นครั้งแรก เขาก็ทำผลงานได้ดีมาโดยตลอดด้วยการคว้าแชมป์ไปแล้ว 6 สมัย (20082009, 20112012, 20142015, 20152016, 20162017 และ 20172018)

เป็นเหตุให้ในปัจจุบันแข้งวัย 31 ปี กลายเป็นนักเตะที่ทำสถิติคว้าแชมป์โคปา เดล เรย์ ได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์เป็นอันดับ 2 ร่วมกับ เคราร์ด ปิเก, เซร์คิโอ บุสเกตส์ 2 เพื่อนร่วมทีม รวมถึงอดีตรุ่นพี่ร่วมสังกัดอย่าง อันเดรส อิเนสตา ที่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่วิสเซิล โกเบ อีกด้วย ขณะที่ดาวเตะซึ่งคว้าแชมป์รายการนี้มากที่สุด คือ อกุสติน กาอินซา อดีตกองหน้าของแอธเลติก บิลเบา ที่ครองถ้วยที่มาแล้วถึง 7 สมัย ระหว่างปี 1943-1958

ทว่าหากในซีซั่นนี้ เมสซี พาทีม "อาซูลกรานา" หยิบแชมป์ถ้วยรองของสเปน มาครองได้อีกสมัย ก็จะส่งผลให้เขากลายเป็นนักเตะที่ซิวแชมป์รายการนี้เทียบเท่ากับอดีตดาวเตะของบิลเบา

3. ซัดแฮตทริก แซง "โรนัลโด"

หลังจากที่ คริสเตียโน โรนัลโด ย้ายออกจากสเปนเพื่อไปค้าแข้งกับยูเวนตุส เมื่อตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก็เป็นโอกาสให้ เมสซี ได้ขึ้นมาเป็นสตาร์ประจำลีกโดยไร้คู่แข่ง รวมไปถึงเรื่องการทำประตูที่จะสามารถทำลายสถิติของ "ซีอาร์ เซเวน" ลงได้

โดยก่อนหน้านี้ โรนัลโด คือนักเตะที่ทำแฮตทริกได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลลาลีกาที่จำนวน 34 ครั้ง ตลอด 9 ฤดูกาลกับทีม "ราชันชุดขาว" ขณะที่แข้งชาวอาร์เจนไตน์ทำได้ 30 ครั้ง

เป็นเหตุให้มีสิทธิ์สูงที่เมสซี ซึ่งสามารถทำแฮตทริกได้ตั้งแต่เดือน มีนาคม  2007 จะกลายเป็นนักเตะที่ยิง 3 ประตูในเกมเดียวได้มากที่สุดในลีกคนใหม่ โดยครั้งล่าสุดที่ทำได้คือการยิง เดปอร์ติโว ลา คอรุนญา เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมาคว้ารางวัลรองเท้าทองคำสเปนมากที่สุด

โดยก่อนหน้านี้นักเตะที่ครองรางวัลดาวซัลโวของฟุตบอลลีกสเปน (ปีชิชี) มากที่สุด คือ เทลโม ซาร์รา อดีตกองหน้าของแอธเลติก บิลเบา ด้วยจำนวน 6 สมัย ขณะที่เมสซี อยู่ในอันดับ 2 ร่วมกับ อัลเฟร์โด ดิสเตฟาโน, เอนริเก คาสโตร และฮูโก ซานเชซ ด้วยจำนวน 5 สมัย

นอกจากนั้นหากพาทีมผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในปีนี้ได้เขาจะทำสถิติเป็นนักเตะที่ผ่านเข้ารอบชิงดำของศึกโคปา เดล เรย์ ได้ถึง 9 ครั้งเท่ากับ กาอินซา อีกด้วยทำแฮตทริกมากสุดในลาลีกา 

สำหรับเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย คือผู้ที่ครองรางวัลดังกล่าวในช่วง 2 ซีซั่นหลังสุดด้วยการทำไป 37 ประตูในปี 2016-2017 และ 34 ประตูในปี 2017-2018 ทำให้ในฤดูกาลนี้เขาได้รับการคาดหวังว่าจะสามารถซิวดาวซัลโวของลีกมาครองได้อีก 1 สมัย

และถ้าหากว่า เมสซี คว้ารางวัลปีชิชี มาครองได้ในฤดูกาลนี้ จะส่งผลให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่คว้ารางวัลที่ครองตำแหน่งนี้มากที่สุดในลีกร่วมกับ ซาร์รา พร้อมจะเป็นรางวัลรองเท้าทองคำสเปนถ้วยที่ 17 ของทีม "เจ้าบุญทุ่ม" อีกด้วย

สุดท้ายแล้วต้องมาติดตามกันว่า เมสซี จะพิชิตทั้ง 3 สถิติข้างต้นได้หรือไม่ รวมถึงจะช่วยบาร์เซโลนา ประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้ได้มากเพียงใด โดยเฉพาะในฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่ที่เขาหมายมั่นปั้นมืออย่างมากว่าจะกลับมาคว้าแชมป์ให้ได้

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์